
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP 30) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่จัดขึ้น ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ได้ผ่านมาเป็นวันที่ 3 ซึ่งคณะผู้แทนไทยโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยประสานงานกลางของประเทศภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ พร้อมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเจรจาอย่างต่อเนื่อง โดยมีความก้าวหน้าสำคัญด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนี้
.
(1) เร่งเจรจาประเด็นการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเติมเต็มช่องว่างการสนับสนุนด้านการเงินและเทคนิคให้ประเทศกำลังพัฒนา สามารถดำเนินการตามแผนการปรับตัวฯ แห่งชาติ ได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเพิ่มการสนับสนุนเงินเพื่อจัดการด้านความสูญเสียและความเสียหายมากยิ่งขึ้น

(2) ประเทศภาคีมุ่งเจรจาแผนงานจัดการผลกระทบจากการใช้มาตรการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่อาจส่งผลต่อการค้าระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลก โดยร่วมหารือแผนการดำเนินงานและกรอบเวลาของคณะกรรมการ The Katowice Committee of Experts on the Impacts of the Implementation of Response Measures (KCI) คาดหวังให้เร่งศึกษาผลกระทบ เพื่อหาแนวทางจัดทำข้อตัดสินใจที่จะลดผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
.
(3) การกำหนดแนวทางการดำเนินงานของกองทุนสำหรับความสูญเสียและความเสียหาย (FrLD) ภาคีประเทศกำลังพัฒนา ประเทศพัฒนาแล้ว สำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาฯ และประเทศภาคีที่สนับสนุนเงินตั้งต้น ได้ริเริ่มหารือเพื่อตั้งเป้าหมายให้การเสนอขอเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ ของประเทศกำลังพัฒนาเกิดความรวดเร็ว ยืดหยุ่น และโปร่งใส

.
นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เปิด Thailand Pavilion จัดกิจกรรมคู่ขนานในการประชุม COP30 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ได้มีการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขา ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างกลไกแห่งการฟื้นฟู และพัฒนาเมืองให้มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การยกระดับจาก คำมั่นสัญญาสู่การลงมือทำร่วมกัน ภายใต้ ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมของอาเซียน การมีส่วนร่วมของเยาวชนในฐานะกระบอกเสียงสำคัญด้านการรณรงค์เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปิดท้ายด้วยการนำเสนอวิดีทัศน์จากเยาวชนไทย ถ่ายทอดมุมมองและแรงบันดาลใจในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ผ่านแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในสังคมไทย
.
ทั้งนี้ ท่านที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการประชุม COP 30 และความเคลื่อนไหวใน Thailand Pavilion ได้ทาง Facebook กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
.
ที่มาภาพ: UN Climate Change
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุชาติ' เชื่อภูมิใจไทย กวาด 10 เขตชลบุรี ซัดสส.พรรคส้มไม่เคยลงพื้นที่
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต1 พรรคภูมิใจไทย ใ
มันเป็นแบบนี้นี่เอง! 'เด็กธนาธร' ฉีกทุกโพล แทงสวนทุกสำนัก 'เสี่ยเฮ้ง' สอบตกเพราะ 'ประกันสังคม'
นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน บุคคลในกลุ่มที่ใกล้ชิด นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวห
รองนายกฯ ‘สุชาติ ชมกลิ่น’ เป็นประธานเปิดนิทรรศการ 100 ปี บนเส้นทางสายศรัทธา ดวงประทีปส่องสว่างทั่วแดนไทย จ.ชลบุรี
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการ “100 ปี บนเส้นทางสายศรัทธา ดวงประทีปส่องสว่างทั่วแดนไทย” ณ สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถาน ศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ดร.ณัฏฐ์ อัดเพื่อนธนาธร เพ้อเจ้อโยงตึก SKYY9 ใส่ร้ายสุชาติ เตือนผิดพรบ.คอมพ์
สืบเนื่องจากนายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน และเป็นเพื่อนสนิทนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะ
ทส. สั่งเดินหน้าลุยตรวจสอบโรงงานไม้แปรรูปเมืองแปดริ้ว พบไม้ผิดกฎหมาย 600 ลบ.ม. มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท
กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นโรงงานแปรรูปไม้ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พบซุกไม้ท่อนและไม้แปรรูปเถื่อนกว่า 600 ลบ.ม. มูลค่ารวม 30 ล้านบาท
รองนายก ฯ สุชาติ สั่งการคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น ขยายเวลา WFH พร้อมประสานกรมฝนหลวง เจาะชั้นบรรยากาศ
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 มกราคม 2569 โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคกลางตอนบนและภาคอีสาน ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบในหลายพื้นที่

