น้ำมันสงขลาป่วนหนัก บางจาก สั่งปิดปั๊มอ้างหมดโควตา เจ้าของปั๊มโร่ขอความเมตตาจากพลังงานจังหวัด
19 มีนาคม 2569 - นายพลศักดิ์ วิเศษสิงห์ ผู้จัดการปั๊มน้ำมันบางจาก ที่เป็นปั๊มขนาดใหญ่ จำนวน 4 ปั๊ม 1 ตั้งอยู่ในบนถนนสายหลักใน อ.สะเดา 2 หน้าค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ 3 ตั้งอยู่ที่ ถนนศรีภูวนารถ เทศบาลนครหาดใหญ่ 4 ตั้งอยู่ที่ อ.นาหม่อม จ.สงขลา ได้ร้องทุกข์มายังนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล วุฒิสมาชิก ถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น โดยแจ้งว่าปั๊มทั้ง 4 แห่งของตน เป็นปั๊มที่รับน้ำมันจากโรงกลั่นบางจาก มีสัญญาถูกต้องว่า บางจากจะต้องส่งน้ำมันให้กับปั๊มของตนทั้ง 4 แห่ง โดยไม่มีการจำกัดโควตา แต่เมื่อวันที่ 17 มี.ค. เซลล์ของบริษัทบางจากได้มีการแจ้งให้ทราบว่า บางจากจะส่งน้ำมันให้เป็นวันสุดท้ายในวันที่ 17 มี.ค. และจะจัดส่งให้ใหม่อีกครั้งในวันที่ 1 เม.ย. 2569
โดยอ้างว่า ปั๊มทั้ง 4 แห่งของตนได้ใช้โควตาน้ำมันของเดือนมีนาคมหมดแล้ว บริษัทจึงไม่สามารถจัดส่งน้ำมันให้ได้ เป็นเหตุให้ตนต้องปิดปั๊มทั้ง 4 แห่ง ซึ่งนอกจากสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่และลูกค้าที่ประกอบการขนส่ง อุตสาหกรรม และเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน เพราะปั๊มตนเป็นปั๊มใหญ่แล้ว ตนเองที่กู้เงินมาสร้างปั๊มทั้ง 4 แห่ง เป็นเงินหลายล้านบาทก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย
หลังมีการไม่จ่ายน้ำมันให้กับตนทั้ง 4 ปั๊ม ใน 3 อำเภอ ของ จ.สงขลา ตนได้ติดต่อกับเซลล์ประจำเขต เพื่อแจ้งให้ทราบว่า การไม่จ่ายน้ำมันของบริษัทบางจาก เป็นการผิดสัญญา เพราะในสัญญาไม่ได้มีการจำกัดโควตาในการขายในแต่ละเดือน แต่เขียนว่าบริษัทบางจากมีหน้าที่ในการจัดส่งน้ำมันให้ปั๊มของตน ตามคำสั่งซื้อโดยไม่มีการจำกัดจำนวน แต่เซลล์ ตอบว่าช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเป็นคำสั่งจากสำนักงานใหญ่ ให้หยุดการส่งน้ำมันให้ปั๊มทั้ง 4 ปั๊ม
เมื่อเช้าวันนี้ ตนได้แจ้งให้ พลังงานจังหวัดสงขลาทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อขอความช่วยเหลือ โดย พลังงานจังหวัดได้รับเรื่องไว้และรับปากว่าจะไปคุยกับผู้จัดการคลังบางจาก แต่จนถึงขณะนี้ก็ไม่มีคำตอบแต่อย่างใด สิ่งที่ตนทำได้ในขณะนี้จึงได้สั่งให้ พนักงานของปั๊มทั้ง 4 แห่ง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบว่า ปั๊มทั้ง 4 ปั๊ม จะปิดให้บริการและจะเปิดอีกครั้งในวันที่ 1 เม.ย.นี้
ตนจึงขอวิงวอนให้บริษัทบางจาก เห็นใจในความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นทั้งกับตนเอง และลูกค้าที่ไม่มีน้ำมันใช้ โดยเฉพาะที่ อ.สะเดา ซึ่งมีปั๊มขนาดใหญ่น้อย และเป็นเมืองเศรษฐกิจ ที่มีรถบรรทุกสินค้าไปยังต่างประเทศที่ต้องใช้น้ำมันเป็นจำนวนมาก
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ได้กล่าวว่า วันนี้ ความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการใน จ.สงขลา ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจ และศูนย์กลางการคมนาคม และเป็นศูนย์กลางการส่งออก สินค้า ไปยัง ท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย และ สิงคโปร์ ยังไม่คลี่คลาย ปั๊มน้ำมันทั้งหมดยังถูก จำกัดโควตาในการขายในแต่ละวัน จึงต้องมีการปิดปั๊มทันทีเมื่อน้ำมันหมด โดยเฉพาะ พนักงานเติมน้ำมัน ที่กลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของผู้ที่เข้ามาเติมน้ำมัน ทำให้เด็กปั๊มหลายคนลาออกจากงานไปแล้ว เพราะรับไม่ได้กับการถูกลูกค้าก่นด่า
เจ้าของปั๊มใน จ.สงขลา แจ้งให้ทราบว่า พลังงานจังหวัดได้ห้ามปั๊มติดป้ายในการจำกัดการเติมน้ำมันให้กับประชาชน เช่นที่เขียนว่า ให้เติมคันละ 500 บาท หรือ จยย. 100 บาท และขายให้กับผู้ที่นำภาชนะอื่นมาซื้อ โดยอ้างว่าเป็นการผิดกฎหมายพาณิชย์ ยิ่งกลายเป็นการสร้างปัญหาให้เกิดขึ้น เพราะทุกคนที่เข้ามาต้องการเติมเต็มถัง ทำให้น้ำมันที่ได้รับมาจาก คลังน้ำมัน หมดเร็วยิ่งขึ้น และเดือดร้อนมากขึ้น
นายไชยยงค์ กล่าวว่า อยากให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด และพาณิชย์จังหวัด ไปตรวจสอบ ในพื้นที่ซึ่งมีปัญหา เช่น อ.สะเดา อ.หาดใหญ่ อ.รัตภูมิ ที่มีปัญหาความเดือดร้อนสูง ไม่ใช่ไปตรวจอำเภอรอบนอก ที่ไม่ใช่โซนอุตสาหกรรม และไม่ใช่เขตเมือง อ. อ.จะนะ อ.ควนเนียง ซึ่งไม่ใช่เส้นทางหลักในการสัญจร เพราะพื้นที่เหล่านั้นมีน้ำมันเพียงพอกับจำนวนของประชาชน และอีก 2 วัน จะเป็นวัน รายอปอซอ หรือ วันออกบวช ของผู้นับถือศาสนาอิสลาม จะมีผู้เดินทางเป็นจำนวนมากใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถามว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการวางแผนในการ บริหารน้ำมัน ให้เพียงพอกับการเดินทางของประชาชน แล้วยัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฝาก 'สีหศักดิ์' ตัดพ้อสหรัฐไม่แยแสไทยเจอวิกฤต ลั่นบทเรียนนี้เจ็บแล้วต้องจำ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร การเมืองระหว่างประเทศ มีคำกล่าวว่า
ครม. เห็นชอบ วาระแห่งชาติด้านพลังงาน เผยมาตรการบรรเทาผลกระทบค่าไฟฟ้า
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ดีเอสไอ สอบเพิ่มอีก 1 บริษัทเรือขนส่ง ปมน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร
โฆษกดีเอสไอ เผยคืบหน้าคดีน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร ล่าสุดเพิ่มเป็น 9 บริษัท จากเดิม 8 บริษัท เหตุ มีบริษัทเรือ 1 แห่งให้การว่าเป็นเพียงบริษัทให้เช่าเรือ (ลีสซิ่ง) แย้ม สอบปากคำในฐานะพยานไปแล้ว 7 บริษัท เร่งสอบ 2 บริษัทสุดท้ายภายในสิ้นเดือน เม.ย.69
ทีมสุดซอย นำหลักฐานยื่นดีเอสไอ พบพิรุธใบขนส่ง 166 ฉบับ คลังน้ำมัน 6 แห่งส่อกักตุน
"ฐิติภัสร์" พร้อมทีมกฎหมาย หอบหลักฐานเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ กว่า 166 ฉบับ ของคลังน้ำมัน 6 แห่งในจังหวัดระยองและชลบุรี ร้อง “ดีเอสไอ" ดำเนินคดีเอาผิด เหตุ ส่อปิดบังรายละเอียดสำคัญช่วงวิกฤตน้ำมันขาดแคลน

