
น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เหตุการณ์วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชีวิต เกิดผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์และความเดือดร้อน ที่ผ่านมา สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ระดมความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่ เช่น การแจกถุงยังชีพ จัดตั้งศูนย์พักพิงในพื้นที่เสี่ยงลุ่มต่ำ และประสานแจ้งขอความช่วยเหลือ หลังจากน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย หลายครอบครัวยังคงต้องอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง เนื่องจากบ้านเรือนไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะเข้าพักอาศัยทันที เผชิญปัญหาฝุ่นและขยะที่ต้องใช้ระยะเวลา 1-2 เดือน ในการบริหารจัดการ บางคนต้องจมอยู่กับความสูญเสียทั้งคนรักและทรัพย์สิน กลุ่มแรงงานต้องขาดรายได้ กลายเป็นต้องเผชิญความยากลำบากเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ในบางครอบครัวอาจส่งต่อความเครียดและความกังวลไปยังเด็กๆ ซึ่งหากเด็กไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมอาจมีภาวะเครียดสะสมและเสี่ยงป่วยโรคซึมเศร้า

“เพื่อช่วยฟื้นฟูให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน สสส. เดินหน้าสานพลังภาคีเครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก และภาคีเครือข่ายเด็กและเยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ เปิดพื้นที่จัดกิจกรรม ‘ลานเล่นอิสระ’ ให้กับเด็กที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม นำร่องในพื้นที่ชุมชนควนสันติ ชุมชนจันทร์วิโรจน์ ชุมชนจันทร์นิเวศน์ ชุมชนจันทร์ประทีป ชุมชนสถานีอู่ตะเภา ชุมชนรัถการ ชุมชนคลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และโรงเรียนบ้านโกตา อ.ละงู จ.สตูล กิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นมีหมุดหมายสำคัญ คือ การส่งเสริมให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระ ซึ่งการเล่นจะเสริมสร้างจินตนาการ และชี้นำความรู้สึกไปในทิศทางเชิงบวก สามารถช่วยฟื้นฟูความสุข บรรเทาความเครียด ความกังวล และเยียวยาจิตใจได้ทั้งในเด็กและครอบครัว” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

น.ส.พลอยหยก สิทธิสมบูรณ์ ภาคีเครือข่ายเด็กเยาวชนและครอบครัว สสส. กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้จะเริ่มคลี่คลายลงแล้ว แต่เด็กและเยาวชนยังไม่สามารถออกมาวิ่งเล่นได้ ต้องเก็บตัวอยู่ในบ้าน สาเหตุจากข้างนอกบ้านเต็มไปด้วยฝุ่นและขยะที่ส่งกลิ่นเหม็น จากสถานการณ์ดังกล่าว ภาคีเครือข่ายเด็กเยาวชนและครอบครัว จึงร่วมกับ สสส. ขับเคลื่อนกิจกรรม “ลานเล่นอิสระ” ส่งเสริมให้เด็กได้ออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านและได้เล่นเพื่อฟื้นฟูสุขภาพใจ ในช่วงที่ผู้ปกครองต้องใช้เวลาไปกับการล้างทำความสะอาดบ้าน และไม่สามารถพาเด็กมาร่วมกิจกรรมนอกบ้านได้ โดยมีการเชื่อมต่อข้อมูลพื้นที่ พร้อมจัดตั้ง War room ภาคประชาชนส่วนหน้า มุ่งเป้าไปที่พื้นที่เปราะบางและชุมชนที่ได้รับผลกระทบหนัก ประสานการทำงานร่วมกับศูนย์อาสาสมัคร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และหน่วยงานหลายภาคส่วนในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.พัทลุง

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมหนักที่หาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียงจนถึงช่วงการฟื้นฟูเยียวยาในปัจจุบัน สสส. และภาคีเครือข่ายทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนทุกภารกิจอย่างเต็มกำลัง มุ่งขับเคลื่อนกิจกรรมฐานเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ผ่านลานเล่นอิสระ ที่ประกอบไปด้วย 15 มุมเล่น มุมกิจกรรม และมุม Workshop นอกจากนี้ ยังได้เปิดรับบริจาคของเล่น เช่น ตุ๊กตา ของเล่นไม้ ของเล่นพลาสติก ชุดดินปั้นปลอดภัย ของเล่นลูสพาร์ท (Loose parts) หนังสือนิทาน ชุดระบายสี และชุดสิ่งประดิษฐ์ เพื่อจัดทำเป็น “ถุงเล่นใจฟู” มีผู้สนใจบริจาคสิ่งของมากจากทั่วประเทศ สามารถสร้างเป็นชุดเล่นได้ 2,000 ชุด ส่งต่อถึงมือเด็กให้นำกลับไปเล่นที่บ้าน เพื่อสร้างรอยยิ้มในช่วงที่ยังไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตข้างนอกบ้านได้

น.ส.ปรัชทิพา หวังร่วมกลาง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา (มยพ.) กล่าวว่า การเร่งฟื้นฟูเมืองเพื่อให้ทุกคนได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเยียวยาจิตใจของเด็กและเยาวชนด้วย เช่น การจัดให้มีกระบวนการเยียวยา และบริการทางด้านสุขภาพจิตจากหน่วยงานรัฐและผู้เชี่ยวชาญทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การให้ความสำคัญกับการเยียวยาจิตใจของเด็ก ควรเป็นสิ่งที่สามารถลงมือทำได้เลย โดยไม่ต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากมาย อย่างเช่น การให้เปิดโอกาสเด็กได้เล่นอิสระ ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีผลการวิจัยชี้ชัดว่า จะช่วยให้เด็กผ่านความยากลำบากทางจิตใจ คลายความเครียด ความกดดัน ความวิตกกังวล การเล่นจะทำให้เด็กรู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้ รู้สึกตัวเองมีพลังและมีความมั่นคงภายในใจ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ใหญ่รอบตัวมีความหวัง มีกำลังใจ ช่วยฟื้นฟูจิตใจผู้ใหญ่ไปพร้อมกัน ทั้งนี้ เครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก มีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม เร่งฟื้นฟูเปิดโรงเรียนให้เร็วที่สุด เตรียมความพร้อมอบรมบุคลากร และอาสาสมัคร เพื่อฟื้นฟูเยียวยาเด็กทั้งในระบบและนอกระบบ พร้อมสร้างกระบวนการสร้างสรรค์ในพื้นที่ชุมชนระยะยาวต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ
ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ
เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา
จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570
สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก
สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย
เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง

