
วันนี้ (5 มกราคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่เพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เพื่อกระตุ้นการเดินทางและเศรษฐกิจภาพรวม โดยโอกาสนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี “สร้างสุขคนไทย จากใจ ทส. ด้วยการให้บริการและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้าชมแหล่งท่องเที่ยวในความดูแลของ ทส. ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 รวม 5 วัน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและเปิดโอกาสให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติอย่างปลอดภัย โดยผลการดำเนินงานได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคัก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่และชุมชนท้องถิ่น ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำการดำเนินงานตามมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ "ขยะคืนถิ่น" โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทุกนายรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวนำขยะกลับออกจากแหล่งท่องเที่ยว หรือทิ้งในจุดคัดแยกที่จัดไว้ ห้ามนำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวและภาชนะโฟมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ พร้อมผลักดันนโยบาย "ขยะอาหารเป็นศูนย์" รณรงค์ให้ลดปริมาณขยะอาหาร การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และส่งเสริมการนำภาชนะใช้ซ้ำมาใส่อาหารและเครื่องดื่ม

ด้าน ดร.รวิวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ช่วงเวลาดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวสะสมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มากกว่า 1.5 ล้านคน โดยเป็นอุทยานแห่งชาติ 1.2 ล้านคน ป่านันทนาการ 29,275 คน สวนสัตว์ 247,832 คน พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ฯ 48,899 คน และสวนพฤกษศาสตร์ 9,651 คน และได้กำชับทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
สำหรับอุทยานแห่งชาติที่มีนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 121,169 คน อุทยานแห่งชาติคลองลาน 40,109 คน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 38,867 คน อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 35,204 คน อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี 33,318 คน

ขณะเดียวกัน ในด้านการจัดการขยะมูลฝอยและขยะอาหารในแหล่งท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการตามนโยบายท่านรองนายกฯ ได้ขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันลดขยะ คัดแยกขยะ เลือกใช้ภาชนะจากวัสดุธรรมชาติแทนกล่องโฟมและถุงพลาสติก และปฏิบัติตามกฎระเบียบของแหล่งท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ธรรมชาติ หากนำอาหารหรือสิ่งของใดเข้าไปในพื้นที่ ขอให้นำออกมาทิ้งในจุดที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ เพื่อร่วมกันรักษาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้คงความสวยงามอย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รองนายกฯสุชาติ ชื่นชม โคราช ขานรับมาตรการป้องกัน PM2.5 รับซื้ออ้อยไฟไหม้ต่ำสุด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามการการดำเนินงานศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.)
รองนายกฯ สั่งเฝ้าระวังคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ต่อเนื่อง เร่งป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ท่องเที่ยวภูเก็ต
จากกรณีเรือสินค้า SEALLOYD ARC อับปางเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดคราบน้ำมันบางส่วนลอยกระจาย และถูกกระแสลมกับคลื่นซัดเข้าสู่บริเวณชายฝั่ง เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต อย่างต่อเนื่อง
รมว.ทส. สั่งเตรียมพร้อมรับพายุฤดูร้อน 3–6 มี.ค. นี้ จัดกำลัง–อากาศยาน พร้อมช่วยประชาชนทันที
วันนี้ (1 มีนาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยประชาชน หลัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 62 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร
“สุชาติ” ขอบคุณจิตอาสารักสัตว์ ย้ำเร่งสอบสาเหตุการตาย “สีดอหูพับ” โปร่งใส พร้อมเปิดเผยต่อสังคม
วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังได้รับจดหมายเปิดผนึกจากชมรมจิตอาสารักสัตว์
รองนายกฯ สุชาติ สั่งกรมทะเล ผนึกกำลังผู้ประกอบการและชุมชน เร่งขจัดคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ หลังเหตุเรืออับปาง ย้ำเฝ้าระวังต่อเนื่องป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ
จากกรณีเหตุการณ์เรือ SEALLOYD ARC อับปางเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีคราบน้ำมันบางส่วนถูกกระแสลมและคลื่นพัดเข้าสู่ชายฝั่งเกาะราชาใหญ่อย่างต่อเนื่อง
รมว.ทส.สุชาติ มอบนโยบายขยายผลการน้อมนำแนวพระราชดำริ 'คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน' สู่พื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับ โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์

