“อาสพลธ์ ”สส. ศรีสะเกษ ภูมิใจไทย เรียกร้องรบ.5 ข้อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา หวั่นลุกลามกลายเป็นสงคราม พร้อมเร่งเยียวยาผู้เสียชีวิต บาดเจ็บด่วน

วันที่24 กค.นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง การปะทะระหว่างไทย และ กัมพูชา และทำให้ได้สร้างผลกระทบ หลายจุดในอำเภอภูสิงห์ ขุนหาญ และการยิงปืนใหญ่ BM-21 เข้าใส่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ อ.กันทรลักษ์เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 14 ราย และ เสียชีวิตแล้ว 10 ราย ในจำนวนนั้นมีทั้งนักเรียน พนักงานร้านสะดวกซื้อ และชาวบ้านที่แวะเติมน้ำมัน

“นี่ไม่ใช่แค่ความสูญเสียเชิงทหาร แต่เป็น โศกนาฏกรรมของชีวิตพลเรือน ที่ถูกกระทำอย่างโหดร้าย โดยไม่มีการเลือกเป้าหมายใดเลย”

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงคำแถลงการณ์แต่ต้องการ “มือที่ยื่นออกไปช่วยเหลืออย่างจริงใจ” จากรัฐบาล เพื่อให้พวกเขารอดพ้นจากวิกฤตนี้อย่างปลอดภัย เนื่องจากเป็นวิกฤตระดับชาติ

เราต้องการผู้นำที่ตื่นตัว มีวิสัยทัศน์ และกล้าตัดสินใจ มีภาวะผู้นำในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ในต่างประเทศเมื่ออิสราเอลถูกยิงจรวดจากฉนวนกาซา รัฐบาลเรียกประชุมความมั่นคงทันที และออกแถลงการณ์ภายใน 6 ชั่วโมง และใช้เวที UN เรียกร้องความยุติธรรม

แต่ประเทศไทยเหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้นตั้งแต่ 8 โมงเช้าวันที่ 24 กค. รักษาการนายกรัฐมนตรีกลับเรียกประชุมในช่วงบ่ายสอง ช้าเกินไป สำหรับสถานการณ์ที่ประชาชนเสียชีวิตไปแล้ว และเข้าใกล้สงคราม หรือกรณีอินเดีย–ปากีสถาน อินเดียยื่นประท้วงทันที พร้อมเปิดหลักฐานต่อ UN อย่างโปร่งใสและเด็ดขาด
แล้วประเทศไทย รออะไร

สส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าด้วยเหตุนี้ขอเสนอ 5 ข้อเร่งด่วน ให้รัฐบาลต้องดำเนินการ1. ประกาศพื้นที่บางส่วนของชายแดนเป็นเขตภัยพิบัติพิเศษเพื่อระดมทรัพยากรและรับงบประมาณช่วยเหลือโดยไม่ต้องรอขั้นตอนปกติ
2. ตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจระดับชาติ โดยมี กระทรวงกลาโหม มหาดไทย ต่างประเทศ สาธารณสุข และหน่วยข่าวกรอง ร่วมรับผิดชอบ พร้อมรายงานสถานการณ์ต่อสาธารณะและรัฐสภาทุกวัน
3. เร่งใช้ช่องทางทางการทูตทุกระดับ ทั้งอาเซียน สหประชาชาติ และเวทีระหว่างประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามกลายเป็นสงคราม
4. เร่งเยียวยาผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และผู้สูญเสียบ้านเรือนให้ได้รับเงินช่วยเหลือทันที ไม่ติดขั้นตอนราชการ
5. สื่อสารอย่างตรงไปตรงมากับประชาชนไม่ปล่อยให้โซเชียลมีเดียปั่นกระแสหรือบิดเบือนรัฐต้องเป็นแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และเข้าถึงได้จริง

” ผมขอส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกนาย และประชาชนทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบประเทศไทยอาจไม่ต้องการสงครามแต่ประเทศไทยจะไม่ยอมจำนนต่อการรุกรานและเราจะไม่มีวันปล่อยให้ประชาชนของเราต้องตายอย่างไร้เหตุผลอีกแม้แต่คนเดียว“สส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เรียกร้อง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สส.ภูมิใจไทย ตีปี๊บผลงานจับโกงสอบท้องถิ่น ชี้ทุจริตกันมานานแต่เพิ่งจับได้ครั้งแรก

ปธ.กมธ.ท้องถิ่น และ ปธ.กมธ. ปปช. แท็กทีม จ่อเรียก สถ.-มศว แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น สัปดาห์หน้า หลังเกิดความเสียหายทะลุ 4.5 พันล้านบาท  ขณะที่ "อาสพลธ์" ขอบคุณ  ป.ป.ช.-ตร.ปปป. หลังเป็นคนแรกยื่นสอบ  จนทลายโกงสำเร็จเป็นครั้งแรกสำเร็จ และคืนความเป็นธรรมให้ลูกชาวบ้านที่หวังเป็นขรก.

กองทัพบก กำชับกำลังพล 'อดทนอดกลั้น' ทหารเขมรยั่วยุหวังขยายผลทำลายไทยในเวทีสากล

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และแนวทางการดำเนินงานของกองทัพบก เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนต่อจุดยืนอันมั่นคงของฝ่ายไทย โดยกองทัพบกขอยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการยึดถือข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมจากการ

ซํ้ารอย‘ประชามติ’ ชี้คำปรึกษาไม่ใช่คำวินิจฉัย/จับตาลงมตินิรโทษฯ

ปธ.วิปรัฐบาลดักทางฝ่ายค้าน ขอพบประธานศาล รธน. หวั่นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยซ้ำรอยปมประชามติจะแพ้ฟาวล์ทั้งกระบวนการ “พท.” เสียงแตกหวั่นเลือก ส.ส.ร.ทางตรงแล้วมีปัญหา

รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา

สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน

ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ