
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 (BGVI) องค์กรประเทศไทย และ ดร.ปราสัน ชาร์มา ประธานองค์กรพันธมิตรธรรมะ (Dharma Alliance) นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ทำงานใกล้ชิดกับองค์การสหประชาชาติ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย “กรอบความร่วมมือ” เดินหน้าเสริมสร้างธรรมะและจริยธรรม ในมิติส่งเสริมสันติภาพบนสังคมโลก ที่ห้องประชุม บริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด จ.นนทบุรี โดยมีนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีต รมว.ต่างประเทศ และรองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาิชชาลัย 80 และ ดร.วีณา อุปัทยา ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน
การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การเสริมสร้างความร่วมมือทางปัญญา และการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสถาบันในระดับนานาชาติ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณค่าทางธรรมะและจริยธรรมสากล ความร่วมมือดังกล่าวตั้งอยู่บนการตระหนักถึงภูมิปัญญาอันยั่งยืนของขนบธรรมเนียมและ แนวคิดเชิงธรรมะ ซึ่งยังคงมีนัยสำคัญต่อการทำความเข้าใจและการรับมือกับ ความท้าทายร่วมสมัยของประชาคมโลก ทั้งในมิติของการส่งเสริมสันติภาพ ความสมานฉันท์ ความเคารพซึ่งกันและกัน ตลอดจนภาวะผู้นำที่ตั้งอยู่บนหลักจริยธรรม การตระหนักถึงความเชื่อมโยง สัมพันธ์ของสรรพชีวิตในระบบนิเวศและสังคมมนุษย์ ส่วนรูปแบบความร่วมมืออาจครอบคลุมถึงการจัดประชุมวิชาการ การเสวนา การดำเนินการวิจัย ร่วม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูล ตลอดจนการมีส่วนร่วมในเวทีและกิจกรรมระดับนานาชาติที่ เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมเฉพาะอาจได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมผ่านการปรึกษาหารือร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
ดร.สุภชัย วีระภุงค์ เลขาธิการโพธิคยาวิชชาลัย กล่าวว่า การเซ็นเอ็มโอยูครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ก้าวสำคัญของประเทศไทย สำหรับสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ก่อตั้งมาเป็นปีที่ 9 เร่ิมจากการจัดอุปสมบทของกระทรวงการต่างประเทศ และ สถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงนิวเลดลี สถาบันถือกำเนิดจากการอุปบสมบทหมู่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระชนิกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ตัวเลข 980 ส่ือถึงพระชนมหรรษา 80 พรรษา ยังเชื่อมโยงกับพระพุทธประวัติที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อพระชนมายุ 80 พรรษา คือการประกาศพันธกิจตามรอยทางของ “พระมหาธรรมมิกราชา”. ในการครองแผ่นดินโดยธรรม
พร้อมกันนี้ ดร.สุภชัย ได้กล่าวถึงบทบาทของสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ที่ได้มีโอกาสร่วมมือจัดการ สัมมวาทะที่กรุงเทพฯ และมี”ปฏิญญากรุงเทพ” ในเวทีการประชุม Faith for Rights (F4R) ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการบรรจุคำว่า "ธรรมะ" (Dharma) เข้าสู่เอกสารทางการขององค์การสหประชาชาติ เข้าสู่เวทีโลกครั้งแรกในรอบ 80 ปี เป็นการนำความรู้และแก่นธรรมเข้าสู่เวทีโลก ที่ผ่านมา New World Order การจัดระเบียบโลกเดิมมักใช้อำนาจ เเงินและปืนปกครองโลก จึงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงรากฐานความวุ่นวายด้วยธรรมะ อยากให้ผู้นำทั่วโลกใช้ ”ธรรมเป็นอำนาจ” การรู้จักใช้สติและควบคุมผัสสะภายใน เพื่อหยุดย้ิงการเข่นฆ่าทำลายล้างกัน “มีคนพูดถึงมนุษย์ต่างดาว ที่ทรงภูมิปัญญา ก็ย่อมมีธรรมะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อความรอดพ้นจกการทำลายตัวเอง ดังนั้นเป้าหมายสูงสุดจึงเป็นการปักเทีนแห่งธรรมเล่มแรก ของลุ่มน้ำโขงสู่สุวรรณภูมิ” ดร.สุภชัย กล่าว
ดร.ปราสัน ชาร์มา ประธานองค์กรพันธมิตรธรรมะ กล่าวว่าดีใจที่ได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางธรรมะ เป็นประเทศที่มีความสำคัญที่จะเริ่มต้นหลายๆอย่าง ธรรมะน่ันแหละที่นำพาได้มาพบกันระหว่าง 2 องค์กรนี้ ธรรมะเป็นการใช้ชีวิตตามปกติแม้ไม่รู้ตัวแต่มันขึ้นอยู่ทุกขณะที่เราทำ ที่เจนีวาเป็นศูนย์กลางพหุภาคีนิยมของโลก มีองค์กรความร่วมมือต่างๆแต่ไม่มีความร่วมมือของการใช้ธรรมะ จึงได้มีการจัดตั้งองค์กรพันธมิตรธรรมะ (Dhama Alliance) ขึ้น เพื่อนำพาองค์ความรู้ความศิวิไลซ์ท่ีเกิดขึ้นทางภาคตะวันออก เป็นตัวเชื่อมเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างผาสุก ซึ่งในปัจจุบันโลกมีความขัดแย้งสูง ที่ผ่านมาไม่มีการใช้หลักการของธรรมะมาแก้ไขปัญหาควาขัดแย้ง โดยธรรมะจากภาคตะวันออก จึงเป็นแนวทางที่โลกต้องหาแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งใหม่จากทางภาคตะวันออก จึงถือว่าอันนี้เป็นโอกาสที่สำคัญ ที่โลกควรจะมองหาหลักการใหม่ ที่จะนำพาความสงบสุขและให้ธรรมะเป็นสะพานเชื่อมในการสกัดความขัดแย้ง
นอกจากนี้ ดร.ปราสัน ได้กล่าวถึงการทำงานขององค์กรพันธมิตรธรรมะ ที่นครเจนีวา ว่าได้รับการยอมรับในการใช้ธรรมะแก้ปัญหาในองค์กรต่างๆมากขึ้น โดยเฉพาะการที่องค์กรพันธมิตรธรรมะ ได้มาร่วมกับสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 จัดเวทีสัมมาสัมวาทะที่กรุงเทพ และมีปฏิญญากรุงเทพ เป็นครั้งแรกที่องค์การสหประชาชาติได้บรรจุคำว่า “ธรรมะ” ในเอกสารการประชุมเป็นครั้งแรกในรอบ 80 ปี และเป็นครั้งแรกที่ได้มีการบรรจุคำศัพท์ “อหิสา กรุณา และเมตตา” เข้าไปอยู่ในหมวดของการจรจาที่ใช้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง และในการแถลงต่อที่ประชุมสหประชาชาติ ได้มีการระบุถึงปฏิญญากรุงเทพฯที่มีสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ของไทย และองค์กรพันธมิตรธรรมะ ของเจนีวา เป็นการย้ำให้รู้ว่าองค์ความรู้และอารยะธรรมที่เกิดขึ้นอันยาว นาน จะเป็นองค์ความรู้นำพาไปสู่ความสงบ ถึงเวลาแล้วที่โลกต้องการความเปลี่ยนแปลง เราต้องมีการกำหนดทิศทางใหม่ๆ โดยปี 2030 เป็นระยะเวลาสำคัญ เพราะเทรนของโลกจะมีการเปลี่ยน การใช้คำว่า”ธรรมะ” เป็นบรรทัดฐานสากล นับเป็นโอกาสดีที่ทั้ง 2 องค์กรได้มาร่วมลงนามเอ็มโอยูทำงานร่วมกัน จะเป็นแสงสว่างนำพาโลกไปสู่แสงสว่างใหม่ๆ
ดร.วีณา อุปัทยา ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวถึงความสำคัญและกรอบที่ทั้ง 2 องค์กร เซ็นเอ็มโอยูครั้งนี้ ว่า นิยามขององค์กรพันธมิตรธรรมะ เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่รวบรวมแก่นธรรมจากหลากหลายความเชื่อมในภาคตะวันออก ไม่จำกัดศาสนาใดศาสนาหนึ่ง เน้นทางภาคตะวันออก ทั้งพุทธ ฮินดู เซน และซิกข์ รวมทั้งด้านอื่นๆ เพื่อยกระดับสู่บทสนทนาระดับโลกด้านสันติภาพและการพัฒนาอย่างย่ังยืน ทำงานอย่างใกล้ชิดกับสหประชาชาติ สำนักงานที่นครเจนีวา ส่วนสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิวีระภุชงค์ โดยมี ดร.สุภชัย วีระภุงค์ เป็นผู้ดำเนินการและมีบทบาทสำคัญมาก ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่สำคัญที่สุดคือจุดเด่น การนำธรรมยาตราเป็นเครื่องมือทางการทูต เพื่อสร้างสรรสันติภาพในภูมิภาค และจากนี้ไปจะเป็นการนำทางไปสู่ระดับสากล
สำหรับเอ็มโอยู มี 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1.การสะท้อนจริยธรรม (Ethical Reflection) การนำคุณค่าทางธรรมมาเป็นกรอบศีลธรรมใน การประเมินและกำหนดนโยบายระดับโลก 2.การสนทนาระหว่างอารยธรรม (Inter-civilizational Dialogue): การใช้ธรรมะเป็นสื่อกลางในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจทำมกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อ 3.ความร่วมมือพหุภาคี (Multilateral Engagement): การเสริมสร้างบทบาทของหลักธรรมสากลในระบบระหว่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของมษชาติ ความร่วมมือเชิงโครงสร้างนี้คือกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการทำให้ธรรมะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ทางด้าน นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีต รมว.ต่างประเทศ และรองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาสชวิิชชาลัย 980 กล่าวถึงวิสัยทัศน์ การนำสถาบันฯไปสู่เวทีเวทีโลก และการขับเคลื่อนธรรมะในคุณค่าที่มนุษยชาติให้การยอมรับว่า จาก”ปฏิญญากรุงเทพฯ” ที่บรรจุคำว่า “ธรรมะ”ในเอกสารการประชุมของสหรัฐประชาชาติ เป็น”ปฏิญญากรุงเทพฯ ฉบับที่สอง” เพื่อสถาปนา “ประชาคมแห่งธรรม” ให้เกิดขึ้นในระดับสากล “สิทธิมนุษยชน” กับจริยธรรมแห่งธรรมความแตกต่างที่สำคัญคือ “สิทธิมนุษยชน” (Human Rights) เป็นกฎเกณฑ์ที่เกิดจาก การตีความไม่ตรงกัน และถูกนำมาใช้ทางการเมือง แต่ “คุณค่าสากลแห่งธรรม” (Universal Value of Dharma) คือ”กฎธรรมชาติ” เป็นกฎสากลที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ และเป็นคุณค่าที่มนุษยมีอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม
การลงนามเอ็มโอยู ระหว่างสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และองค์กรพันธมิตรธรรมะ (Dharma Allance) คือหมุดหมายประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนผ่าน ยุคสมัยจากการใช้ “อำนาจเป็นธรรม” ไปสู่การใช้ "ธรรมเป็นอำนาจ" อย่างเป็นรูปธรรมในเวทีโลก ที่ผ่านมาสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้นำหลักธรรมและพระพุทธศาสนาเพื่อให้เกิดสันติสุข จัดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน ถึง 2 ครั้ง เชื่อมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนในดินแดนสุวรรรภูมิ จากนั้นจัดธรรมยาตราครั้งที่ 3 จากคงคาสู่ลุ่มน้ำโขง ร่วมกับรัฐบาลไทย และรัฐบาลอินเดีย อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันตธาตุมาสู่ประเทศ ไทย มีผู้มาร่วมสักการะเกือบ 5 ล้านคน ทำให้สถาบันฯ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลอินเดีนและองค์กรต่างๆ จากนั้นจึงได้ขยายปีกหรือบทบาทไปสู่สากลคือองค์การสหประชาชาติ การลงนามเอ็มโอยูร่วมกับองค์กรพันธมิตรธรรมะ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะนำธรรมะ และสร้างความเข้าใจเรื่องคุณค่าของจริยธรรมสากล นำไปสู่สันติภาพของสังคมโลก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เชียงใหม่'ขยายเวลาสักการะพระบรมสารีริกธาตุ
ตามที่รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับรัฐบาลสาธารณรัฐอินเดีย โดยกระทรวงวัฒนธรรมอินเดีย สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ได้ร่วมกันอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ
คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพโลก เดินทางถึงชิลี ร่วมฉลองสัมพันธ์การทูต 60 ปี
คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพโลกเดินทางถึงชิลี ร่วมจัดกิจกรรมเสริมสร้างมิตรภาพไทย-ชิลี ในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 60 ปี ณ วัดบาไฮ กรุงซันติอาโก

