
การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) นำโดยนายดรุฒ คำวิชิตธนาภา กรรมการ กทท. ในฐานะประธานกรรมการกำกับดูแลที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคมของ กทท. พร้อมด้วยนายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ กทท. ผู้บริหารและพนักงานเดินทางไปยังจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอน้ำยืน และอำเภอนาจะหลวย ในระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2568 เพื่อส่งมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่หน่วยทหารประจำชายแดน และประชาชนที่พักพิงอยู่ในศูนย์อพยพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและร่วมส่งกำลังใจ ภายใต้กิจกรรม “ท่าเรือรวมพลัง เพื่อพี่น้องชายแดนและทหารหาญของชาติ”
.
ผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า “กิจกรรมท่าเรือรวมพลัง เพื่อพี่น้องชายแดนและทหารหาญของชาติ เป็นความตั้งใจของการท่าเรือฯ ที่ต้องการส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจไปยังทหารและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ โดยได้เปิดรับบริจาคจากพนักงานและประชาชนเพื่อนำไปจัดซื้อของใช้ที่จำเป็นตามความต้องการของทหารและประชาชนที่เดือดร้อน ทั้งนี้ กทท. ยังได้เดินทางไปส่งมอบในพื้นที่ชายแดนด้วยตนเอง ด้วยตระหนักถึงความสะดวกของผู้รับและการไม่สร้างภาระให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้า โดยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา คณะผู้บริหารและพนักงานฯ ได้เดินทางไปยังค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่เจ้าหน้าที่ทหาร มูลค่ากว่า 150,000 บาท และในวันนี้ (8 สิงหาคม 2568) การท่าเรือฯ ได้ออกเดินทางอีกครั้งไปยังพื้นที่ชายแดน อ.น้ำยืน และ อ.นาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อนำสิ่งของจำเป็นตามความต้องการที่แท้จริงไปมอบให้ทั้งหน่วยทหารและประชาชนในศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพชั่วคราว รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท อาทิ ข้าวสาร ข้าวเหนียว อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำดื่ม PAT เสื้อยืด น้ำพริกแห้ง รองเท้าคอมแบทพร้อมถุงเท้า ยากันยุง รวมถึงสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในชีวิตประจำวันได้ โดยมี พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บัญชาการกรมทหารพรานที่ 23 เป็นผู้แทนรับมอบ ซึ่งสิ่งของทั้งหมดนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหาร พนักงาน หน่วยงานพันธมิตร และประชาชนที่ร่วมกันบริจาคด้วยความยินดีและเต็มใจที่จะส่งต่อกำลังใจให้คนในพื้นที่”

.
การท่าเรือฯ หวังว่าความร่วมมือและการสนับสนุนในครั้งนี้ จะเป็นพลังที่ช่วยเสริมแรงใจให้ทุกฝ่ายสามารถก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ พร้อมยืนยันในเจตนารมณ์ของการเป็นแนวหลังที่แข็งแกร่งในการสนับสนุนภารกิจของกองทัพในทุกสถานการณ์ และขอแสดงความขอบคุณต่อทหารทุกนายที่เสียสละปกป้องอธิปไตย ดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของแผ่นดินไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทภ.2 เปิดเส้นทาง 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' ชวนเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ชายแดนสุรินทร์
กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับจังหวัดสุรินทร์ ทดลองเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้เรื่องราวสำคัญของพื้นที่ชายแดน
เสธ.ทบ. ลุยชายแดนช่องสายตะกู พูดคุยชาวบ้านที่พบทหารเขมรติดอาวุธรุกพื้นที่
พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และเสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์บริเวณช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามการปฏิ
มทบ.22 อุบลราชธานี บรรจุทายาททหารกล้า ปกป้องแผ่นดินไทย เข้ารับราชการแทน
มทบ.22 อุบลราชธานี บรรจุทายาทของทหารกล้า "วีรชนทหารกล้าชายแดน" เข้ารับราชการทดแทน จากเหตุปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา
'พล.อ.เกรียงไกร' เข้าตึกไทยคู่ฟ้า พบ 'อนุทิน' หารือแนวทางแก้ปัญหาชายแดนใต้
"บิ๊กเกรียง" ดอดขึ้นตึกไทย กินข้าวกลางวันนายกฯ ให้คำแนะนำแก้ปัญหาชายแดนใต้ หลังเกิดเหตุถี่ มองเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ไม่ทำเกิดเหตุรุนแรง บอก นายกฯขอใช้การเมืองนำการทหาร
ทบ. โต้ CMAA บิดเบือนปมระเบิดตกค้าง ยันไทยยึดหลักสากล
จากกรณีเมื่อ 20 มี.ค. 69 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAA) ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ขอให้ประชาชนกัมพูชาเพิ่มความร
การท่าเรือฯ ยืนยันให้บริการท่าเรือตามปกติ ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด ไม่กระทบภารกิจหลัก
การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลและอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้สร้างความผันผวนต่อตลาดพลังงานและต้นทุนการขนส่งทางทะเลในระดับสากล ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ กทท.

