“Active Youth เท่สุด...ให้หยุดดื่ม” เมื่อเยาวชนรุ่นใหม่ขีดเส้นชีวิตไม่พึ่ง L

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทย ว่าการทดลองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบเริ่มกลายเป็นเรื่อง “ปกติ” ทั้งที่ความจริงไม่ควรจะเกิดขึ้น หากย้อนกลับไปในยุค 90 ภาพจำของการ “ดื่มครั้งแรก” มักผูกติดกับการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยหรือปาร์ตี้สังสรรค์ แต่เวลานี้โลกเปลี่ยนไป เทรนด์คนรุ่นใหม่ไม่เพียงให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น แต่ยังยืดเวลาการอยู่กับครอบครัว เลือกหากิจกรรมสร้างสรรค์ทดแทนการดื่ม จนการดื่มสุรากลายเป็นพฤติกรรมที่ค่อยๆ ลดความนิยมลง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เห็นสัญญาณที่ดีนี้ และตัดสินใจจุดประกายพลังผ่านกิจกรรม “Active Youth เท่สุด...ให้หยุดดื่ม” ร่วมกับเครือข่ายเยาวชน มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว เพื่อสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงพลังเลือกชีวิตปลอดเหล้า โดยใช้ช่วงเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นของการ “เปลี่ยนแปลง”

เด็กไทยดื่มน้อยลง-ตัวเลขบอกชัดเจน

น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก (สำนัก 1) สสส. เผยว่า ข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 ชี้ให้เห็นว่าอัตราการดื่มสุราในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี ลดลงจาก 34.7% ในปี 2564 เหลือเพียง 24.8% ในปี 2567 ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่า คนรุ่นใหม่เริ่มตระหนักถึงผลเสียของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัญหายังไม่หมดไป เพราะการดื่มที่เหลืออยู่ยังเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท ความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย สสส.จึงต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการสกัดนักดื่มหน้าใหม่ การสร้างทางเลือกกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย และการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง

โลกกำลังเปลี่ยน-เยาวชนรักสุขภาพมากขึ้น

ไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้นที่เห็นการเปลี่ยนแปลง รศ. ดร. นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยงานวิจัยที่สำรวจเยาวชนอายุ 11-18 ปี ใน 39 ประเทศรายได้สูงทั่วโลก พบว่าอัตราการดื่มแอลกอฮอล์ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2540 เช่น สหรัฐฯ ลดจาก 50% เหลือ 30% อังกฤษลดจาก 60% เหลือ 30% ออสเตรเลียลดจาก 50% เหลือ 25% ส่วนไอซ์แลนด์ลดลงถึง 80%

สิ่งที่ผลักดันปรากฏการณ์นี้คือ การเปลี่ยนค่านิยมของสังคม คนรุ่นใหม่ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวนานขึ้น สนใจสุขภาพมากขึ้น และมีสื่อออนไลน์เป็นพื้นที่ใช้เวลาจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้การดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งการรณรงค์และนโยบายควบคุมที่เข้มงวดในหลายประเทศก็มีส่วนสำคัญ

สำหรับไทย แม้อัตราการดื่มในเยาวชนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 8.9% ในปี 2564 เป็น 9.6% ในปี 2567 แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ กลุ่มวัยทำงานที่มีรายได้เริ่มหันมาดื่มมากขึ้นถึง 9% ปัญหาจึงไม่ได้หยุดแค่เยาวชน แต่ยังต้องมองทั้งระบบที่เกี่ยวพันกับเศรษฐกิจและกฎหมายควบคุมการดื่มที่ยังผ่อนปรนอยู่

เสียงสะท้อนจากเยาวชน-เลือกกิจกรรมแทนการดื่ม

ผลสำรวจโดยเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง ระหว่างวันที่ 18-30 กรกฎาคม 2568 ในกลุ่มตัวอย่าง 2,200 คนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่าแม้ 65.7% เคยดื่ม แต่กว่า 68.8% ระบุว่าดื่มเพียง “นานๆ ครั้ง” ขณะเดียวกันถึง 72.3% ต้องการกิจกรรมทางเลือกในช่วงเข้าพรรษา ไม่ว่าจะเป็นการทำศิลปะ งานคราฟต์ ออกกำลังกาย ทำคอนเทนต์ออนไลน์ หรือกิจกรรมจิตอาสา

นางสาวปาลิณี ต่างสี ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ ชี้ว่า เยาวชนจำนวนมากตระหนักว่าแอลกอฮอล์ไม่ใช่ทางออกของปัญหาในชีวิต โดยกว่า 50% เชื่อว่าการดื่มทำให้ทุกอย่างแย่ลง ขณะที่วิธีคลายเครียดที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือการฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกม รวมถึงการพูดคุยกับเพื่อนหรือคนสนิท

ประสบการณ์จริง-จากแก้วแรกสู่การเปลี่ยนแปลง

เรื่องเล่าของนายอาร์วิน ซอยสุเรน ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย สะท้อนความจริงที่หลายคนเคยเจอ เขาเริ่มดื่มครั้งแรกตอนอายุ 14 ปีเพราะแรงกดดันจากเพื่อน เมื่อดื่มเบียร์เพียง 2 แก้วก็รู้สึกหน้ามืดจนกลับบ้านไม่ได้ เหตุการณ์นั้นกลายเป็นบทเรียนสำคัญ ทำให้ตัดสินใจไม่ดื่มจนเมาและค่อยๆ ลดการดื่มลง

อาร์วินบอกว่า “เลิกเหล้าไม่ง่าย แต่ถ้าเลิกได้จะได้ทั้งสุขภาพและอนาคตที่มั่นคงกว่า สิ่งสำคัญคือไม่ต้องอายที่จะขอความช่วยเหลือจากครอบครัวหรือเพื่อน” เสียงสะท้อนนี้จึงเป็นเครื่องย้ำว่า แม้เยาวชนจำนวนไม่น้อยจะผ่านการลองผิดลองถูก แต่ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงและเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ได้

จากแคมเปญสู่การเปลี่ยนบรรทัดฐาน

กิจกรรม “Active Youth เท่สุด...ให้หยุดดื่ม” ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ แต่กำลังขับเคลื่อนให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ในสังคมไทย ว่าการไม่ดื่มก็ “เท่” ได้ไม่แพ้ใคร และการสังสรรค์ไม่จำเป็นต้องมีแอลกอฮอล์เสมอไป

หากสังคมช่วยกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางเลือกสร้างสรรค์ และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ใช้พลังในทางที่เป็นประโยชน์ ไม่เพียงลดจำนวนผู้ดื่มหน้าใหม่ แต่ยังเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อสุขภาวะและความปลอดภัยของสังคมไทยโดยรวม

สังคมไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ ระหว่างค่านิยมเก่าที่ผูกพันกับการดื่ม กับค่านิยมใหม่ที่ให้คุณค่ากับสุขภาพและเสรีภาพของการเลือกไม่ดื่ม หาก “Active Youth เท่สุด...ให้หยุดดื่ม” สามารถต่อยอดจากกิจกรรมในช่วงเข้าพรรษาไปสู่การสร้างสังคมปลอดเหล้าได้จริง วันหนึ่งเราอาจได้เห็นเยาวชนรุ่นใหม่ที่เติบโตอย่างเข้มแข็ง พร้อมสร้างอนาคตโดยไม่ต้องพึ่งพาแอลกอฮอล์เลยก็เป็นได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี  

“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ

ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ

เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา

จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570

สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก

สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง