
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม. รายงานถึงการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของ ส.ต.ธีรยุทธ กระจ่างทอง กำลังพลชาวบุรีรัมย์ ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งครอบครัวอาศัยอยู่ในกระต๊อบ ไม่มีน้ำ-ไฟฟ้า โดย ศรส.จังหวัดบุรีรัมย์ และ พม.จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลตาจง จังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้ง ผู้นำชุมชน ลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริงพร้อมพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่างๆ จากกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทราบข้อมูลเบื้องต้น ผู้เสียชีวิต อายุ 22 ปี เป็นเสาหลักของครอบครัวที่ส่งเงินมาช่วยค่าใช้จ่ายของครอบครัวและต่อเติมบ้านจนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณชายแดนช่องตาเฒ่า อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยบ้านนี้ ผู้เสียชีวิตและครอบครัวอาศัยอยู่ร่วมกัน รวม 8 คน ได้แก่ บิดา อายุ 61 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกร มีรายได้เฉลี่ย 1,000 บาท/เดือน ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ , มารดา อายุ 59 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกร รายได้เฉลี่ย 1,000 บาท/เดือน ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ , พี่ชาย อายุ 38 ปี ประกอบอาชีพ รับจ้างทั่วไป รายได้เฉลี่ย 3,000 บาท/เดือน , พี่สาว อายุ 26 ปี ประกอบอาชีพ รับจ้างทั่วไป รายได้เฉลี่ย 3,000 บาท/เดือน ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ , หลาน (บุตรของพี่สาว) 3 คน อายุ 10 ปี 9 ปี และ 2 ปี (ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด) ทั้งนี้ ครอบครัวมีฐานะยากจน ประกอบอาชีพเกษตรกร (ทำนา) มีที่นา 12 ไร่ และรับจ้างทางการเกษตรทั่วไป มีรายได้ไม่แน่นอน และมีหนี้สินในระบบ 60,000 บาท
สำหรับสภาพที่อยู่อาศัยของครอบครัวไม่มั่นคง เป็นเพียงการปลูกกระต๊อบบนดิน ทำจากไม้และสังกะสีสภาพเก่ามาปิดไว้ ไม่มีการลาดพื้นด้วยปูน ภายในเป็นแคร่ไม้ยกพื้นสูงไว้ใช้สำหรับเป็นที่หลับนอน มีเครื่องนอนสภาพเก่า และมีโครงบ้านที่รอการสร้างอยู่บริเวณกลางที่ดิน และห้องนอนสร้างอยู่ด้านหลังที่ดิน ล้อมรอบด้วยสังกะสีสภาพเก่า ยังไม่มีการต่อน้ำ-ไฟฟ้ามาใช้ในครัวเรือน โดยกระต๊อบสร้างอยู่ในที่ดินตกทอดของบรรพบุรุษ ไม่มีเอกสารสิทธิ์
ทีม พม.จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เร่งให้ความช่วยเหลือในเรื่องสิทธิสวัสดิการของกระทรวง พม. แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยพิจารณาช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคม , มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์ CSR จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า และสนับสนุนงบปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม โดยศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ บ้านบุรีรัมย์ สังกัดกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม. ซึ่งเป็นเงินที่บริจาคโดย บริษัท โรงงานน้ำตาล บุรีรัมย์ และจากโครงการปรับสภาพแวดล้อมผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม. นอกจากนี้ ได้ประสานความช่วยเหลือในเรื่องสิทธิและรวบรวมเอกสาร เพื่อขอรับเงินเยียวยาจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี แก่ทายาทผู้เสียชีวิต จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีเสียชีวิต และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการอำนวยความสะดวกและดูแลด้านความเป็นอยู่ของครอบครัวผู้เสียชีวิต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขมรจุ้นดิ้นประท้วง! แถลงการณ์ไม่ให้ไทยยกเลิก MOU 2543 อ้างละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กว่า สำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐกัมพูชา (SSBA) ออกแถลงการณ์ตามที่คณะกรรมาธิการฯของวุฒิสภาไทย ได้ลงมติเห็นควรให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2000) พ.ศ.2543
ร้านส้มตำดังบุรีรัมย์ ลูกค้าหาย ยอดขายร่วงเกินครึ่ง จากวิกฤตน้ำมัน ต้นทุนวัตถุดิบพาเหรดขึ้นราคา
วิกฤตน้ำมันขาดแคลน ซ้ำปรับราคาไม่หยุด ทำให้สินค้าหลายอย่างพาเหรดขึ้นราคา ส่งผลกระทบกับร้านขาย "ส้มตำยายนอม" ชื่อดังที่บุรีรัมย์ที่เคยมีลูกค้าแน่นร้าน ยอดขายวันละกว่า 2 หมื่นบาท ซบเซาลงอย่างน่าใจหายทั้งลูกค้าหน้าร้านและไรเดอร์
บุรีรัมย์ดวลบีจีปทุมฯ ลูกหนัง'เมืองไทย คัพ" รอบรองฯเตะสนามกลาง
วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ. ห้องประชุมเมืองไทยประกันภัย อาคารเมืองไทยภัทร คอมเพล็กซ์ “Tower A” ชั้น 14 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดพิธีจับสลากประกบคู่การแข่งขันฟุตบอล เมืองไทย คัพ ฤดูกาล 2025/26 รอบรองชนะเลิศ
วิกฤตน้ำมันลามท่องเที่ยว เขื่อนลำนางรอง เงียบเหงา ร้านเช่าห่วงยางปิดอื้อ
วิกฤตน้ำมันขาดแคลน ซ้ำราคาพุ่ง "เขื่อนลำนางรอง" หาดทรายเทียม นทท.หาย กระทบหนัก ร้านเช่าห่วงยางปิดกว่า 20 ร้าน บางวันไม่ได้สักบาท
นายกฯ ขอประชาชนอย่ากังวล ไทย-กัมพูชา ปะทะรอบ 3 ตัดเรื่องนี้ออกไปได้
"อนุทิน" ย้ำ ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีอะไรน่าห่วง หลัง เสธ ทบ.รายงาน แค่เคลื่อนย้ายกำลังพลตามปกติ ขอให้ ปชช.สบายใจได้ ลั่น “นายกฯ ตอบแล้วไม่มีอะไรน่ากังวล” ขอให้ตัดเรื่องนี้ออกไป หลังสื่อถาม โอกาสปะทะรอบใหม่
มติเอกฉันท์ กมธ.วุฒิสภา เห็นควรให้รัฐบาลยกเลิก MOU 2543 ชี้เหตุผลสำคัญ 6 ข้อ
กมธ.วุฒิสภา มีมติเอกฉันท์ ชงฉีก “MOU 2543” ด้วยเหตุผล 6 ข้อ ชี้กัมพูชาละเมิดข้อตกลงต่อเนื่อง-ขัดรัฐธรรมนูญไทย ชี้ผ่านมา 26 ปี ข้อพิพาทดินแดนไม่คืบหน้า คาดส่งมติเข้าที่ประชุมวุฒิสภา ภายใน เม.ย. นี้

