Yes we can ! “สีหศักดิ์” เผยเลือก ภท. ทำไทยให้เป็นไทยในเวทีโลก ย้ำขอโอกาสมาเป็นรัฐบาล มั่นใจจะทำการทูตอย่างมีชั้นเชิงมากยิ่งขึ้น

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย, ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย โดยมีแกนนำพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัครสส.กทม. 33 เขต เข้าร่วม

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยคิดว่าจะมายืนอยู่ตรงนี้ จากการเป็นนักการทูตอาชีพจะได้รับหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกด้วย ต้องขอบคุณท่านนายกและพรรคที่ให้โอกาสมาทำงาน ยืนยันว่าทำงานเต็มที่แน่นอน ในการทำงานของตนผลประโยชน์ของประเทศไทยต้องอยู่เหนือผลประโยชน์สิ่งอื่นใด

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนเป็นห่วงมากว่าประเทศไทยจะอยู่กับที่ หรือบางครั้งก็ดูถอยหลังด้วยซ้ำ สถานะเราหายจากจอเรดาร์เวทีโลก เพราะเศรษฐกิจเราไม่ดี และการทูตก็เป็นแบบตั้งรับตลอดเวลา ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นหน้าที่ของทุกท่านที่จะเลือกพรรคที่มีความสามารถ และขับเคลื่อนประเทศไทย และคิดว่าสิ่งที่คาดหวังมากกว่านั้นคือต้องการเห็นการเมืองใหม่ มีมาตรฐานสูงขึ้น ผู้บริหารในรัฐบาลที่มีความสามารถเป็นมืออาชีพ และต้องเป็นการเมืองที่ตรวจสอบได้โปร่งใส สำคัญที่สุดคือต่อไปนี้คนที่เป็นรัฐมนตรีผู้บริหารในรัฐบาลจะต้อง KPI มีการประเมินผล ในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมาตนทำอะไรมาบ้าง และอยากให้ประเมินในผลงานที่ผ่านมา และจะทำให้เห็นใน 4 ปีข้างหน้านี้ที่เราขอกลับมาเป็นรัฐบาล

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า วันแรกที่ทำหน้าที่มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา รวมทั้งโลกกำลังเปลี่ยน ซึ่งเราจะเปลี่ยนให้ทันโลกอย่างไร คือเราต้องทำงานแต่วันแรก ซึ่งได้ไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติขณะนั้นรัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบาย สิ่งที่รัฐบาลกัมพูชาแถลงใส่ร้ายให้ร้ายไทย ได้แต่พูดว่าใครคือคนรุกราน ใครคือเหยื่อ ความจริงคืออะไร แต่สิ่งนั้นตนไม่ได้คาดคิดว่าจะทำให้คนไทยรู้สึกว่ามีศักดิ์ศรี ปัจจุบันเรารักษาอธิปไตยของเรา ความปลอดภัยเริ่มกลับมาที่ชายแดน มาถึงจุดนี้เรามีสองเส้นทางระหว่างไทยกัมพูชา เส้นทางหนึ่งคือไปสู่ความขัดแย้ง การสู้รบมีความสูญเสียมากขึ้นอีกเส้นทางหนึ่งคือที่ไทยอยากจะไปเส้นทางสันติภาพที่จะร่วมมือกันอย่างมีความสุขอย่างสงบที่ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายกัมพูชาจะไปทางไหน ปัจจุบันทุกคนหวังว่าต้องสร้างรั้ว ซึ่งรั้วที่ดีที่สุดต้องมีรั้วสองชั้น รั้วชั้นในที่ดีที่สุดคือความเข้มแข็งของทหารไทย และความเข้มแข็งทางการทูตที่เราไม่ยอมเสียเปรียบเด็ดขาด และความเข้มแข็งของผู้นำไทย

"การต่างประเทศยังต้องนำความเชื่อมั่นกลับสู่ประเทศไทย 4 เดือนพิสูจน์แล้วว่าผลงานของเราเป็นอย่างไร Yes we can เราทำได้ขอให้มั่นใจในความเป็นมืออาชีพของเรา 4 เดือนเราขอเป็น 4 ปีได้ไหม คิดว่ามันจะนำประเทศไทยกลับไปสู่เวทีโลกได้ ซึ่งตอนนี้โลกมีความผันผวน และไม่แน่นอนมากมาย ภัยต่างๆ มาถึงตัวเรา แต่ผมว่าเรารอด เพราะเราต้องมั่นใจในตัวเรา มั่นใจในศักยภาพของเรา เราต้องมีการทูตที่มีชั้นเชิง การทูตที่ชาญฉลาด ผมเชื่อว่าเราจะไปได้อยู่รอดและก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง 4 ปีข้างหน้าการพูดของเราต้องมีชั้นเชิงมากยิ่งขึ้น โดย 1.เราต้องหาพันธมิตรหาแนวร่วม 2.การแข่งขันของภูมิรัฐศาสตร์สองขั้ว ซึ่งเราจะต้องถ่วงอำนาจระหว่างขั้วต่างๆ ให้ได้ 3.ต้องอาศัยอาเซียนด้วยกัน" นายสีหศักดิ์ กล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าเราจะผ่านวิกฤตต่างๆ ได้และผ่านไปด้วยความมั่นคง การทูตที่ดี และประสบความสำเร็จเริ่มต้นจากในบ้านของเรา ถ้าไม่จัดการบ้านของเราให้ดี ถ้าไม่เลือกพรรคที่ถูกต้องมาบริหารประเทศ และมีความมั่นใจการทำงาน เราต้องผนึกกำลังกัน ต้องมีทีมประเทศไทย เราจะอยู่ที่เดิมไม่ได้ต้องนำพาการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ขอให้ท่านเชื่อมั่นในพรรคภูมิใจไทย เราจะสร้างโอกาส สร้างอนาคตให้ทุกท่าน ดังนั้นขอให้มั่นใจในตัวของตน ในศักยภาพของพรรคภูมิใจไทย และบุคลากรของเรา เพราะเราจะมุ่งมั่นนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี มีเกียรติภูมิ และสนองผลประโยชน์ของประเทศไทย เพราะเราประเทศไทยและผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นที่ตั้ง ไทยต้องเป็นไทยในเวทีโลก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“จตุพร” ลุยปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย อ้อนขอคะแนนเลือก “ไก่ อรพินทร์” เบอร์ 11 ลั่นพรรคโอกาสใหม่ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดของประเทศ

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 18.30 น. ที่สนามกีฬาห้วยขวาง พรรคโอกาสใหม่ นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำพรรค ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคโอกาสใหม่ นายประภัสร์ จงสงวน

“เอกนิติ” ให้คำมั่นด้วยเกียรติ ทำเพื่อคนไทย-ประเทศไทยให้แข็งแกร่ง ไม่เป็นผู้ป่วยใหม่ของเอเชีย

6 กุมภาพันธ์ 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย กล่าวบนเวทีว่า ไม่คิดว่าตัวเองจะมาอยู่ในเวทีการเมือง ถึงชีวิตอายุราชการที่เหลือ 6 ปี ทิ้งความมั่นคงในชีวิต ทิ้งโอกาสจะเป็นปลัดกระทรวงการคลัง

พรรคปวงชนไทย เบอร์ 23 บัตรชมพู เปิดเกมเพิ่มสิทธิประชาชน — เจ็บได้หมื่น ตายได้แสน

กรุงเทพฯ — พรรคปวงชนไทย เปิดตัวนโยบาย “เพิ่มสิทธิประชาชน” เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองอุบัติเหตุให้เป็น สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ไม่ใช่มาตรการสงเคราะห์เฉพาะกิจ โดยมุ่งสร้างหลักประกันชีวิตด้านอุบัติเหตุให้คนไทยทุกคนเข้าถึงได้จริง

“สุชาดา” อดีต เลขานุการ รมว.กระทรวงดีอี ป้อง “ศุภจี” ไม่ได้สื่อสารผิดกรณี E-Document อย่างที่บางคนพยายามบิดเบือน

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ในฐานะอดีตเลขานุการ รมว.กระทรวงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “ไอเดียร์ สุชาดา แทนทรัพย์” ชี้แจงกรณีที่มีประเด็นเรื่อง E-Document หลังการดีเบตของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ว่า สิ่งที่นางศุภจีสื่อสารไม่ได้ผิดอย่างที่บางคนพยายามบิดเบือน

‘เจนวิทย์’ เดินสายหาเสียง เขต 3 พิษณุโลก ชูนโยบายลดรายจ่าย เพิ่มรายได้

“เจนวิทย์” ปลุกชาวพิษณุโลกออกมาใช้สิทธิ์ 8 ก.พ. ขอบัตรสีเขียวกาเบอร์ 4 และบัตรสีชมพูกาเบอร์ 9 หวังใจคนวังทอง – เนินมะปราง ให้โอกาสพรรคเพื่อไทยเข้าสภาฯ พัฒนาบ้านเมือง ชู ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส

“องอาจ-สกลธี” พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 เบอร์ 8 ”เจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร“ ลงพื้นที่และรับฟังปัญหาของประชาชน 16 ชุมชนริมน้ำที่

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลกรุงเทพมหานคร นายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. นายเจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร เขต 33