
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ที่สถานีตำรวจนครบาลดุสิต นายสานิตย์ พลศรี นายกสมาคมครูชนบท จังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายสมคิด หอมเนตร รองประธานคณะมนตรีปฏิรูปการศึกษาภาคประชาชน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.ธีระกิตติ์ ธีระบัญชร รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลดุสิต เพื่อขอให้ตรวจสอบนโยบายด้านการศึกษาในประเด็นการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและการจัดซื้อ เช่า ใช้สื่อดิจิทัล
ทั้งสองระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวยังไม่มีการประเมินผลการวิจัยที่ชัดเจน อีกทั้งไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายหรือแผนการปฏิรูปใดบัญญัติให้ปรับเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาในลักษณะนี้ โดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และแผนการจัดการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 มุ่งเน้นเพียงการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียนตามความถนัดและหลักการพหุปัญญา

นายสานิตย์กล่าวว่า ระบบการศึกษาควรมุ่งไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้ แบบ Active Learning ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิด วิเคราะห์ ค้นคว้า ลงมือปฏิบัติจริง และทำงานร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในระยะยาว พร้อมเสนอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำหนดนโยบาย ด้านการศึกษาอย่างโปร่งใสและยึดประโยชน์ของผู้เรียนเป็นหลัก
ทั้งนี้ การร้องทุกข์ครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยต่อคุณภาพการศึกษาไทย โดยภาคประชาชนย้ำว่าควรมีการดำเนินงานที่สอดคล้อง กับกรอบกฎหมายและแผนการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนและ สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการศึกษาในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
กองทัพเรือเปิดชื่อ 11 บริษัทชิงเค้กจัดหาเรือฟริเกต
ทร.เปิดชื่อ11 บริษัทถูกเชิญให้ยื่นข้อเสนอต่อ“เรือฟริเกต“ เผย 3 บริษัทเกาหลีฯอยู่ในลิสต์รายชื่อ พร้อมย้ำข้อกำหนดต้องต่อเรือในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 พร้อมเปิดภาคประชาชนร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน
ภาคปชช. ร้อง 'บวรศักดิ์' ชง ก.พ. สอบใหม่ปมปลด 'หมอสุภัทร'
เครือข่าย ขสช. ร้องขอความเป็นธรรม 'บวรศักดิ์' ปมปลด 'หมอสุภัทร' วอน ก.พ. สอบสวนใหม่ กระทุ้งผู้บริหาร สธ. ยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง
83 ปี พคท. กับบทเรียนของสังคมไทย:สังคมนิยมอัตลักษณ์ไทยทางออกของสังคมไทย
วันที่ 1 ธันวาคม 2568 วาระครบรอบ 83 ปี การก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ประวัติศาสตร์การเมืองไทยได้หวนกลับมาอยู่ในพื้นที่สนทนาอีกครั้ง
ปล่อยแถวกองกำลัง 4 ฝ่าย คุมเข้ม 'เบตง' ป้องโจรใต้ป่วนเมือง
ยะลาปล่อยแถวกองกำลังพิทักษ์เมืองเบตง 4 ฝ่าย ตำรวจ-ทหาร-ปกครอง-ภาคประชาชน ป้องกันผู้ก่อเหตุสร้างความรุนแรงในพื้นที่

