นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ทบทวนมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม กรณีประสบอุทกภัยเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ ศูนย์ CMC กระทรวงอุตสาหกรรมได้รายงานผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้ตอนล่าง ประมาณการมูลค่าความเสียหาย 1,677 ล้านบาท เป็นผู้ประกอบการโรงงาน 1,186 ราย ผู้ประกอบการเหมืองแร่ 12 ราย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี123 ราย และผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน 60 ราย ตลอดจนอาคารสำนักงานและบ้านพักเสียหาย 6 หน่วยงาน
ด้านนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การปรับมาตรการครั้งนี้เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยได้รับการดูแลตั้งแต่ในระยะแรก ทั้งการมอบถุงยังชีพ ถุง มอก. บรรจุปลั๊กพ่วงและเพาเวอร์แบงค์ การใช้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 11 เป็นศูนย์พักพิงสำหรับประชาชนผู้ประสบภัย โดยบริการน้ำ ไฟฟ้า และอาหาร การสนับสนุนเครื่องมือและวัสดุให้กับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ภายหลังจากน้ำลด กระทรวงฯ ยังร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เปิดคลินิกตรวจสภาพรถยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ รวมทั้งซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี ด้านผู้ประกอบการได้ออกมาตรการทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะการลดปัญหาด้านการเงินด้วยการพักชำระหนี้ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ มีบริการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำทั้งลูกค้ารายเดิม และลูกค้ารายใหม่ รวมถึงการช่วยฟื้นฟูเครื่องจักรและกระบวนการการผลิต วางแผนทางการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและกลับมายืนด้วยตัวเองได้อย่างเข้มแข็ง
กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของ นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมาตรการเพื่อดูแลประชาชนและผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยครบทุกมิติ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่
1.มาตรการระยะสั้น โดยร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และสถานประกอบการทั่วประเทศ ดำเนินการ 2 แนวทาง คือ 1) การช่วยเหลือเร่งด่วน ผ่านกิจกรรม "อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยพี่น้องชาวไทย" มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม ยา และสิ่งของจำเป็นเบื้องต้นกว่า 7,000 ชุด ตลอดจนจัดหาอุปกรณ์ช่วยเหลือ เช่น พาหนะสำหรับขนย้าย สื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลสำหรับโรงงานเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดอุทกภัย และ 2) การจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ คือ สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ นิคมอุตสาหกรรมสงขลา และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 11 เพื่อเป็นศูนย์กระจายความช่วยเหลือ และศูนย์พักพิงชั่วคราวรับรองผู้ประสบภัย
2.มาตรการระยะกลาง ได้แก่ 1) การเยียวยาผู้ประกอบการ โดยจัดทีมผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาเข้าประเมินสภาพปัญหาแล้ววางแผนฟื้นฟูสถานประกอบการ และบูรณาการกับหน่วยงานเครือข่ายเข้าซ่อมแซมเครื่องจักรและอาคาร พร้อมดำเนินการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีและค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ลดค่าธรรมเนียมในการตรวจประเมินและรับรอง และค่าธรรมเนียมการฝึกอบรมและการทดสอบสำหรับผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยเป็นรายกรณี 2) การเยียวยาและบริการเพื่อช่วยเหลือประชาชน ด้วยการมอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ตรา มอก. 500 ชิ้น ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จัดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ จำนวน 1,000 ลิตร และซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้ากว่า 100 ชิ้น โดยร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ และภาคเอกชน และ 3) การสนับสนุนทางการเงิน โดยมีกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ออกมาตรการพักชำระหนี้เงินต้น 3 เดือน และมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้สินเชื่อกองทุนฯ กองทุน DIPROM PAY ออกมาตรการพักหนี้-ดีพร้อมช่วยฟื้น เพื่อบรรเทาภาระการเงินและเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ ทั้งการพักชำระหนี้ต้น-ดอกเบี้ย สูงสุด 4 เดือน ปรับลดค่างวด/ขยายเวลาชำระหนี้ (ไม่เกิน 2 ปี) พักชำระหนี้ดอกเบี้ย 3 เดือน สำหรับรายที่ต้องการบรรเทาเร่งด่วน ลูกหนี้เดิมขอรีไฟแนนซ์ลดภาระดอกเบี้ยได้ และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ออกมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน และมาตรการเติมทุนฉุกเฉินเพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ วงเงินกู้ 10%
ของวงเงินเดิม สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
3.มาตรการระยะยาว คือการฟื้นฟูผู้ประกอบการและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของพื้นที่ ประกอบด้วย 3 แนวทาง คือ (1) วางแผนฟื้นฟูผ่านศูนย์ DIPROM Center ในพื้นที่ส่วนภูมิภาค จัดกิจกรรมช่วยเหลือ แนะนำในการปรับปรุงซ่อมแซม ฟื้นฟูเครื่องจักร ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้กลับมาดำเนินการได้ (2) กองทุน DIPROM PAY ออกมาตรการให้ลูกหนี้รายใหม่ขอสินเชื่อ “เงินง่าย ฟื้นใต้ ช่วยภัยพิบัติ” วงเงินรายละไม่เกิน 5 แสนบาท ดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก และ (3) ขับเคลื่อนกลไกของกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนการกำจัดของเสียภายในโรงงานที่ได้รับความเสียหาย ส่งเสริมและพัฒนาทักษะต่างๆ ในการประกอบอาชีพ เพื่อให้เกิดรายได้และลดรายจ่าย และส่งเสริมการตลาด โดยจับมือกับเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอผลิตภัณฑ์ SME เข้าสู่ช่องทางการตลาดทั้งรูปแบบ Online และ Offline เพื่อความยั่งยืน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงอุตฯ ดัน 'GMT SMEs' By DIPROM ยกระดับ SMEs ไทยด้วยมาตรฐานระดับสากล พร้อม ผนึก 'ส.อ.ท.' ต่อยอดรับแรงแข่งขันการค้าโลก
กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ด้วยมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ผ่านการผลักดัน “Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs (GMT By DIPROM)” มาตรฐานการผลิตสำหรับ SMEs ไทย ครอบคลุมการประเมิน 5 ด้านสำคัญ

