สผ. แจงชัด! ยังไม่มีการอนุมัติหรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด ย้ำทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกฎหมายและมติ กก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

วันนี้ (29 มิถุนายน 2569) นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เปิดเผยกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อนุมัติหรืออนุญาตให้ใช้พื้นที่ หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเพื่อดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด ว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากกระบวนการตามกฎหมาย

นายบรรณรักษ์ฯกล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังไม่ได้มีการอนุมัติ อนุญาต หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นแต่อย่างใด โดยประเด็นที่มีการกล่าวถึงนั้น เป็นเพียงการให้ความเห็นตามขั้นตอนที่กรมชลประทานเสนอผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกอบการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการเท่านั้น มิใช่การอนุมัติให้ดำเนินการหรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติตามที่มีการเข้าใจ

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการขอใช้พื้นที่หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ กรมชลประทานจะต้องทบทวนรายละเอียดของโครงการและปรับลดขนาดพื้นที่ให้มีความเหมาะสมตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รวมทั้งต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติจะต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้ง จึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้

นายบรรณรักษ์ฯ กล่าวว่า การดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด จะต้องเป็นไปตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ซึ่งได้พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโครงการ และมีข้อกำหนดให้กรมชลประทานดำเนินการเพิ่มเติมหลายประเด็น ได้แก่ การทบทวนการใช้พื้นที่โครงการให้เหมาะสมและใช้เท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่ การสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการใช้น้ำและการอยู่ร่วมกับสัตว์ป่า การสำรวจข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินให้เป็นปัจจุบัน ก่อนจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมาตรา 58 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดให้จำกัดการใช้พื้นที่ให้น้อยที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยต้องหารือร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อกำหนดขนาดโครงการที่เหมาะสม รวมทั้งต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่กำหนดไว้ในรายงาน EHIA อย่างเคร่งครัด

“สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักความรอบคอบ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนา การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการคุ้มครองสิทธิของประชาชน” นายบรรณรักษ์ฯกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมป่าไม้-สผ. ผนึกกำลัง ลงนามความร่วมมือ ยกระดับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ

กรมป่าไม้และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีคุณค่าทางนิเวศของประเทศ ให้มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ และสอดคล้องกับทิศทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระดับชาติ โดยมี

กระทุ้งรัฐเกียร์ว่าง ยื่นศาลปกครองเดินหน้าแก้เหมืองโปแตช

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เตรียมยื่นฟ้องศาลปกครองหลังการแก้ไขปัญหาผลกระทบเหมืองโปแตชในพื้นที่ไม่คืบ พบหน่วยงานรัฐหลายหน่วยเพิกเฉย – เกียร์ว่าง ขณะที่นักวิชาการฟื้นฟูเหมืองตอกหน้าหงาย “กพร.”เปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมืองต้องทำอีไอเอใหม่หรือไม่

สผ. ผนึกพลังทุกภาคส่วน จัดงานประชุมประจำปี เพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่ธรรมชาติยั่งยืน

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จัดงานประชุมประจำปี ๒๕๖๘ ในหัวข้อ “Bioday Play & Learn : Turn into Action” ณ อุทยาน ๑๐๐ ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานที่สำคัญของ

สผ. จัดประชุมประจำปี 68 หัวข้อ Bioday Play & Learn : Turn into Action

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จัดงานประชุมประจำปี 2568 ในหัวข้อ “Bioday Play & Learn : Turn into Action” เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานที่สำคัญของ สผ. และสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 - 14.00 น. ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย