
สสส. จับมือเครือข่าย Kick off กิจกรรมส่งเสริมเด็กเยาวชน 60 สถานศึกษาภาคตะวันออก เข้าระบบเลิกบุหรี่&พอด คัดกรอง-ส่งต่อ ตั้งเป้าที่ 2,000 คน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส.สานพลังทุกภาคส่วนเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้สำเร็จ นำไปสู่การลดอัตราสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าของคนไทย รวมถึงค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลของภาครัฐในอนาคต ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าของคนไทยเพิ่มสูงขึ้นจนน่าวิตก ในปี 2564 มีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า 78,742 คน แต่ปี2567 ตัวเลขกระโดดไปที่ 900,459 คน หรือเพิ่มขึ้นถึง11.44 เท่า เมื่อเด็กสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มชักชวนเพื่อนให้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จากการวิจัยของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พบว่าในภาคตะวันออกและภาคกลางมีเด็กสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 19.63% ดังนั้นการทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับสถานบริการในการดูแลเด็กที่ติดบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว ให้หลุดพ้นจากการติดนิโคติน มีความสำคัญมาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และเครือข่ายของเขตสุขภาพที่ 6 จึงได้ทำงานร่วมกับหน่วยบริการโรงพยาบาลต่างๆเพื่อดูแลเด็กที่ต้องการเลิกบุหรี่ โดยตั้งเป้าหมายที่ 2,000 คน และคาดหวังให้เป็นโครงการต้นแบบลดการสูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือบุหรี่มวน

นพ.สวรรค์ ขวัญใจพาณิช ประธานกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขตพื้นที่ 6กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบว่าภาคตะวันออกมีอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภทรวมกันอยู่ในลำดับที่ 3 ของประเทศ ที่ 15.8% ขณะที่ข้อมูลจากกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปี 2568 ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุ 13-25 ปี ในภาคตะวันออก จากกลุ่มตัวอย่าง 7,709 คน เป็นผู้สูบบุหรี่ 5.9% และเป็นผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 23.09% ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงและน่าเป็นห่วง กขป.เขตพื้นที่ 6 จึงกำหนดให้ปี 2569-2570 มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องเร่งด่วน (Quick Win)

นาวสาวสุนิศา คำสองสี ที่ปรึกษาด้านเครือข่ายและการมีส่วนร่วม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า สพฐ. มีมาตรการในการดูแล โดยมีคุณครู คอยช่วยเหลือ ดูแลและคัดกรองนักเรียนก่อนเข้าโรงเรียน กรณีการพกพาอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า การตรวจสอบบริเวณรอบข้างโรงเรียนกรณีจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าหากพบเด็ก ต้องการเลิกบุหรี่ ทางโรงเรียนส่งเข้าสู่กระบวนการ เพื่อให้สามารถเลิกบุหรี่ได้

นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า ระบบบริการเลิกบุหรี่ มี 3 ระบบ คือ ระบบที่ 1 ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (สายด่วน 1600) ระบบที่ 2 คลินิกฟ้าใสในโรงพยาบาล ระบบที่ 3 ร้านยาอาสาพาเลิกบุหรี่ มูลนิธิเภสัชกรรมชุมชน โดยสามารถให้คำปรึกษากรณีจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่งได้ โดย ยท.ได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมการเข้าถึงระบบบริการเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนในเขตสุขภาพที่ 6 ดำเนินงานผ่านกลไกอาสาสร้างสุขภาพและเขตสุขภาพเพื่อประชาชน ในปี 2569 จะขับเคลื่อนในสถานศึกษา 60 แห่งนำร่องเพื่อสนับสนุนการเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าอย่างน้อย 2,000 คน และไม่น้อยกว่า10% ช่วยเลิกบุหรี่ได้สำเร็จภายใน 6 เดือน

สสส. กำหนดให้การป้องกันนักสูบหน้าใหม่และการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นวาระเร่งด่วน ที่ภาคีเครือข่ายของสสส. ทั่วประเทศต้องร่วมกันขับเคลื่อนเดินหน้าป้องกันนักสูบหน้าใหม่-ลดภาระสุขภาพระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส. จัดมหกรรมครอบครัว 2026 ปลุกพลัง ‘‘ใกล้ใจ ไม่ไกลกัน’’
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน “มหกรรมครอบครัว หรือ FAM FESTIVAL 2026” ปีที่ 2
“วิกฤตอาหารนนทบุรี” สู่โจทย์ใหญ่สุขภาพคนเมือง
สถานการณ์ด้านอาหารของจังหวัดนนทบุรีกำลังส่งสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ เมื่อข้อมูลล่าสุดจากสภานโยบายอาหารนนทบุรีสะท้อนภาพ “วิกฤตซ้อนวิกฤต”
'เชียงใหม่' ตัดวงจรผู้ป่วยเสพยาติดซ้ำ ผนึกท้องถิ่น 'ล็อก 1 ปี' ดูแลต่อเนื่อง
สสส. ผนึกท้องถิ่น ชู 9 อำเภอต้นแบบ “ชุมชนล้อมรักษ์” จ.เชียงใหม่ “ล็อก 1 ปี” ป้องกัน – บำบัด ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดต่อเนื่อง ตัดวงจรหวนคืนกลับมาเสพซ้ำ ล้างความรุนแรงมุ่งสร้างชุมชนปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน
ปลุกพลังเยาวชน..เปลี่ยนอนาคตท้องถิ่น 7,800อปท.ออกต้นแบบสร้างสุขภาวะ
ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัญหาสุขภาพจิต และแรงกดดันทางสังคม
9 องค์กรต้นแบบ เอื้อคนทำงานสุขภาวะจิตดี
สสส.และภาคีเครือข่าย มอบรางวัล “9 องค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต” (Thai Mind Awards 2026) เปลี่ยนที่ทำงานเป็นพื้นที่แห่งความสุขความปลอดภัยต่อจิตใจ
4 ปี “หมอกระต่าย” กับบทเรียนบนท้องถนน อย่าปล่อยให้ทางม้าลาย...เป็นพื้นที่เสี่ยง
เสียงสะท้อนจากเหตุการณ์สะเทือนใจเมื่อ 4 ปีก่อน ยังคงดังก้องอยู่ในสังคมไทย เหตุการณ์การเสียชีวิตของ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ “หมอกระต่าย” จักษุแพทย์สาว

