
30 มิ.ย. 2569 – ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 น่าจะเป็นหนึ่งในบทเรียนทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของทุกพรรคการเมือง เพราะผลลัพธ์ไม่ได้สะท้อนเพียงว่า “ใครชนะ” หรือ “ใครแพ้” แต่สะท้อนว่า คนกรุงเทพฯ กำลังใช้เกณฑ์ใหม่ในการตัดสินใจทางการเมือง
นั่นคือ การให้คุณค่ากับ “ผลงาน” มากกว่า “คำพูด”
ชัยชนะของอาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะกระแสหรือวาทกรรม หากแต่เป็นคะแนนที่สะสมจากการทำงานตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่ การแก้ปัญหาเมือง หรือการบริหารที่ประชาชนสัมผัสได้จริง
ตลอดการหาเสียง อาจารย์ชัชชาติแทบไม่จำเป็นต้องสร้างศัตรูทางการเมือง ไม่ต้องตอบโต้ทุกประเด็น และไม่จำเป็นต้องใช้วาทกรรมรุนแรงเพื่อสร้างความนิยม เพราะผลงานที่ทำมาได้ทำหน้าที่สื่อสารแทนตัวผู้สมัครแล้ว
ผลเลือกตั้ง ส.ก. ก็สะท้อนภาพในทำนองเดียวกัน ประชาชนยังคงเปิดพื้นที่ให้พรรคประชาชนได้รับความไว้วางใจในหลายเขต แต่ขณะเดียวกัน ผลคะแนนก็เป็นสัญญาณว่า การเมืองแห่งอนาคตไม่อาจพึ่งพาเพียงการวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม หรือการสร้างประเด็นความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง แต่ควรสร้างแนวทางการทำงานของตนเอง มุ่งเน้นนโยบายและผลงานเป็นสำคัญ
ประชาชนกำลังเรียกร้องให้ทุกพรรคเสนอคำตอบว่า หากได้รับความไว้วางใจแล้ว จะทำอะไรให้เมืองดีขึ้น ไม่ใช่เพียงมุ่งบอกว่าใครผิด ใช้การเมืองแบบสาดโคลนกันไปมา
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น คือประเด็นทางการเมืองเชิงวาทกรรมที่เคยถูกมองว่าเป็นวาระใหญ่อย่างข้อกล่าวหาเรื่องระบอบอากง กลับไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ เท่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากไม่ได้ลงคะแนนจากการเลือกข้างในสงครามวาทกรรม หากแต่เลือกจากสิ่งที่ผู้สมัครและพรรคการเมืองทำได้จริง
ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งคือ ผู้สมัครที่ถูกกล่าวหาเชื่อมโยงกับระบอบอากง กลับได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น โดยแทบไม่จำเป็นต้องเสียเวลาตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ขณะที่พรรคการเมืองซึ่งใช้ประเด็นนี้เป็นแกนหลักในการรณรงค์กลับได้รับคะแนนเสียงเพียงเล็กน้อย จึงเป็นคำถามสำคัญว่า วาทกรรมดังกล่าวยังมีพลังทางการเมืองมากน้อยเพียงใด เมื่อประชาชนหันมาใช้ “ผลงาน” เป็นเกณฑ์ตัดสิน

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนโจทย์เดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข นั่นคือ การพึ่งพาฐานเสียงและชื่อเสียงในอดีตไม่เพียงพออีกต่อไป ยุคที่เชื่อว่าเพียงส่งผู้สมัครในนามพรรคก็จะได้รับเลือกกำลังผ่านพ้นไปแล้ว
ผู้สมัครทุกคนต้องพิสูจน์ตัวเอง ต้องมีผลงาน มีความใกล้ชิดประชาชน และต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเป็นตัวแทนของพื้นที่อย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด ผลเลือกตั้งครั้งนี้อาจสรุปได้ด้วยประโยคสั้น ๆ ว่า “คนกรุงเทพฯ ไม่ได้ปฏิเสธการเมือง แต่กำลังปฏิเสธการเมืองที่มีแต่คำพูด” และเลือกตอบด้วย “การเมืองที่แสดงผลลัพธ์ผ่านการลงมือทำ”
เมื่อประชาชนเห็นผลงานเป็นรูปธรรม วาทกรรมย่อมมีอิทธิพลลดลง เมื่อการบริหารสร้างความเชื่อมั่น การโจมตีทางการเมืองก็ไม่อาจแทนที่ข้อเท็จจริงได้ นี่คือสารสำคัญจากการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร 2569
ประชาชนไม่ได้ลงคะแนนให้คนที่พูดเก่งที่สุด แต่ลงคะแนนให้คนที่ทำงานจนผลงานพูดแทนตัวเอง การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของการเมืองไทย จากยุคเน้นวาทกรรม สู่ยุคการพิสูจน์ผลงานอย่างแท้จริง
บทความโดย ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เชษฐา' จี้ฝ่ายค้านเร่งยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ ชวนภาคประชาชนเดินหน้า ชี้ ภท.ยื่นแล้ว อย่าปล่อยเสียงประชามติค้างหน้าประตูสภา
นายอนุวัตร รุ่งเรืองรัตนากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท ให้กับโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า และกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
'เชษฐา' ชี้ 'ม็อบสนธิ' ปลุกยาก ขาดพลังชี้นำมวลชน
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักวิเคราะห์การเมือง วิเคราะห์การประกาศนำประชาชนลงถนนในวันที่ 10 กันยายนของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่า ประเด็นที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม แต่คือการเมืองแบบมวลชนบนท้องถนนจะยังมีประสิทธิภาพเพียงใด ท่ามกลางโครงสร้างสังคมและพฤติกรรมทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
'เชษฐา' แกะเกมส้ม ใช้ฮั้ว สว. ปั้น 'ระบอบสีน้ำเงิน' ชี้หลักฐานยังจำกัด ล้มพรรค-รัฐบาล ไม่สำเร็จ
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวกรณีข้อกล่าวหา “ฮั้ว สว.” ว่า ต้องมองแยกกันระหว่างกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย กับยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางการเมือง
นักรัฐศาสตร์ชี้ถกปมที่มา ส.ว. ถึงเวลาต้องยกระดับจาก “ข้อสงสัย” สู่ “การพิสูจน์ความจริง” ไม่แปลกใจ สังคมเริ่มไม่อิน พร้อมตั้งคำถามถึงคุณภาพข้อมูล หนุน 2 ฝ่าย ใช้กฎหมายสู้เต็มที่ กล่าวหา-ฟ้องกลับ ช่วยสังคมคลายความสงสัย
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นต่อการถกเถียงเกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า การตรวจสอบและตั้งคำถามต่อกระบวนการทางการเมืองเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ และถือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมประชาธิปไตย แต่ในอีกด้านหนึ่ง สิทธิในการตรวจสอบต้องดำเนินควบคู่กับ ความรับผิดชอบต่อข้อมูล โดยเฉพาะเมื่อการตั้งคำถามพัฒนาไปสู่ข้อกล่าวหาต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอย่างเฉพาะเจาะจง
ชม 'อนุทิน' ปกป้องผลประโยชน์ชาติ หลังถกผู้นำจีน ปมรถถังเขมร ได้การการันตี ห้ามใช้ซัดกับไทย
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายอนุทิ
นักรัฐศาสตร์ชี้ผลเลือกตั้ง กทม. 69 สะท้อนการเมืองยุคใหม่ ประชาชนตัดสินจากผลงานมากกว่าวาทกรรม
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่า นับเป็นบทเรียนสำคัญของทุกพรรคการเมือง เพราะผลการเลือกตั้งไม่ได้สะท้อนเพียงว่าใครเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้

