นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของประชากร 2567 สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า จังหวัดที่มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูงสุด 3 อันดับแรก คือ ขอนแก่น 64.1% ลำปาง 59.5% และมหาสารคาม 56% โดยภาพรวมของประเทศมีนักดื่มหน้าใหม่อายุเฉลี่ย 19.9 ปี พบมากสุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีอายุเฉลี่ยเพียง 19.6 ปี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรค NCDs เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง ไตเรื้อรัง จากข้อมูลพบว่า ในช่วงปี 2566 จ.ขอนแก่น มีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองสูงสุด 1,064 คน รองลงมาคือหัวใจขาดเลือด 544 คน ไตวายเรื้อรัง 380 คน และเบาหวาน 437 คน


“สสส. ขับเคลื่อนทำงานในรูปแบบการ “ร่วมทุน” กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น ภายใต้ยุทธศาสตร์ DOPA-Driven คือการทำงานแบบมุ่งเป้าโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน วิเคราะห์สถานการณ์ภาระโรคในระดับตำบล วางแนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ตอบโจทย์บริบทชุมชน พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อเป็นแกนหลักในการทำงานกับกลุ่มเป้าหมาย มีการติดตามและประเมินผลต่อเนื่องมุ่งเป้าลดป่วย ลดโรค ไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร สำหรับการ “ร่วมทุน” เป็นการดำเนินงานรูปแบบใหม่ของ สสส. ที่ร่วมสมทบทุนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในฐานะที่มีข้อมูลพื้นฐานและกลุ่มเป้าหมาย มาร่วมสมทบทุนกันเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ในการผลักดันการสร้างเสริมสุขภาพสู่ประชาชนในพื้นที่ สามารถติดตามและวัดผลลัพธ์ได้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม รวมถึงสามารถหนุนเสริมให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงปัจจัยที่ส่งผลต่อตัวกำหนดสุขภาพของประชาชน (Social Determinants of Health) ในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ปัจจุบันมี อบจ.และหน่วยงานที่ทำข้อตกลงร่วมทุนกับ สสส. แล้ว 20 แห่งทั่วทุกภูมิภาค อาทิ ร้อยเอ็ด แพร่ สิงห์บุรี ปัตตานี” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว
นางดวงแข อรรณนพพร รองนายก อบจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่ผ่านมา อบจ.เน้นการจัดสรรงบฯ ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ก่อสร้างถนน ปรับสภาพแวดล้อม แต่การทำงานร่วมกับ สสส. นั้น อบจ. ให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง โดยกระจายงบประมาณไปยังชุมชนในพื้นที่ มี รพ.สต. เป็นพี่เลี้ยงให้ความช่วยเหลือชุมชนในการขับเคลื่อนโครงการป้องกันสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จากการดำเนินงานร่วมกับ สสส. ตั้งแต่ปี 2567 ปัจจุบันมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม 3,392 คน จาก 32 โครงการ ครอบคลุม 14 อำเภอ 28 ตำบล 58 หมู่บ้าน พบว่า 1,047 คน หรือคิดเป็น 74.05% สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงได้สำเร็จ โดยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ การลดและเลิกสุรา/ยาสูบ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันและชะลอภาวะไตเสื่อม การเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ เกิดแกนนำสร้างเสริมสุขภาพทำหน้าที่สื่อสารขยายผล 891 คน สามารถสร้างสภาพแวดล้อมใหม่เอื้อต่อสุขภาพ ได้แก่ พื้นที่ออกกำลังกายชุมชนรักษ์ไต ร้านชำสุขภาพ ฯลฯ จากนี้เตรียมขยายผลครอบคลุมทั้งจังหวัด เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งและสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป

//////////////////////////////
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ
ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ
เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา
จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570
สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก
สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย
เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง

