ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็น หลัง Moody’s Rating ปรับ Outlook ประเทศไทย จากเชิงลบ สู่มั่นคง ว่า
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ใช่ผลของมาตรการระยะสั้นหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นผลลัพธ์เชิงโครงสร้างที่เกิดจากการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจมหภาค และประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายของภาครัฐที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ ไทยเคยถูกปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับหลายแห่ง ส่งผลให้ความเสี่ยงประเทศถูกประเมินสูงขึ้น กระทบต่อภาพลักษณ์การลงทุน อย่างไรก็ตาม ทิศทางนโยบายในระยะหลังได้มุ่งลดความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย และสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการการค้าระหว่างประเทศ และความผันผวนของราคาพลังงาน แต่ไทยยังสามารถรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไว้ได้ ผ่านวินัยการคลังและการบริหารหนี้สาธารณะภายใต้กรอบความยั่งยืน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สถาบันจัดอันดับให้ความสำคัญ
ในมุมของเรตติ้งเอเจนซี การประเมินไม่ได้พิจารณาเพียงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถของรัฐในการบริหารความเสี่ยงเชิงระบบ และรักษาเสถียรภาพในระยะยาว ซึ่งไทยยังคงส่งสัญญาณเชิงบวกในมิติเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การสื่อสารเชิงนโยบายจากฝ่ายบริหารกับนักลงทุนและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเข้าร่วมเวทีระดับโลก เช่น Spring Meetings ของธนาคารโลกและ IMF มีส่วนช่วยลดช่องว่างข้อมูล และสร้างความเข้าใจต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยในเวทีสากล
ด้านปัจจัยพื้นฐาน เศรษฐกิจไทยยังมีจุดแข็งจากเสถียรภาพภายนอก โดยมีเงินสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง โครงสร้างหนี้ที่พึ่งพาแหล่งเงินในประเทศเป็นหลัก และดุลบัญชีเดินสะพัดที่อยู่ในระดับสมดุล ทำหน้าที่เป็นกันชนรองรับแรงกระแทกจากเศรษฐกิจโลก
ขณะเดียวกัน การเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในด้านดิจิทัล อุตสาหกรรมอนาคต การพัฒนาทุนมนุษย์ และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาว และช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของประเทศต่อไป
ในเชิงเศรษฐศาสตร์การเงิน การปรับ Outlook เป็น “Stable” ถือเป็นสัญญาณว่าความเสี่ยงด้านลบของประเทศลดลง ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มลดลง ทั้งในภาครัฐและเอกชน พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดโลก และสนับสนุนการลงทุนใหม่ในระบบเศรษฐกิจ
ขณะที่การคงอันดับเครดิตในระดับ Investment Grade ยังช่วยรักษาความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านนโยบายการลงทุน ส่งผลเชิงบวกต่อกระแสเงินทุนและเสถียรภาพของตลาดการเงินไทยในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การรักษาวินัยการคลังอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ความเชื่อมั่นที่ฟื้นกลับมานี้ถูกใช้ “ให้คุ้มค่า” ผ่านการลงทุนเชิงคุณภาพ และการวางรากฐานเศรษฐกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน
“การปรับ Outlook ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ข่าวดีเชิงภาพลักษณ์ แต่คือโอกาสเชิงนโยบายที่รัฐบาลต้องใช้ต่อยอดให้เกิดผลจริง ทั้งในด้านการลงทุน การเติบโต และการสร้างเสถียรภาพระยะยาวของเศรษฐกิจไทย” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวทิ้งท้าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เชษฐา' ชี้ 'ม็อบสนธิ' ปลุกยาก ขาดพลังชี้นำมวลชน
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักวิเคราะห์การเมือง วิเคราะห์การประกาศนำประชาชนลงถนนในวันที่ 10 กันยายนของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่า ประเด็นที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม แต่คือการเมืองแบบมวลชนบนท้องถนนจะยังมีประสิทธิภาพเพียงใด ท่ามกลางโครงสร้างสังคมและพฤติกรรมทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
'เชษฐา' แกะเกมส้ม ใช้ฮั้ว สว. ปั้น 'ระบอบสีน้ำเงิน' ชี้หลักฐานยังจำกัด ล้มพรรค-รัฐบาล ไม่สำเร็จ
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวกรณีข้อกล่าวหา “ฮั้ว สว.” ว่า ต้องมองแยกกันระหว่างกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย กับยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางการเมือง
นักรัฐศาสตร์ชี้ถกปมที่มา ส.ว. ถึงเวลาต้องยกระดับจาก “ข้อสงสัย” สู่ “การพิสูจน์ความจริง” ไม่แปลกใจ สังคมเริ่มไม่อิน พร้อมตั้งคำถามถึงคุณภาพข้อมูล หนุน 2 ฝ่าย ใช้กฎหมายสู้เต็มที่ กล่าวหา-ฟ้องกลับ ช่วยสังคมคลายความสงสัย
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นต่อการถกเถียงเกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า การตรวจสอบและตั้งคำถามต่อกระบวนการทางการเมืองเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ และถือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมประชาธิปไตย แต่ในอีกด้านหนึ่ง สิทธิในการตรวจสอบต้องดำเนินควบคู่กับ ความรับผิดชอบต่อข้อมูล โดยเฉพาะเมื่อการตั้งคำถามพัฒนาไปสู่ข้อกล่าวหาต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอย่างเฉพาะเจาะจง
ชม 'อนุทิน' ปกป้องผลประโยชน์ชาติ หลังถกผู้นำจีน ปมรถถังเขมร ได้การการันตี ห้ามใช้ซัดกับไทย
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายอนุทิ
นักรัฐศาสตร์ชี้ผลเลือกตั้ง กทม. 69 สะท้อนการเมืองยุคใหม่ ประชาชนตัดสินจากผลงานมากกว่าวาทกรรม
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่า นับเป็นบทเรียนสำคัญของทุกพรรคการเมือง เพราะผลการเลือกตั้งไม่ได้สะท้อนเพียงว่าใครเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้
กรุงเทพฯ เลือก ‘ผลงาน’ มากกว่า ‘วาทกรรม’
ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 น่าจะเป็นหนึ่งในบทเรียนทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของทุกพรรคการเมือง

