เปลี่ยนห้องเรียน เปลี่ยนอนาคต! สพฐ. – ราชภัฏอุดรฯ ผนึกกำลัง ปลุกพลังครู 830 คน ปฏิรูปการสอนสู่ Active Learning : GPAS 5 Steps

ระบบการศึกษาไทยเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ประธานในพิธีเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ด้วยรูปแบบ Active Learning” ระบุชัด ถึงเวลายกเครื่องห้องเรียนไทย ให้เด็กได้คิด ไม่ใช่แค่ท่องจำ

การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยมีครูและบุคลากรจากจังหวัดร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และยโสธรเข้าร่วมกว่า 830 คน แบ่งเป็นครูประถม 330 คน และมัธยม 500 คน ระหว่างวันที่ 12–13 กรกฎาคม 2568

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการศึกษาในวุฒิสภา กล่าวในเวทีบรรยายพิเศษ ว่า “GPAS 5 Steps ไม่ใช่แค่เทคนิค แต่คือการปฏิวัติแนวคิดทางการศึกษา ครูต้องสอนให้เด็ก 'คิด' ให้เป็น สร้างได้ แก้ปัญหาได้ ไม่ใช่แค่จำให้สอบผ่าน แล้วลืมในไม่กี่สัปดาห์”

เปลี่ยน “ครูผู้สอน” เป็น “ผู้ออกแบบการเรียนรู้”
ดร.รัตติกร ทองเนตร ผอ.สพม.ศรีสะเกษ ยโสธร ย้ำว่า Active Learning จะกลายเป็นหัวใจของการเรียนการสอนยุคใหม่ ที่เปิดโอกาสให้เด็กเป็น “พระเอกนางเอกของห้องเรียน” ด้วยการวางแผน คิด วิเคราะห์ และสร้างผลงานของตัวเอง ผ่านบทบาทของครูที่เปลี่ยนจากผู้ถ่ายทอด มาเป็น “ผู้ออกแบบประสบการณ์เรียนรู้” อย่างแท้จริง

“วันนี้เราจะไม่มีการสอนแบบครูพูด เด็กเงียบอีกต่อไป ทุกห้องเรียนต้องขับเคลื่อนด้วยการลงมือทำ คิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาด้วยตัวเอง” – ดร.รัตติกร ทองเนตร

เป้าหมาย: สร้างนวัตกร สร้างซอฟต์พาวเวอร์ สร้างเศรษฐกิจชาติ

โครงการนี้เน้นการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงเชิงระบบตามกรอบ GPAS 5 Steps ผสานการเรียนรู้ยุคดิจิทัล ชุมชนวิชาชีพ (PLC) และการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา พร้อมเตรียมศึกษานิเทศก์เป็น “โค้ช” คอยสนับสนุนครูอย่างใกล้ชิดในภาคสนาม

“ห้องเรียนต้องไม่ใช่แค่ที่นั่งฟัง แต่ต้องเป็นเวทีของการปั้น ‘นักคิด-นักลงมือทำ’ เพื่อผลักดันเด็กไทยให้กลายเป็น ‘นวัตกร’ ของโลกยุคใหม่” - วิมลวรรณ เปี่ยมจาด ผอ.กลุ่มนิเทศ สพม.ศรีสะเกษ ยโสธร

“ถึงเวลาเปลี่ยน ก่อนที่การศึกษาไทยจะล้าหลังกว่านี้”

เสียงสะท้อนจากผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิรูปการศึกษา ระบุชัดว่า ระบบเดิมที่เน้นท่องจำกำลังทำให้เด็กไทยเสียเวลา เสียโอกาส และเสียศักยภาพไปโดยไม่รู้ตัว

ขณะที่ สพฐ. มั่นใจในทิศทางใหม่ ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” ที่จะเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนห้องเรียนให้กลายเป็นเวทีผลิตไอเดีย – พัฒนานวัตกรรม และปั้น Soft Power จากห้องเรียนสู่โลกจริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากยุค 'กลัวไม้เรียว' สู่ยุค 'เด็กไม่กลัวครู' ชำแหละปัญหาวินัย หรือไม้เรียวต้องกลับมา?

“ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” วิเคราะห์ปมครูรุ่นใหญ่สุดอัดอั้น เจอนักเรียนก้าวร้าวจนกลายเป็นกระแส สะท้อนเมื่อยกเลิก “ไม้เรียว” แต่เครื่องมือใหม่กลับขาดน้ำหนักป้องปราม เสนอเพิ่มมา

ตร. เร่งหาชนวนเหตุกราดยิง ยันปืนปู่เด็ก พบรัวไป 26 นัด

'โฆษก ตร.' เผยอาวุธปืนใช้ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนเป็นของปู่ 'บิ๊กต่าย' ส่งแพทย์ รพ.ตำรวจ จัดทีมจิตวิทยาดูแลสุขภาพจิตครู นักเรียน ผู้ปกครอง

'วิโรจน์' แนะเร่งจัดระบบเยียวยาเหยื่อเหตุกราดยิง งดแพร่ภาพรุนแรง

'วิโรจน์' เสียใจเหตุรุนแรง 'รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี' บี้เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ สอบต้นตอป้องกันเหตุซ้ำ วอนงดเผยแพร่ภาพรุนแรง

มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ ผนึก สพฐ. ทุ่มงบ 5 ล้านบาท ขับเคลื่อนโภชนาการเด็กไทยอย่างยั่งยืน

มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ จับมือ สพฐ. มอบโล่เกียรติคุณโรงเรียนต้นแบบอาหารและโภชนาการ S.M.A.R.T.S. Model School พร้อมหนุนงบ 5 ล้านบาท ขับเคลื่อนโภชนาการเด็กไทยอย่างยั่งยืน

เลิก 'สถานศึกษาสีขาว' เริ่มปี 2570 ลดภาระครู เดินหน้านโยบายคืนครูสู่ห้องเรียน

รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการยกเลิกโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข มีผลตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป หลังพบ