“พลังรัก–ศรัทธา"ร่วมวางรากฐานใหม่ สู่ประเทศไทยปลอดภัยจากยาเสพติด

ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นบาดแผลเรื้อรังของสังคมไทยมานานนับทศวรรษ และยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งต่อสุขภาพกาย  สุขภาพจิต ไปจนถึงความมั่นคงของประเทศ การแก้ไขอย่างยั่งยืนจึงไม่อาจทำโดยลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังจาก “ทุกภาคส่วน” และ “ทุกชุมชน” ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ให้สังคมไทยตั้งหลักได้อีกครั้ง

ในช่วงปีที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีหลายเครือข่าย ได้เดินหน้าแนวคิด “ชุมชนล้อมรักษ์  CBTx” พื้นที่ต้นแบบที่ให้ชุมชนลุกขึ้นมาดูแลกันเอง ตั้งแต่การป้องกัน การบำบัดฟื้นฟู ไปจนถึงการติดตามอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเครือข่ายแกนนำเข้มแข็งหลายจังหวัดทั่วประเทศ แนวทางนี้กำลังถูกผลักดันให้ขยายครอบคลุมมากขึ้น เพื่อรับมือกับปัญหาที่กระทบทั้งครอบครัว ชุมชน และอนาคตของเยาวชนไทยอย่างลึกซึ้ง

รัฐบาลประกาศพร้อมวางรากฐานใหม่ หวังใช้ “พลังรัก–ศรัทธา” เป็นเกราะป้องกันประเทศ

ในการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ  “พลังอำเภอ” เมื่อเร็วๆ นี้ที่ โรงแรมรามาการ์เด้นส์  กรุงเทพฯ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ สสส. แสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยต้องรวมพลังศรัทธาของทุกชุมชน เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดอย่างถาวร

เขากล่าวว่า การใช้โมเดล CBTx คือการให้พลังชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ ผู้ไม่เคยเสพยา (สีขาว)  จะต้องไม่ก้าวเข้าสู่ความเสี่ยง (สีเขียว–เหลือง–ส้ม–แดง) และต้องร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ป้องกันได้จริง “อสม.–รพ.สต.–บุคลากรสาธารณสุข” ต่างเป็นฟันเฟืองสำคัญ แต่กลับได้รับค่าตอบแทนเพียงเดือนละ 2,000 บาท ทั้งที่ทำงานหนักกว่าโครงสร้างราชการหลายระดับ

รองนายกฯ เล่าถึงความเจ็บปวดในภาคประชาชนว่า คนติดยาเพียง 1 คน อาจทำให้ทั้งหมู่บ้านเดือดร้อน แต่หากครอบครัวและชุมชนไม่ช่วยกัน หมอเพียงลำพังไม่อาจทำให้ผู้ป่วยหายขาดได้  เพราะสมองที่เสพสารเสพติดฟื้นตัวได้ยาก ต้องใช้  “สภาพแวดล้อมที่ดีและการดูแลระยะยาว” เป็นเกราะเสริม

เขาย้ำว่า รัฐบาลพร้อมจะวางรากฐานให้เห็นผลจริง แม้เวลาทำงานจะมีจำกัด แต่จะเร่งผลักดันสิ่งดีๆ ให้ประชาชนรับรู้และตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่แท้จริง

CBTx: โมเดลใหม่ที่เริ่มพิสูจน์ว่า “ชุมชนคือคำตอบ”

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน  สสส. เปิดเผยว่า ชุมชนล้อมรักษ์ CBTx ในภาคกลางได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตในพื้นที่ได้จริง ปัจจุบันมีถึง 159 ชุมชนต้นแบบ ที่พร้อมขยายผลไปยังอำเภอและจังหวัดอื่นๆ

CBTx มีกลไกสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

1.สร้างอำเภอต้นแบบ ที่ทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ

2.ขยายผลไปยังพื้นที่อื่น เพื่อต่อเชื่อมเครือข่ายการบำบัด–ฟื้นฟู

3.ค้นหานวัตกรรมการฟื้นฟูผู้ติดยาในชุมชน   พร้อมเสริมศักยภาพทีมงานท้องถิ่น

4.พัฒนากลไกสื่อสาร เพื่อให้มาตรฐานการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดเป็นหนึ่งเดียวทั่วประเทศ

นับตั้งแต่ปี 2558 สสส. ขับเคลื่อนสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติดแล้ว 29 พื้นที่ พร้อมเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 12,942 คน ในกว่า 4,022 หมู่บ้าน

ปัจจุบันภาคเอกชนยังร่วมสมทบ เช่น การจัด  “วิ่งต้านยาเสพติด” และกิจกรรมระดมทุน เพื่อแบ่งเบาภาระงบประมาณรัฐ ถือเป็นมิติใหม่ของการรวมพลังแบบสังคมทั้งระบบ

ติดตามหนึ่งปีทอง: หัวใจของการทำให้ผู้ป่วยกลับมามีชีวิตใหม่

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ ระบุว่า การบำบัดที่ได้ผลจริง ต้องอาศัย “การติดตาม 1 ปีเต็ม” หลังผู้ป่วยกลับสู่ชุมชน เพราะเป็นช่วงวิกฤตที่มีโอกาสกลับไปเสพซ้ำสูง

นี่คือเหตุผลที่ CBTx ต้องการชุมชนเข้มแข็งที่เข้าใจผู้ป่วย มองเห็นพวกเขาเป็น “คนที่ต้องการโอกาส” ไม่ใช่ภาระ

“เราต้องเริ่มจากชุมชนต้นแบบ 1 แห่งใน 1 อำเภอให้สำเร็จก่อน เพื่อพิสูจน์ว่าโมเดลนี้เปลี่ยนชีวิตคนได้จริง จากนั้นจึงขยายผลสู่ทุกพื้นที่ในประเทศ” เขาย้ำ

เมื่อผู้ติดยากลับมายืนได้อีกครั้ง: เสียงจาก  ‘เฟิร์ส’ ผู้ผ่านนรกยาไอซ์ 15 ปี

หนึ่งในหลักฐานว่าชุมชนล้อมรักษ์ช่วยคนได้จริง คือเรื่องราวของ นายอนุวรรตน์ วิริยะประสาทพร (เฟิร์ส) หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการหนองโสนโมเดล จ.เพชรบุรี

อดีตบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ผู้ก้าวพลาดเพราะปัญหาความรัก ทำให้เริ่มเสพยาไอซ์ตั้งแต่อายุ 22 ปี ใช้เวลารวมกว่า 15 ปี ในวังวนยาเสพติด ใช้เงินเดือนละหลายหมื่นบาทเพื่อซื้อยาไอซ์ ครึ่งถุงราคา 1,000 บาท ใช้ได้เพียง 3 วัน ก่อนจะหันไปเสพยาบ้าและสารเสพติดอื่นเมื่อเงินไม่พอ

เฟิร์สเล่าว่า “ตอนนั้นชีวิตเต็มไปด้วยความหวาดระแวง กลัวตำรวจ กลัวคนในชุมชน ทุกอย่างมืดมนหมด”

จนกระทั่งได้เข้าร่วมโครงการ CBTx ทำให้เริ่มเห็นแสงสว่างใหม่ เขาได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดจาก อสม.–รพ.สต.–ผู้นำชุมชน และได้รับโอกาสให้ทำงานที่ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน ในแผนกสาธารณสุข ทำหน้าที่ถ่ายทอดประสบการณ์เพื่อช่วยคนอื่นเลิกยาให้ได้เหมือนเขา

“ตอนนี้ผมเลิกยาได้เกินครึ่งปีแล้ว ไม่ว่อกแว่ก  ไม่กลับไปเสพอีก รู้สึกว่ามีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมจริงๆ” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม

พลังชุมชนคือรากฐานใหม่ที่ประเทศต้องเร่งสร้าง

เวทีพลังอำเภอครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมหนึ่งวัน แต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การแก้ปัญหายาเสพติดแบบ “รากฐานมั่นคง” ไม่ใช่มาตรการเฉพาะหน้าอีกต่อไป

เพราะเมื่อชุมชนเข้มแข็ง คนในพื้นที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ผู้ติดยามีที่พึ่งพา และทุกฝ่ายทำงานตรงจุด ปัญหายาเสพติดที่เคยดูใหญ่โต ก็สามารถคลี่คลายได้ด้วยพลังของคนรอบข้าง

ประเทศไทยอาจยังไม่ปลอดยาเสพติดในเร็ววัน แต่วันนี้ เราได้เห็นเส้นทางใหม่ที่มีความหวังมากกว่าที่ผ่านมา–เส้นทางที่เริ่มต้นจาก “ความรัก–ศรัทธา–และพลังชุมชน”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา

จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570

สนองนโยบาย 'ฝ่ายปกครองภูเก็ต' ตั้งจุดตรวจเข้ม คุมอาวุธปืน–ยาเสพติด

อธิบดีกรมการปกครอง สั่งยกระดับความปลอดภัย ฝ่ายปกครองภูเก็ต ตั้งจุดตรวจเข้ม คุมอาวุธปืน–ยาเสพติด ป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่

สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก

สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

ตำรวจ ปส. ทลายเครือข่ายยาเสพติด 'Dark Farm 888' ที่ร้อยเอ็ด ยึดทรัพย์กว่า 95 ล้าน

ตำรวจ ปส.ทลายรังเครือข่าย “Dark Farm 888” ที่ร้อยเอ็ด ใช้เงินยาเสพติดเนรมิต พื้นที่กว่า 4 ไร่ เป็นฟาร์มสัตว์ ยึดทรัพย์กว่า 95 ล้านบาท 

ครม. อนุมัติ 16 ล้านบาท ร่วมมือ 3 ประเทศ สกัดกั้นยาเสพติด สารตั้งต้นก่อนเข้าสู่ไทย

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการสกัดกั้นยาเสพติดและทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงินรวม 16 ล้านบาท ตามที่กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือสำนักงาน ป.ป.ส.