
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดให้พิธีปฐมนิเทศ และเปิดอบรม “หลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 13 (ปธส.13)” โดยได้รับเกียรติจากนางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ นโยบาย และความคาดหวังของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงานศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวแนะนำกิจกรรมหลักสูตร ปธส.13 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพฯ

.
นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ทส.
โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ ปธส. ขึ้นเป็นประจำทุกปี วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มศักยภาพนักบริหารระดับสูง ในการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อมตามหลักธรรมาภิบาล เสริมสร้างประสบการณ์และกระบวนทัศน์ของนักบริหารสิ่งแวดล้อมยุคใหม่ รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้บริหารระดับสูงระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รองปลัด ทส. กล่าวอีกว่า สำหรับ ปธส.13 มีผู้ได้รับการคัดเลือกจากภาคเอกชน ข้าราชการจากส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการทหารและตำรวจ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา ตลอดจนองค์กรอิสระ สมาคมและมูลนิธิ ให้เข้าร่วม 75 คน โดยใช้เวลาอบรม 182 ชั่วโมง ภายใต้เนื้อหาที่สำคัญตามแนวคิด “ไทยในยุคภูมิอากาศใหม่ : นำการลดคาร์บอน เสริมความพร้อมรับภัย และสร้างสังคมเท่าเทียม หรือ Thailand Climate Leadership : Decarbonization, Resilience, and Social Equity” เช่น หลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ กระแสโลกและแนวโน้มด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนวัตกรรม การจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น
.
“การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของประเทศไทย ที่ต้องขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายตามแผนยกระดับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของไทย หรือ NDC 3.0 โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจากปี 2019 ที่เป็นปีฐานให้ได้ 47% ภายในปี 2035 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ซึ่งต้องใช้ทั้งศักยภาพภายในประเทศและการสนับสนุนจากต่างประเทศ ไม่ว่า การใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ก่อมลพิษ จนถึงการใช้วิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุก ๆ มิติ” รองปลัด ทส. กล่าว
.
รองปลัด ทส. กล่าว ต่อไปว่า ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมรับภัยกับภัยพิบัติ ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่ต้องดำเนินการด้วยกระบวนการเชิงรุก ไม่ว่า การวางแผนเชิงพื้นที่ การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของภาครัฐและภาคประชาชน โดยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเตือนภัย และมีแผนรับมือภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานและชุมชนในระดับท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรผ่านการฝึกอบรม การซักซ้อมแผนรับมือต่อภัยพิบัติ และการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงและป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสม

.
ขณะที่การสร้างสังคมที่เท่าเทียม รองปลัด ทส. กล่าวว่า เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนเช่นกัน นอกจากให้ทุกคนในสังคม เข้าถึงโอกาสการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแล้ว ยังหมายถึง การออกแบบนโยบายและกลไกการพัฒนาให้คำนึงถึง “ความเป็นธรรม” ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดทิศทางการพัฒนา การจัดสรรทรัพยากร ไปจนถึงการประเมินผลลัพธ์ โดยเฉพาะในบริบทของการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ขณะเดียวกัน การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจและกำหนดอนาคตของตนเอง จะช่วยเสริมสร้างพลังให้ชุมชนสามารถพัฒนาศักยภาพจากฐานทรัพยากรและอัตลักษณ์ของตนได้อย่างยั่งยืน รวมถึงการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะและการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง จะเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมช่วยให้ทุกคนเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาของประเทศ และเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นธรรมอย่างแท้จริง
.
“หวังว่า ผู้เข้าร่วมหลักสูตร ปธส. รุ่นที่ 13 จะได้นำแนวคิด “ไทยในยุคภูมิอากาศใหม่ : นำการลดคาร์บอน เสริมความพร้อมรับภัย และสร้างสังคมเท่าเทียม” ไปปรับใช้ พร้อมนำไปต่อยอดนำเสนอแนวทางในการสร้างความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้พร้อมรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนต่อไป”รองปลัด ทส. กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทส. ลงพื้นที่เกาะสีชัง ติดตามโครงการตามแนวพระราชดำริ เดินหน้าฟื้นฟูทรัพยากร–อนุรักษ์ “กระรอกขาว” มุ่งสู่เกาะสีเขียวต้นแบบอย่างยั่งยืน
วันนี้ (27 มีนาคม 2569) เวลา 08.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
“สุชาติ” รองนายกรัฐมตรี และ รมว.ทส. สั่งเข้มเดินหน้าปฏิบัติการต่อเนื่อง ใช้อากาศยาน ทส. คุมไฟป่าแม่ปิง ลำพูน ลดผลกระทบ PM2.5 ภาคเหนือ
วันนี้ (27 มีนาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ยังคงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งเดินหน้าปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง
รองนายกสุชาติ ประชุมด่วน ติดตามคดีรุกป่าปากเตรียม จ.ระนอง สั่งเข้มตรวจสอบ–เร่งดำเนินคดีผู้กระทำผิด
วันนี้ (26 มีนาคม 2569) เวลา 11.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมหารือติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และการออกเอกสารสิทธิ์หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ท้องที่หมู่ 2 ตำบลกำพวน
รมต.เฮ้ง กัดไม่ปล่อย ขบวนการค้าไม้เถื่อน ลั่นต้องเอาให้สิ้นซากในยุคที่ สุชาติเป็น รมว.ทส.
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการลักลอบค้าไม้ข้ามชาติว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามขยายผลอย่างเข้มข้น หลังพบเครือข่ายนายทุนต่างชาติลักลอบตัดไม้มีค่าจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในหลายจังหวัดภาคเหนือ ก่อนลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง
“ปลัด ทส.” เปิดงานมอบรางวัล G-GREEN ระดับประเทศ ยกย่อง 357 สถานประกอบการ หนุนขับเคลื่อนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
วันนี้ (23 มีนาคม 2569) เวลา 09.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดงานและมอบรางวัลตราสัญลักษณ์ G-GREEN ระดับประเทศ ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน
"รมว.ทส.สุชาติ" ประสาน มท. ขอให้ผู้ว่าฯ ช่วยอำนวยความสะดวกเติมน้ำมันดับไฟป่า ด้านอุทยานฯ สั่งติดป้ายถังเชื้อเพลิงให้ชัด! "น้ำมันเพื่อใช้ในภารกิจดับไฟป่าเท่านั้น" ป้องกันการเข้าใจผิด
20 มีนาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ไฟป่าในขณะนี้ โดยท่านรองนายกฯและรมว.ทส. ได้ประสาน

