ปตท.สผ. แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานในประเทศ

ปตท.สผ. เผยความคืบหน้าการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 เพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการในประเทศในระดับสูงสุ รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม เสริมสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนของพลังงานโลก โดยไตรมาส บริษัทสามารถนำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น การดำเนินงานของ ปตท.สผ. จึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยให้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพลังงานในการช่วยบรรเทาผลกระทบต่อการใช้พลังงานของประชาชนและอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากวิกฤตพลังงานโลก โดยในระยะที่ผ่านมา บริษัทได้เพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติเต็มศักยภาพ สู่ระดับการผลิตที่ประมาณ 2,720 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา (Daily Contractual Quantity หรือ DCQ)  ที่ประมาณ 2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นนั้นโดยหลักมาจากโครงการอาทิตย์ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย บี 17-01 โครงการคอนแทร็ค 4  และโครงการจี 2/61  ซึ่งก๊าซธรรมชาติดังกล่าวเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า เพื่อเสริมเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าว

ก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้จากอ่าวไทยยังมีศักยภาพในการเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่สำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่าง ๆ เช่น พลาสติก วัสดุสังเคราะห์ เส้นใยสังเคราะห์ บรรจุภัณฑ์ ปุ๋ย วัสดุก่อสร้าง และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยต่อยอดและขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าทางเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

“ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางพลังงาน และความเป็นอยู่ของประชาชนในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ดังนั้น การบริหารจัดการแหล่งพลังงานภายในประเทศให้มีเสถียรภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ปตท.สผ. จึงได้เพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งภายในประเทศขึ้นในระดับสูงสุด เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ นอกจากนี้  การผลิตก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับภาครัฐ เพื่อการขับเคลื่อนประเทศด้านต่าง ๆ อีกด้วย  นายมนตรีกล่าว

สำหรับความคืบหน้าของการดำเนินงานในต่างประเทศ ปตท.สผ. ได้ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision หรือ FID) เพื่อเริ่มการพัฒนาแหล่งซีรุง และแหล่งเชนด้า ในโครงการมาเลเซีย เอสเค405บี นับเป็นโครงการแรกในประเทศมาเลเซียซึ่งบริษัทผลักดันเข้าสู่ระยะพัฒนา (Development phase) หลังจากที่ได้สำรวจพบแหล่งปิโตรเลียมหลายแหล่งในประเทศมาเลเซีย โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตน้ำมันดิบได้ในปี 2571 ด้วยอัตราการผลิตประมาณ 15,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทในระยะยาว

ในด้านการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูท้องทะเล ภายใต้แนวคิด “ทะเลเพื่อชีวิต” (Ocean for Life) นั้น ปตท.สผ. ได้ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดสร้างลานประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life เพื่อเป็นแหล่งปะการังเทียมและจุดดำน้ำแห่งใหม่ที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี  โดยประกอบด้วยประติมากรรมรูปสัตว์ทะเลหายาก จำนวน 9 ชิ้น และปะการังเทียมรูปแบบอื่น ๆ รวมทั้งหมด 93 ชิ้น บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ลานประติมากรรมใต้ทะเลดังกล่าว นอกจากจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและเพิ่มความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสร้างรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส ปี 2569 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 78,841 ล้านบาท (เทียบเท่า 2,491 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 553,369 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับไตรมาส ปี 2568 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการผลิตปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นของโครงการในประเทศ รวมถึงโครงการใหม่ที่เข้าร่วมลงทุนระหว่างปี 2568 ได้แก่ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 โครงการแอลจีเรีย ทูอัท และโครงการมาเลเซีย เอสเค408 ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 46.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ส่งผลให้ไตรมาส นี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 11,835 ล้านบาท (เทียบเท่า 376 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

นำส่งรายได้ให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาประเทศ

จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ปตท.สผ. ได้นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ ในไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวนกว่า 7,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6,800 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา นอกจากนี้ รัฐยังได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 และจี 2/61 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ซึ่งเป็นรายได้ทางตรงจากการผลิตปิโตรเลียมที่รัฐสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

PTTEP เผย Q1/69นำส่งรายได้ให้รัฐกว่า 7,300 ล้านบาท

PTTEP เผย อานิสงส์ปริมาณขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น14% หนุน Q1/69กำไรสุทธิ 11,835 ล้านบาท พร้อมเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือน-ภาคอุตสาหกรรม โชว์ไตรมาส 1 นำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท

ปตท.สผ. เริ่มวาง “ลานประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life” สร้างแหล่งปะการังเทียมและจุดดำน้ำแห่งใหม่ ฟื้นฟูท้องทะเลไทยที่เกาะเต่า

ปตท.สผ. และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เริ่มวางประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life สร้างแหล่งปะการังเทียมและจุดดำน้ำแห่งใหม่ที่เกาะเต่า

ปตท.สผ. คว้ารางวัล Global MIKE และ SEA MIKE ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการความรู้

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. โดยนายพลสันต์ กุล‍ละ‍วณิชย์ (ซ้าย) ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายความรู้องค์กรและปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ รับรางวัล Global Most Innovative Knowledge Enterprise (Global MIKE Award 2025)

ปตท.สผ. คว้ารางวัล 'องค์กรยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรม' จากเวที Future Trends Awards 2026 ขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ออนาคต

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. โดยนายธนสิทธิ์ วิชัยไพโรจน์วงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีดิจิทัล รับรางวัลองค์กรยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรม หรือ “The Most Innovative” ในงาน Future Trends Awards 2026

ปตท.สผ. เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ในประเทศชุดใหม่ 2 สกุลเงิน

ปตท.สผ. เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ในประเทศชุดใหม่ 2 สกุลเงิน หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และหุ้นกู้สกุลเงินบาท ชูเรทติ้งสูงสุด AAA

ปตท.สผ. เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ในประเทศชุดใหม่ 2 สกุลเงิน หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และหุ้นกู้สกุลเงินบาท ชูเรทติ้งสูงสุด AAA

ปตท.สผ. เตรียมเสนอขาย 2 หุ้นกู้ชุดใหม่ “หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินเหรียญสหรัฐ” สำหรับนักลงทุนรายย่อยครั้งแรกในเอเชียผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “หุ้นกู้สกุลเงินบาท” สำหรับนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ เปิดทางเลือกให้กับผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในองค์กรที่มีศักยภาพเติบโตอย่างยั่งยืน