“วราวุธ” นำ ทีม พม.-สหวิชาชีพ ลงพื้นที่ อ.น้ำยืน-อุบลราชธานี ให้กำลังใจ เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ย้ำ กางแผนที่-ชี้พิกัด รุดช่วย พี่น้องกลุ่มเปราะบาง หากเกิดเหตุฉุกเฉินชายแดน

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ที่จังหวัดอุบลราชธานี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง ซักซ้อมเตรียมการให้ความช่วยเหลือจากสถานการณ์แนวชายแดน ไทย-กัมพูชา (ช่องบก) โดยมี นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะผู้บริหาร และทีม พม.หนึ่งเดียวจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมลงพื้นที่ 4 จุด ดังนี้

จุดที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลโดมประดิษฐ์ เพื่อรับฟังข้อมูลสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา (ช่องบก) พบปะพูดคุยให้กำลังใจ พี่น้องกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ รวมถึงทหารและฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ และมอบเครื่องอุปโภคบริโภค โดยมี พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้แทนของพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2  เป็นผู้รับมอบ และ เยี่ยมชมการทำฐานกิจกรรม เสริมพลังใจ โดยเจ้าหน้าที่ พม. จังหวัดอุบลราชธานี, นักสังคมสงเคราะห์, นักพัฒนาสังคมที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการรายกรณี และสหวิชาชีพ

จุดที่ 2 โรงเรียนบ้านแปดอุ้ม ตำบลโดมประดิษฐ์เพื่อรับฟังแผนเผชิญเหตุและการเตรียมการอพยพสำหรับนักเรียน โดยพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมตรวจเยี่ยมสถานที่ที่ใช้เป็นหลุมหลบภัย (บังเกอร์)  อีกทั้งพบปะพูดคุยให้กำลังใจครู ผู้ดูแลเด็ก และเด็กนักเรียน และมอบเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจนจำนวน 45 ราย พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้ปกครองจำนวน 45 ครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมเสริมพลังใจ

จุดที่ 3 ครอบครัวกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ตำบลโดมประดิษฐ์ โดยลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อให้กำลังใจและมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ชายอายุ 75 ปี อดีตทหารพราน ป่วยติดเตียงและพิการทางการเคลื่อนไหว ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ไม่มีรายได้ อาศัยอยู่กับครอบครัวที่มีสมาชิก 12 คนทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และคนพิการ

จุดที่ 4 โรงเรียนโดมประดิษฐ์วิทยา ตำบลโดมประดิษฐ์ เป็น 1 ใน 7 จุดรวมพลตามแผนอพยพ เพื่อรับฟังการนำเสนอข้อมูลแผนการจัดการของจุดรวมพล เพื่อเตรียมการส่งต่อไปยังศูนย์พักพิง และแผนการเตรียมการและการดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ (ก่อน-ระหว่าง-หลังเกิดภัย ) อีกทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้นำชุมชน ตัวแทนกลุ่มเปราะบาง จำนวน 254 ชุด และตรวจเยี่ยมสถานที่ที่ใช้เป็นหลุมหลบภัย (บังเกอร์) พร้อมกรอกกระสอบทรายทำบังเกอร์

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวง พม. ได้ยกทีมมาลงพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อมาให้กำลังใจพี่น้องกลุ่มเปราะบางและประชาชน ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน โดยเฉพาะรองแม่ทัพภาคที่ 2 ที่คอยดูแลพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง มาเป็นอย่างดีโดยตลอด ในขณะที่ หน้าที่ของกระทรวง พม. คือ เราจะทำให้การทำงานของทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครองหรือฝ่ายความมั่นคงนั้น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และการดูแลช่วยเหลือพี่น้องกลุ่มเปราะบางไม่ว่าจะเป็น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ เมื่อเรารู้พิกัดว่าแต่ละบ้าน มีข้อมูลกลุ่มเปราะบางอยู่ จะเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น จะได้สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันเวลา ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดเวลาการทำงานของทุกฝ่าย เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ทุกระดับทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะสนับสนุนการทำงานของฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง เพราะท้ายที่สุดแล้วความปลอดภัยและสันติภาพของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีนั้น จะยังมีขวัญ กำลังใจ ในการที่จะประกอบอาชีพ และดำรงชีวิต โดยมีกระทรวง พม. ให้การสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง

นายวราวุธ กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หากยืดยาวออกไปเท่าไร เจ้าหน้าที่กระทรวง พม. จะต้องรู้ถึงพิกัดที่อยู่แต่ละบ้าน ว่ามีกลุ่มเปราะบางลักษณะใด ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ คนพิการ หรือเด็กเล็กนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. จะต้องบอกกับทางฝ่ายกู้ภัย หรือฝ่ายทหารให้ได้ว่า หมู่บ้านนี้จะต้องไปที่ไหนก่อน ต้องรู้ว่าเป็นผู้สูงอายุหรือคนพิการประเภทใด จะได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ กับคนที่จะเข้ามาช่วยเหลือ เพราะว่ากลุ่มเปราะบางช่วยเหลือตัวเองได้อย่างจำกัด ในเวลาที่จะอพยพ เคลื่อนย้ายจะต้องใช้ความพยายามกันมากพอสมควร สำหรับประชาชนที่มีความเครียดและความหวาดระแวงต่อสถานการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นกระทรวง พม. มีทีมสหวิชาชีพที่พร้อมจะเข้าไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ ส่วนการช่วยเหลือเรื่องอาชีพและรายได้นั้น กระทรวง พม. มีศูนย์ฝึกอาชีพและพัฒนาอาชีพในพื้นที่ซึ่งสังกัดกรมต่างๆ ให้กับพี่น้องกลุ่มเปราะบาง และประชาชนทั่วไป โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในการหาช่องทางการจำหน่ายและกระจายสินค้า เพื่อสร้างอาชีพ รายได้ที่ยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพบก กำชับกำลังพล 'อดทนอดกลั้น' ทหารเขมรยั่วยุหวังขยายผลทำลายไทยในเวทีสากล

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และแนวทางการดำเนินงานของกองทัพบก เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนต่อจุดยืนอันมั่นคงของฝ่ายไทย โดยกองทัพบกขอยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการยึดถือข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมจากการ

รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา

สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ

เพจดังขุดตำนาน 'จารชนขายชาติ' ไทยเสียพระวิหาร ระวังประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย ปมเจรจาเขตแดนทางทะเล

เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จารชนคนขายชาติในคดีพิพาทเขาพระวิหารปี 2505 กับสถานการณ์ปี2569 ที่เรากำลังจะสู้คดีทางทะเลกับเขมรในเวทีโลก มันจะมีจารชนและคนขายชาติแบบเหตุการณ์นั้นอีกหรือไม่? บางคนคงคิดว่าข้าราชการไทยที่กินขี้เขมรมันมีอยู่แค่ในทฤษฎีสมคบคิด แต่ผิดแล้วครับ เรื่อง

นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ เปิดข้อเท็จจริง-มุมมอง เกม UNCLOS ศึกเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา

ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Take A Walk, Talk International Law ท่องโลกกว้างด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ" ระบุว่า คณะรัฐมนตรีตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาและผู้ประนอมฝ่ายไทย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย รวมถึงผู้ประนอมฝ่ายไทย 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้

'สีหศักดิ์' นั่งหัวหน้าคณะเจรจา UNCLOS ตั้ง 2 อดีตประธานศาลทะเลสากล ชาวแอฟริกาใต้-เยอรมันร่วมทีม

นายสีหศักดิ์​ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ตนเป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ​ เอกอัครราชทูต​ ณ​ กรุงคูเวต รองหัวหน้า เข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)