ผู้ว่าการ กยท.“ณกรณ์ ตรรกวิรพัท” เผยตัวเลขผลผลิตยางปี 65 มีน้อยกว่าความต้องการใช้ 3-5 แสนตัน แถมมีปัจจัยบวกอีกเพียบ ได้ราคาแน่ พร้อมยกระดับการบริการสู่องค์กรดิจิทัล จับมือเอกชนพัฒนา 2 แอพพลิเคชั่นเด่น RUBBER WAY และ สมาร์ทยางไทย

วันนี้ ( 14 ก.พ.65 ) การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ได้จัดกิจกรรม "Talk About Rubber " ผ่านการประชุมออนไลน์ระบบ Zoom และออฟไลน์แบบ On site โดยมีนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิด พร้อมบรรยายสรุปประเด็นการบริหารงาน กยท. ภายใต้การขับเคลื่อนสู่องค์กรดิจิทัล และ น.ส. อธิวีณ์ แดงกนิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจยาง นำเสนอประเด็นวิเคราะห์สถานการณ์ยางพาราไทย ไตรมาส 2/256
โดย นายณกรณ์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ราคายางพาราในวันนี้ ถือว่า อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ด้วยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ เช่น การเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลปิดกรีด โดยพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก คาดว่าจะเริ่มปิดกรีดตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้มีปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลง และทาง ANRPC คาดว่า ในปี 2565 ปริมาณผลผลิตยางมีน้อยกว่าความต้องการใช้ประมาณ 300,000-500,000 ตัน นับเป็นเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อราคา อีกทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนเรื่องของราคาน้ำมัน และอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน เป็นต้น ขณะเดียวกัน กยท. ยังมีมาตรการคู่ขนานเพื่อสนับสนุนในเรื่องของราคายาง ทั้งมาตรการส่งเสริมการใช้ยาง และการชะลอขายยางเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา

ขณะที่การส่งออกยางและสต๊อกยาง จากวิเคราะห์ของ กยท. ชี้ว่า ปี 2565 จะมีการส่งออกยาง 4.218 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.03% โดยในช่วงไตรมาสที่ 1 คาดว่าจะมีการส่งออกยางประมาณ 1.107 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.29% ในขณะที่สต็อกยางมีแนวโน้มลดลง จากปริมาณสต็อกชินเต่าที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนให้การส่งออกเพิ่มขึ้น
ส่วนของโอกาสของยางพาราในปี 2565 ทาง กยท. มองว่า การแพร่ระบาดของ COVID- 19 ทำให้มีความต้องการใช้ถุงมือยางและชุด PPE มากขึ้น ขณะเดียวกันกระแสการลดโลกร้อน ทำให้มีความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น อุตสาหกรรมรถยนต์ฟ้าในจีนขยายตัวเพิ่มขึ้นและความต้องการยางล้อสำหรับรถไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้นด้วย พร้อมกันนี้ยังมีประเด็นของเศรษฐกิจจีนที่เติบโต มีการขยายโรงงาน มีการลงด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และการเปิดใช้เส้นทางรถไฟ จีน – ลาว ในอนาคต เป็นโอกาสของการส่งออกยางทางรถไฟ ด้วยใช้เวลาจากลาวไปจีนประมาณ 3 วัน จากเดิมขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังถึงชินเต่าใช้เวลาประมาณ 14-16 วัน ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพารา อาทิเช่น ยางยานพาหนะ ถุงมือยาง สายยางในปริมาณเพิ่มมากขึ้น

นายณกรณ์ กล่าวต่อไปว่า พร้อมกันนี้ กยท. ได้มีการยกระดับการขับเคลื่อนสู่องค์กรดิจิทัลที่พร้อมให้บริการอย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการร่วมมือกับบริษัทเอกชนพัฒนา 2แอพพลิเคชั่นสำคัญ ประกอบด้วย หนึ่ง RUBBER WAY โดยร่วมมือระหว่างกับ บริษัท RUBBER WAY PTE Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตล้อยางรายใหญ่ของโลกให้การสนับสนุน ได้แก่ กลุ่มมิชลินและคอนติเนนเทิล โดย RUBBER WAY จะเป็นเครื่องมือในการสำรวจข้อมูลการทำสวนยางเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ปรับปรุงในเรื่องของการทำสวนยางเพื่อได้มาตรฐาน ด้วยมีข้อตกร่วมกันว่า หากสมาชิกชาวสวนยางมีการบริหารจัดการสวนที่ได้มาตรฐาน บริษัทจะให้โอกาสในการซื้อขายโดยตรงมากขึ้น เท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับชาวสวนยางสมาชิก

“ สอง สมาร์ทยางไทย เป็นแอพพลิเคชั่นที่ได้ร่วมกับร่วมมือกับ บริษัท วี บิลด์ แอนด์ โอเปอร์เรต จำกัด พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการความร่วมมือจัดทำเครื่องมือเพื่อการสื่อสาร และประชาสัมพันธ์ให้กับสมาชิกผ่านรูปแบบ Mobile Application ช่วยให้สมาชิกชาวสวนยาง เกษตรกร และประชาชนทั่วไป เข้าถึงการให้บริการจาก กยท. เช่น การประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่าง ๆ การแจ้งเตือนที่สำคัญ การรับเรื่องร้องเรียน การแจ้งปัญหา การสำรวจความคิดเห็นจากเกษตรกร การเผยแพร่ข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากหน่วยงานภาครัฐและความร่วมมือเอกชนที่เข้าร่วม”นายณกรณ์กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาตรฐาน Thai Traceability พลิกโฉมประเทศไทยก้าวสู่ผู้นำยางพาราโลก
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดกระแสการรักษ์โลกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างภาวะที่ท้าทายอย่างรุนแรงต่อระบบการเกษตรทั่วโลก มีการตืิ่นตัวในการทำการเกษตรยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมและสังคม
กยท.เร่งยกระดับยางพาราไทยสู่ตลาดพรีเมี่ยม ตั้งเป้าดันสวนยาง 350,000 ไร่ ผ่านมาตรฐาน FSC ภายในปี 2570
กยท.ยกระดับยางพาราไทยขึ้นสู่ระดับพรีเมี่ยม รองรับกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จับมือภาคเอกชนเร่งเดินหน้าส่งเสริมการทำสวนยางตามมาตรฐานการจัดการป่าไม้ยั่งยืน "FSC” ตั้งเป้า 350,000 ไร่ภายในปี 2570
กยท.หั่นเป้ายาง EUDR เหลือ 9 หมื่นตัน ดัน 'Thai Traceability' ยกระดับมาตรฐานยางไทย
ประธานบอร์ด กยท.หนุนเพิ่มกิจกรรมสร้างมาตรฐาน “Thai Traceability” รองรับมาตรฐานสากล พร้อมปรับเป้าปริมาณยาง EUDR จาก 1.3 แสนตัน เหลือ 90,826.85 ตัน ให้สอดคล้องความต้อง
กยท. ผลักดันสวนยางอารยเกษตร ตั้งเป้าหมาย 100,000 ไร่ มั่นใจช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
กยท.เดินหน้า โครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร สู่เป้าหมาย100,000ไร่ ภายในปี2570 นำร่องผลักดันสวนยางต้นแบบ33แห่งในพื้นที่10จังหวัดภาคอีสานตอนบน
‘สุริยะ’ ห่วงน่านเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำ สั่ง กยท.เฝ้าระวัง 3,500 เกษตรกรกลุ่มแรก
นายวีริศ อัมระปาล กรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และรักษาการผู้ว่าฯ กยท. กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศแจ้งเตือน 17 จัง
บอร์ด กยท. ตั้งคณะอนุฯ วิจัยยางพารา เร่งต่อยอดนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม
บอร์ด กยท. ไฟเขียวตั้งคณะอนุกรรมการบริหารงานวิจัย วางทิศทางศึกษาและพัฒนายางพาราอย่างเป็นระบบ “เบญจพล” ฝากความหวังดันผลงานวิจัยสู่นวัตก

