เด็กไทยกำลังถูกทดลองระบบใหม่?

🔥 “เด็กไทยกำลังถูกทดลองระบบใหม่?” หลักสูตร ป.4–6 จุดกระแสตั้งคำถามทั้งประเทศทั้งที่หลักสูตรเดิมหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับปรับปรุง ปี 68 ก็เพิ่งปรับเสร็จ แต่กลับมีหลักสูตรใหม่ซ้ำซ้อนขึ้นมา ซึ่งเป็นความแปลกประหลาดทางวิชาการของประเทศไทยที่ดูเหมือนไม่มีหลักการพัฒนาเลย

28 เมษายน 2569 - การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการศึกษาไทยกำลังถูกจับตาอย่างเข้มข้น หลังแนวทางการนำร่อง หลักสูตรประถมศึกษาตอนปลาย (ป.4–6) พ.ศ. 2568 ถูกตั้งคำถามจากภาคครูและภาคประชาชนว่า “พร้อมแล้วจริงหรือยัง” สำหรับการนำไปใช้กับนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งนักเรียนทั้งหลายเป็นเสมือนหนูทดลองที่ยังหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ถ้าทำจะเกิดความล้มเหลวกับครูและนักเรียนจำนวนมาก

เสียงสะท้อนนี้มาจาก นายสานิตย์ พลศรี นายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ และ นายสมคิด หอมเนตร รองประธานสภาปฏิรูปการศึกษาภาคประชาชน และคณะครู ที่ยื่นหนังสือแจ้งความร้องทุกข์ ต่อ ว่าที พ.ต.ท. หญิง ศิริภรณ์ ไทยนิยม สว.สอบสวน สน.ดุสิต 

โดยออกแถลงการณ์ชี้ว่า แนวทางดังกล่าว ยังมีหลายจุดที่ควรชี้แจงให้ชัดเจนต่อสังคม ในขณะเพื่อนพี่น้องครู และผู้บริหารสถานศึกษาต่าง ๆ มีความวิตกกังวลเป็นอย่างมากเพราะที่ผ่านมาโรงเรียนก็ยังไม่สามารถยกระดับหลักสูตรมาตรฐานในขั้นสูงได้ ซึ่งหลักสูตรการทดลองใช้ความพยายามในการยกระดับอยู่ และนโยบายของรองเลขาฯ ท่านนี้เร่งให้โรงเรียนเข้าสู่โครงการนี้ จึงวิตกกังวลมาก ๆ

⚡ “เร่งเดินหน้า” หรือ “ยังไม่ครบขั้นตอน”

ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือ ความชัดเจนของกระบวนการตามกฎหมาย

เนื่องจากการนำร่องเกิดขึ้นเฉพาะบางช่วงชั้น ขณะที่หลักสูตรแกนกลางใหม่ที่ สพฐ. ได้ปรับปรุงที่ยังไม่ถูกยังไม่ได้ ยังประเมินผลยังไม่ได้วิจัย เพื่อปรับปรุงพัฒนาอีกหลายปี จึงจะสรุปได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มใช้หลักสูตรแกนกลางฉบับปรับปรุง 68 สูตรให้ครบช่วงชั้นก็มีหลักสูตรซ้ำซ้อนขึ้นมา

คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นทันที :

นี่คือการเปลี่ยนผ่านที่วางแผนไว้แล้ว หรือกำลังเดินหน้าท่ามกลางความไม่ชัดเจน? เรื่องนี้เป็นการวางแผนจากรายบุคคลหรือหมู่คณะ ยังไม่แน่ใจแล้วดำเนินการเลยโดยไม่ศึกษาข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ราชกิจจานุเบกษา พรบ. การศึกษา แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเสมือนประหนึ่งไม่รู้กฎหมายซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ว่ากรทำได้หรือไม่

⚠️ ภาพที่อาจเกิดขึ้น: ห้องเรียนไม่เหมือนกันทั้งประเทศ

อดีตจนถึงปัจจุบันก็เกิดปัญหาแสนสาหัสกับระบบการศึกษาไทย ถ้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างนี้นับยิ่งซ้ำเติมประเทศทำให้กระทรวงศึกษาธิการหรือสำนัก งานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถูกตำหนิดูแคลนว่า ขาดความรอบรู้ ขาดความเข้าใจเรื่องการการศึกษาที่แท้จริง

การเปิดให้โรงเรียน “สมัครใจ” ใช้หลักสูตรใหม่ อาจทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างโรงเรียน

ผลที่ถูกจับตา คือ  เด็กแต่ละโรงเรียนเรียนไม่เหมือนกัน และผู้ปกครองสับสนว่าจะเลือกแบบไหนดีที่สุด แค่ครูสอนต่างกันนักเรียนก็เข้าใจ และปรับตัวได้ยากอยู่แล้ว ยิ่งหลักสูตรแตกต่างกันคงวุ่นวายเกินกว่าความคาดหมาย

เด็กย้ายโรงเรียนต้องเริ่มปรับตัวใหม่อย่างไม่มีทางทางเลือก เพราะการย้ายโรงเรียนเป็นเงื่อนไขที่เด็กเลือกไม่ได้ อาจขึ้นอยู่กับอาชีพและความจำเป็นของครอบครัว

👩‍🏫 ครูต้องเปลี่ยนทันที-ระบบรองรับพร้อมหรือยัง เป็นเรื่องยากถ้าครูไม่เข้าใจเรื่องหลักสูตร และการนำไปใช้ที่ปรับใหม่แต่ต้องมาปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับ ความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครอง

ครูระดับ ป.4-6 อาจต้องปรับทั้งวิธีสอน เนื้อหา และการวัดผลในเวลาเดียวกัน ผู้นำเสนอนี้คงเป็นแนวสิ่งที่คิดยังไม่เคยทำ คิดไปทำไปไม่มีการวิจัยที่น่าเชื่อถือได้ สังคมไม่เคยรับรู้และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นมาก่อน เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับครู

ขณะที่คำถามเรื่องงบประมาณยังตามมา งบสำหรับสื่อใหม่ การอบรมครู และการปรับระบบ มีเพียงพอและชัดเจนหรือไม่ เฉพาะงบเก่าหลักสูตรเดิมจำนวนเงินที่จัดสรร ยังไม่สามารถซื้อหนังสือเรียนได้ครบทุกวิชา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรู้แล้วมาต่อยอดให้ทำความวุ่นวายได้อย่างไร

📉 ของเดิมยังไม่ชัด แล้วของใหม่จะไปต่ออย่างไร

อีกจุดที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือ การนำร่องหลักสูตรในระดับ ป.1-3 ก่อนหน้านี้

ซึ่งยังไม่มีข้อมูลผลลัพธ์ที่เปิดเผยอย่างเป็นระบบต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นกรณีศึกษาทำไปโดยคนไม่กี่คนที่คิดว่าตนเองเก่ง นำงบประมาณมาผลาญเล่นในการอบรมใช้ เป็นช่องทางค่าโรงแรม ค่าเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยง ถ้าไม่สำเร็จแล้วแสดงความรับผิดชอบจะลาออกจากราชการ หรือไม่

ทำให้เกิดคำถามต่อเนื่องว่า :

มีข้อมูลเพียงพอแล้วหรือไม่ ก่อนขยายไปสู่ช่วงชั้นถัดไป ไม่มีการนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะชน หรือแสดงความคิดเห็นร่วมกันแต่ทำแบบ โรงเรียนที่อยู่ภายใต้อำนาจของตนเองส่วนเรื่องคุณภาพนั้นข้ามไปได้เลย

🎓 เดิมพันใหญ่: เด็กต้องเผชิญภัยชะตากรรมอะไรคือระบบการศึกษาไทย

หากการนำร่องไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจเกิดผลกระทบ เช่น: ช่องว่างทางการเรียนรู้

ปัญหาการปรับตัวเมื่อขึ้นมัธยม ก็ยิ่งสื่อสารมากขึ้นเหมือน ป.1-3 ขึ้น ป.4-6 และขึ้นไปม.1-3 ก็ยังมากยิ่งขึ้น ปัญหาตามมากยิ่งขึ้น แต่ทุกคนรับผิดชอบได้น้อยลง

📣 ข้อเสนอชัด: ต้องสรุปผลการประเมินวิจัยหลักสูตรที่ใช้อยู่ให้เรียบร้อยก่อนจึงนำมาพิจารณาร่วมกันทุก ภาคส่วน

ภาคครูเสนอว่า การปฏิรูปควรทำแบบ “ทั้งระบบ” มากกว่าการเลือกเฉพาะบางช่วงชั้น

เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและลดความสับสน ซึ่งผ่านขั้นตอนตามมาตรฐานสากล ควรใช้หลักสูตรแกนกลางให้ครบปีที่ปรับปรุงก่อน และวิจัยเพื่อพัฒนาต่อไป

🔎 คำถามที่ยังรอคำตอบจากสังคม ว่าสังคมไม่ควรนิ่งเฉยเพราะปัญหาจะย้อนกลับไปสู่ลูกหลานของตนเอง จึงควรออกมาใช้สิทธิ์ใป ปกป้องให้ สพฐ. เดินไปตามแนวทางที่เป็นสากล และไม่ส่งผลเสียต่อประเทศชาติw

หลักสูตร

ระบบรองรับครูและโรงเรียนเพียงพอหรือไม่น่าจะยากมากเพราะครูและโรงเรียนต่างได้รับการฝึกฝนจนเข้าใจอย่างแท้จริงไม่ใช่ไปพูดให้ฟัง และบรรยาย เมื่อครูกลับไปก็เหมือนเดิม

และสุดท้าย…ใครจะรับผลกระทบ หากการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ผู้เรียนทุกคน พ่อและแม่ ผู้ปกครอง ครอบครัว ประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ ล้วนเป็นผู้เสียหายโดยตรง

🔥 “การปฏิรูปที่ดี ต้องไม่ทิ้งคำถามไว้ข้างหลัง”

นี่อาจแค่การเปลี่ยนหลักสูตรซึ่งเป็นนวัตกรรมของวงการการศึกษาไทยที่เปลี่ยนหลักสูตรจากนักวิชาการ หรือนักวิชาเทพทั้งหลาย เมื่อใดที่หลักสูตรล้มเหลวเรามักจะหาคนที่รับผิดชอบในการจัดทำหลักสูตรไม่เจอ ในพระราชบัญญัติการศึกษา ให้เน้นการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ไม่ใช้จัดทำหลักสูตรใหม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลิกโฉมการบริหารท้องถิ่นไทย 'ประธานโสภณ' เปิดเกมรุก! ต้อนรับ 3 สมาคมท้องถิ่น เดินหน้าผลักดัน 5 กฎหมาย 'ค้างสภา' ให้กลับมาอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ สู่ความต่อเนื่อง โปร่งใส และยั่งยืนอย่างแท้จริง

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับนายวิสูตร จงชูวณิชย์ นายกเทศมนตรีตำบลบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ในฐานะนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย

รพ.ศุภมิตร จับมือ โรงพยาบาล เอส ชูเทคโนโลยียกระดับมาตรฐานการรักษาโรคกระดูกสันหลังและข้อ

รพ.ศุภมิตร จับมือ โรงพยาบาล เอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ประกาศพันธมิตรทางการแพทย์เฉพาะทาง

“นิกร” สั่งการเร่งช่วยประชาชน “ทวีพงษ์” เดินหน้าลดค่าเช่า 25 โครงการทั่วประเทศ

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง

'พัมคิน' แบรนด์ไทย ผู้นำตลาดเครื่องมือช่าง ชูนวัตกรรมอัจฉริยะ ยกทัพสินค้าร่วมงานสถาปนิก 69

บริษัท พัมคิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด หนึ่งในผู้นำตลาดเครื่องมือช่าง “PUMPKIN” แบรนด์สัญชาติไทย ที่อยู่คู่กับช่างไทยมานานกว่า 38 ปี นำทัพขบวนสินค้าเครื่องมือช่าง โชว์เทคโนโลยีอัจฉริยะ ภายในงานสถาปนิก 69 เปิดตัวสินค้าใหม่ “แบตเตอรี่ PUMPKIN P20i +” สำหรับงานเครื่องมือไฟฟ้าไร้สาย พร้อมจัดแคมเปญ ซื้อ ลุ้น โชค “พัมคิน แจกหนัก จัดเต็มปี 3” คืนกำไรสู่ลูกค้า

นวัตกรรมควบคุมกรดกลุ่มใหม่ มุ่งคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วยกรดไหลย้อน

บริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัดผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายและการตลาด ด้านสุขภาพระดับภูมิภาคที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 65 ปี ประกาศยกระดับ การดูแลผู้ป่วยโรคทางเดินอาหาร มุ่งเน้น การแก้ปัญหาความทุกข์ทรมานจากโรคก รดไหลย้อนที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ประจำวัน พร้อมนำเสนอนวัตกรรมควบคุม กรดกลุ่มใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือก การรักษาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

KISS ผถห. ไฟเขียวอนุมัติเคาะจ่ายปันผล 0.23 บาทต่อหุ้น เดินหน้าขยายธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง

โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (“KISS”) ผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายปันผล 0.23 บาทต่อหุ้น Record date วันที่ 5 พ.ค. 69 จ่ายปันผล 22 พ.ค.69 พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตด้วยนวัตกรรมสินค้าและการขยายตลาดต่างประเทศ