“พิพัฒน์” เปิดชุดของขวัญปีใหม่คมนาคม 2569 มอบ3 ความสุขใหญ่ H-N-Y ให้คนไทย ครบทั้งอุ่นใจ สะดวก และปลอดภัย ทั่วประเทศ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบ “ของขวัญปีใหม่ 2569” จากกระทรวงคมนาคม ภายใต้แนวคิด “H.N.Y 2569 – Happiness of All, Network of Care, Year of Safety” โดยมีนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารทุกหน่วยงานร่วมกันจัดมาตรการ ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มทางเลือกการเดินทาง และมอบของที่ระลึกแทนคำขอบคุณประชาชนที่ใช้บริการระบบคมนาคมของรัฐตลอดทั้งปี

ชุดของขวัญปีใหม่นี้ครอบคลุมทั้งถนน รถไฟ รถไฟฟ้า รถโดยสาร เรือ และการเดินทางทางอากาศ แบ่งเป็น 3 กลุ่มมาตรการหลัก ดังนี้

H – Happiness of All เดินทางอย่างมีความสุขทุกเส้นทาง
กรมเจ้าท่า ร่วมกับบริษัท ไทยสมายล์ โบ้ท จำกัด จัด “ล่องเรือไหว้พระ 9 วัด รับปีใหม่” ด้วยเรือไฟฟ้า MINE Smart Ferry สำหรับประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขยายเวลารับชำระภาษีรถประจำปีผ่าน Drive Thru for Tax และสำนักงานขนส่ง และขยายเวลารับลงทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะในกรุงเทพฯ ให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบป้ายเหลืองถูกต้อง
กรมทางหลวง (ทล.) ยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 และ 9 ช่วงปีใหม่ เปิดใช้ชั่วคราวทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (M6) บางปะอิน–นครราชสีมา เพื่อลดความหนาแน่นบนถนนมิตรภาพ และจัดคูปองส่วนลดค่าผ่านทางทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพิ่มขบวนรถพิเศษในสายเหนือ อีสาน ใต้ รองรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว พร้อมเปิดให้จองตั๋วล่วงหน้าผ่านระบบ D-Ticket
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยกเว้นค่าผ่านทางทางด่วนหลักหลายสาย ทั้งบูรพาวิถี กาญจนาภิเษก เฉลิมมหานคร ศรีรัช และอุดรรัถยา
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ขยายเวลาเดินรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง สีชมพู ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันปีใหม่
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพิ่มเที่ยวรถและขยายเวลาเดินรถสายที่เชื่อมงานสวดมนต์ข้ามปี วัดสำคัญ สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และสนามบิน
สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) จัดโครงการ CATC Park and Go เปิดที่จอดรถฟรีช่วงเทศกาล โดยลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์
บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จัดโปรโมชัน “ไปก่อน–กลับทีหลัง” ลดค่าโดยสาร 20% สำหรับผู้จองตั๋วผ่านช่องทางออนไลน์
ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) จัดที่จอดรถฟรีในสนามบินสังกัด ทอท. พร้อมกิจกรรมปีใหม่ แจกของที่ระลึก น้ำดื่ม ชุด Travel Kit และตุ๊กตา “น้องใส่ใจ” ให้ผู้โดยสาร
บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (แอร์พอร์ต เรล ลิงก์) ขยายเวลาเปิดให้บริการถึงเวลา 02.00 น. คืนส่งท้ายปีเก่า และจำหน่ายบัตรเหมาจ่าย 7 วันสำหรับนักเรียน–นักศึกษา
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ประสาน 6 สายการบินไทย ลดราคาค่าโดยสารจากเพดานสูงสุด 30% ในเส้นทางยอดนิยม พร้อมเพิ่มเที่ยวบินและที่นั่งรองรับการเดินทางช่วงปีใหม่

N – Network of Care ดูแลใส่ใจอย่างเป็นระบบและทั่วถึง
ในมิติการดูแลประชาชน กระทรวงคมนาคมมอบของขวัญผ่านเครือข่ายบริการทั่วประเทศ โดยกรมการขนส่งทางบกจัด “ศูนย์อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน” กว่า 150 จุด ตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ และเปิดแอป “Q Ride” ให้ตรวจข้อมูลคนขับแท็กซี่และร้องเรียนได้ทันที ขณะที่กรมทางหลวงเปิดจุดพักรถและจุดกางเต็นท์ฟรี มีน้ำดื่ม ห้องน้ำ หน่วยช่วยเหลือรถเสีย 24 ชั่วโมง และแนะนำให้ใช้แอป “Highway Traffic” ตรวจสภาพจราจร ส่วนกรมทางหลวงชนบทเปิดสายด่วน 1146 DRR Contact Center ให้ข้อมูลและประสานช่วยเหลือตลอดวันคืน

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ให้บริการแอป “นำทาง (NAMTANG)” วางแผนการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะและถนนในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล การรถไฟแห่งประเทศไทยแจก “ถุงรถไฟรักษ์โลก” จากวัสดุรีไซเคิลเป็นของขวัญปีใหม่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ (War Room) และสายด่วน 1543 บริษัท ขนส่ง จำกัด จัดโครงการ “พนักงานอาสา พาผู้โดยสารกลับบ้าน” ที่หมอชิต 2 และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (สายสีแดง) แจกกระเป๋า RED Line รักษ์โลก รณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้ถุงผ้า

Y – Year of Safety ปีแห่งความปลอดภัยบนท้องถนนและทุกการเดินทาง
ด้านความปลอดภัย กรมการขนส่งทางบกเข้มงวดตรวจความพร้อมรถโดยสารและคนขับในเส้นทางหลัก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ทั่วประเทศ และอบรมหลักสูตรขับรถบรรทุกและรถลากจูงเพื่อยกระดับมาตรฐานผู้ขับขี่ กรมทางหลวงชนบทลาดตระเวนตรวจจุดเสี่ยง ติดตั้งป้ายเตือน ไฟกะพริบ ราวกันตก และซ่อมบำรุงเส้นทางต่อเนื่อง การรถไฟแห่งประเทศไทยตั้ง “ศูนย์ปลอดภัยทั่วประเทศ” รับแจ้งเหตุและประสานงาน 24 ชั่วโมง

การท่าเรือแห่งประเทศไทยจัดป้ายรณรงค์ความปลอดภัยในพื้นที่ท่าเรือ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยตั้งหน่วยบริการประชาชนที่ด่านสำคัญรอบกรุงเทพฯ ดูแลจราจรและกวดขันรถที่ฝ่าฝืนกฎบนทางด่วน ส่วนบริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการตรวจสภาพรถฟรีที่ศูนย์ซ่อมบำรุงรังสิต ตรวจระบบเบรก ยาง ระบบไฟ และของเหลวสำคัญ เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านอย่างมั่นใจ

นายพิพัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า ของขวัญปีใหม่ชุดนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการ “ให้คนไทยเดินทางอย่างมีความสุข ปลอดภัย และอุ่นใจมีรัฐอยู่เคียงข้างตลอดทุกเส้นทาง” ทั้งจากมาตรการลดค่าใช้จ่าย การเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ที่จอดรถฟรี รถ–เรือ–รถไฟ–รถไฟฟ้าเสริมพิเศษ รวมถึงของที่ระลึกต่าง ๆ เช่น ตุ๊กตา ถุงผ้า กระเป๋ารักษ์โลก น้ำดื่ม และ Travel Kit ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์แห่งความห่วงใย ที่กระทรวงคมนาคมตั้งใจมอบให้พี่น้องประชาชนในช่วงปีใหม่ 2569 นี้อย่างครบถ้วน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พิพัฒน์' ปัดถูกยึดคืน 'อีอีซี' ยันเรื่องนี้คุยกันก่อนแล้ว นายกฯขอเป็นเซลล์แมนดึงนักลงทุน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีการมองว่านายพิพัฒน์โดนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ