
สื่อออนไลน์สร้างโอกาสให้คนทั้งโลกเชื่อมโยงกันได้ในพริบตา แต่ก็สร้าง “ช่องว่าง” ให้อาชญากรไซเบอร์เข้าไปหลอกลวงเด็กและเยาวชนอย่างเงียบเชียบ... และน่าเศร้าที่หลายคนไม่เคยได้รับความช่วยเหลือ
ภาพของเด็กวัย 8 ขวบที่ถูกล่อลวงให้ถ่ายภาพโป๊ส่งให้บุคคลแปลกหน้า หรือผู้สูงอายุที่สูญเสียเงินบำนาญทั้งหมดจากแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์... นี่ไม่ใช่เพียง “ข่าวที่น่าตกใจ” แต่คือ “ความจริง” ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทุกวัน
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้จับมือกับมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย, องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และองค์กรพันธมิตรกว่า 50 แห่ง จัดงาน “Safer Internet Day Thailand 2025” หรือ SIDTH 2025 ภายใต้แนวคิด “Together for a Safer Internet” เพื่อร่วมกันประกาศเจตนารมณ์สร้างโลกออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนทุกกลุ่ม

เวทีแห่งนี้ไม่ใช่เพียงการรณรงค์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันกฎหมายเชิงป้องกัน การร่วมมือข้ามภาคส่วน และการสร้างเครือข่ายความรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ที่เข้มแข็งในระดับประเทศ
ภัยเงียบที่ขยายตัวแบบไร้ขีดจำกัด
ข้อมูลจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2566 ชี้ว่า คนไทยกว่า 36 ล้านคนเคยถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะที่สถิติเฉลี่ยจากศูนย์ AOC 1441 พบว่ามีประชาชนโทร.ร้องเรียนมากถึง 3,000 สายต่อวัน
กลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดคือ เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะช่วงวัย 8-14 ปี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังสำรวจโลกออนไลน์แต่ยังขาดการรู้เท่าทัน ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ในปี 2567 มีคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กบนโลกออนไลน์ถึง 346 คดี โดยเหยื่อส่วนใหญ่มักไม่กล้าเปิดเผยเรื่องราวของตน เพราะความกลัวและความอับอาย

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการ สสส. เปรียบเทียบว่า “อินเทอร์เน็ตคือสนามล่าเหยื่อที่ไร้พรมแดน มิจฉาชีพใช้จิตวิทยาและ AI อย่างแนบเนียน พุ่งเป้าไปยังเด็กที่อยากรู้อยากลอง หรือผู้สูงวัยที่โดดเดี่ยว สิ่งที่ต้องทำคือ สร้างระบบป้องกันและการรู้เท่าทันตั้งแต่ในโรงเรียน ชุมชน และครอบครัว”
เมื่อกฎหมายตามไม่ทันพฤติกรรมใหม่

ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันการล่อลวงเด็กและการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง โดยคนร้ายมักเริ่มจาก “การโน้มน้าวใจ” และเก็บข้อมูลเหยื่อ ก่อนจะค่อยๆ ควบคุมพฤติกรรม
แต่ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ “ช่องว่างของกฎหมาย” ที่ยังไม่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำได้ในหลายกรณี หากยังไม่มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมายแบบชัดเจน เช่น กฎหมายไทยยังไม่สามารถจับกุมผู้ที่มีคลิปหลุดแต่ยังไม่ลงมือข่มขืนจริงได้ “หลายครั้งเจ้าหน้าที่เจอบ้านที่มีมือถือหลายสิบเครื่อง กล้องวงจรปิด และฮาร์ดดิสก์เต็มไปด้วยข้อมูลเหยื่อ แต่ยังเอาผิดไม่ได้ เพราะยังไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง” ดร.ศรีดากล่าว
เธอเสนอว่า รัฐบาลไทยควรเร่งปฏิรูปกฎหมายเชิงป้องกัน เช่นเดียวกับประเทศออสเตรเลีย ที่สามารถออกกฎหมายควบคุมแพลตฟอร์มดิจิทัลจากต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ปล่อยให้คนร้ายมีพื้นที่เคลื่อนไหวอิสระในโลกออนไลน์
เด็กไทยต้องรอด ก่อนจะสายเกินไป

นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวในเวที SIDTH 2025 ว่า “การปกป้องเด็กในโลกดิจิทัลต้องอาศัยความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทอย่างมากในการจัดการกับปัญหาการล่วงละเมิด”
ยูนิเซฟเตรียมนำข้อเสนอจากเวที ASEAN ICT Forum 2024 ที่จัดขึ้นที่อินโดนีเซียมาต่อยอดในประเทศไทย เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งการส่งเสริมทักษะดิจิทัลให้เด็กและครอบครัว การร่วมมือกับภาคธุรกิจเทคโนโลยี และการผลักดันนโยบายปกป้องเด็กจากภัย OCSEA (Online Child Sexual Exploitation and Abuse)

นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้กระทรวงหลัก 7 กระทรวงร่วมมือกันทำงานเชิงรุก เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้ทุกโรงเรียนมีมาตรการป้องกันภัยไซเบอร์ และทุกครอบครัวสามารถสื่อสารกับลูกได้อย่างเข้าใจในยุคดิจิทัล
“สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” ทางรอดของสังคมไทย

สสส.เชื่อมั่นว่า การแก้ปัญหาไซเบอร์ไม่อาจสำเร็จได้หากทำโดยภาครัฐเพียงลำพัง การรวมพลังของภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” คือคำตอบของอนาคต
งานอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติในปีนี้จึงไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ แต่เป็นการแสดงออกของเจตจำนงร่วมกันที่จะไม่ปล่อยให้เด็กไทย “เติบโตในความกลัว” จากภัยออนไลน์ที่มองไม่เห็น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ
ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ
เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา
จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570
สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก
สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย
เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง

