กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้านโยบาย Quick Big Win เต็มสูบ เสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย เตรียมจัดใหญ่…แฟรนไชส์ Roadshow 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมจัดงานแฟรนไชส์ Roadshow 4 ภูมิภาค 4 จังหวัด ทั่วประเทศ ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต และอุดรธานี ยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ไทยสู่การเติบโตเชิงรุก พร้อมสร้างโอกาสให้ประชาชนในภูมิภาคเป็นเจ้าของธุรกิจอย่างเป็นระบบ ช่วยงสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และกระจายความมั่งคั่งสู่ท้องถิ่น คาดมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 590 ล้านบาท ยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้เติบโตอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการและประชาชนในส่วนภูมิภาคให้สามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้ และโอกาสทางการค้าอย่างเท่าเทียม สอดรับตามนโยบาย Quick Big Win ด้านการเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) โดยระหว่างเดือนธันวาคม 2568 - มีนาคม 2569 กรมเตรียมจัดกิจกรรมแฟรนไชส์ Roadshow จำนวน 4 ครั้ง ใน 4 ภูมิภาค โดยคัดเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน DBD Franchise Standard 2025 เข้าร่วมโรดโชว์ ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 วันที่ 19-22 ธันวาคม 2568 เซ็นทรัลศรีราชา ครั้งที่ 2 วันที่ 15-18 มกราคม 2569 เซ็นทรัลเชียงใหม่ เฟสติวัล ครั้งที่ 3 วันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2569 เซ็นทรัลภูเก็ต เฟสติวัล และครั้งที่ 4 วันที่ 5-8 มีนาคม 2569 เซ็นทรัลอุดรธานี เพื่อเปิดเวทีให้ผู้สนใจในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ได้พบปะเจ้าของแฟรนไชส์โดยตรงและเจรจาธุรกิจ พร้อมเรียนรู้ข้อมูลธุรกิจอย่างครบวงจร

สำหรับไฮไลท์สำคัญของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือ บูธแสดงแฟรนไชส์ไทยกว่า 40 แบรนด์ ครอบคลุมทั้ง อาหาร เครื่องดื่ม บริการ การศึกษา และธุรกิจค้าปลีก การเจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเป็นเวทีในการขยายธุรกิจ พบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการ จากหลากหลายภาคธุรกิจ เพื่อเปิดรับและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีสถาบันการเงินมาร่วมออกบูธให้คำแนะนำและสนับสนุนเงินทุนและเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจ

ทั้งนี้กิจกรรมแฟรนไชส์ Roadshow ทั้ง 4 ครั้งที่จัดขึ้นจะช่วยให้ผู้ประกอบการและประชาชนในต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น เพิ่มทางเลือกในการเริ่มต้นธุรกิจที่มีระบบบริหารจัดการรับรอง รวมถึงเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น จำนวนไม่ต่ำกว่า 10,000 คน และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจตลอดการจัดกิจกรรมได้ไม่ต่ำกว่า 590 ล้านบาท

สำหรับการจัดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2025 ณ จังหวัดชลบุรี เป็นจังหวัดแรกที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้นำธุรกิจแฟรนไชส์ 40 แบรนด์ จากหลากหลายประเภทธุรกิจ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม บริการ และการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้เข้าถึงธุรกิจแฟรนไชส์  ที่น่าสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของแฟรนไชส์เดินทางมานำเสนอแพ็กเกจการลงทุนด้วยตนเอง และกรมฯ ได้มีการให้ส่วนลดพิเศษสำหรับค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ เพื่อให้ท่านที่สนใจสามารถเริ่มต้นสร้างอาชีพให้แก่ตนเองภายในงานอีกด้วย

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมการจัดหางาน สถาบันการเงินต่างๆ และศูนย์การค้าเซ็นทรัล ซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่าความร่วมมือจากหน่วยงาน พันธมิตรหลายภาคส่วนนี้จะสามารถช่วยเหลือ SME ไทย และผู้สนใจสร้างอาชีพในจังหวัดชลบุรีให้มีธุรกิจ เลี้ยงตนเอง และมีรายได้ให้แก่ครอบครัว ตลอดจนขยายธุรกิจของตนเองได้ต่อไปในอนาคต

ปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมฯ รวมทั้งสิ้น 1,253 ราย แบ่งเป็น อาหาร 556 ราย (คิดเป็นร้อยละ 44) เครื่องดื่ม 165 ราย (คิดเป็นร้อยละ 13) การศึกษา 70 ราย (คิดเป็นร้อยละ 6) บริการ 200 ราย (คิดเป็นร้อยละ 16) ค้าปลีก 177 ราย (คิดเป็นร้อยละ 14) ความงามและสปา 85 ราย (คิดเป็นร้อยละ 7)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง

พาณิชย์ชี้เป้าใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องสำอางของชาวจีน พบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2.895 ล้านล้านบาทในปี 69 เผยชาวจีนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ส่วนผสม และแบรนด์ เน้นซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซื้อผ่านช่องทางของแบรนด์ และหน้าร้านค้า ชอบบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาด ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC เปิดตัว กฎระเบียบไม่เข้ม ได้เว้นภาษี

‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก

นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”