'กรมสมเด็จพระเทพ' เสด็จฯไปยัง รร.ตชด.บ้านเขาวัง ทรงติดตามโครงการตามพระราชดำริ

17 ม.ค.2565 - เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาวัง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อทรงติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ และทรงเยี่ยมราษฎร

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาวัง ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 12 ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 422 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2537 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 ได้รับหนังสือร้องขอจากตัวแทนประชาชนบ้านเขาวัง ให้จัดตั้งโรงเรียนเพื่อบริการด้านการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนใน ถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลการคมนาคมและความเจริญ เนื่องจากเด็กนักเรียนและเยาวชน ต้องเดินทางเท้าไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนบ้านปลายราง สังกัดสำนักงานประถมศึกษา อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช (ขณะนั้น) ซึ่งอยู่ใกลจากหมู่บ้านเขาวัง 14 กิโลเมตร และไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้

ในช่วงฤดูฝน และกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสำรวจพื้นที่ และได้เสนอข้อมูล เพื่อขอจัดตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในเขตบริการทางด้านการศึกษา ให้กับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารห่างไกลการคมนาคมและความเจริญ ณ บ้านเขาวัง หมู่ที่ 2 ตำบล หินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และเสนอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับความเห็นชอบและอนุมัติให้มีการจัดตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ณ บ้านเขาวัง เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2539 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 ได้จัดส่งข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 4 นาย เข้ามาทำหน้าที่ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาวัง ประกอบด้วยดาบตำรวจโชคชัย สมัครแก้ว เป็นครูใหญ่ จ่าสิบตำรวจสมภพ ดวงศรีพัฒน์ ผู้ช่วยครูใหญ่ พลฯ นพรัตน์ อินทรนก และพลฯ สวัสดิ์ วงษ์ขัน (ยศขณะนั้น) เป็นครูผู้สอน และได้เปิดโรงเรียนอย่างเป็นทางราชการเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2539 ทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นก่อนประถมศึกษา และระดับประถมศึกษา บนพื้นที่ทั้งหมด 19 ไร่ 3 งาน ปัจจุบันมีครู 12 คน ครู ตชด.9 นาย ครูอัตราจ้าง 3 คน มีนักเรียน 64 คน เป็นชาย จำนวน 36 คน หญิง จำนวน 28 คน

โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ และทรงเยี่ยมราษฎร มาแล้วจำนวน 5 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 (207) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2540 (ทรงปลูกต้นจันเทศ) ครั้งที่ 2 (335) เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2546 ครั้งที่ 3 (544) เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2556 ครั้งที่ 4 (707) เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 ครั้งที่ 5 (882) เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2560 และในครั้งนี้ ครั้งที่ 6 (1065) วันที่ 17 มกราคม 2565

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อดีตพระกาโตะ' ปฏิเสธข้อกล่าวหา 'ยักยอกทรัพย์' ขอโทษไม่ได้พูดความจริงตั้งแต่แรก

นายพงศกร จันทร์แก้ว หรือ อดีตพระกาโตะ เปิดเผยภายหลัง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ข้อหายักยอกทรัพย์ วัดเพ็ญญาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า ยอมรับว่าเบิกเงินวัดไปใช้แก้ปัญหาส่วนตัวจริง โดยการขอยืม จำนวน 6 แสน

พุทธศาสนิกชนเมืองคอน หลั่งไหลร่วมพิธีเวียนเทียน วันวิสาขบูชา

ที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช นางเรืองอุไร บุญช่วยชูพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเวียนเทียน เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา

สึกแล้ว! 'หลวงพี่ย้อย' มือแฉคลิปเปิดโปงอดีตพระกาโตะ ยันเดินหน้าปกป้องพระศาสนา

สึกแล้ว“หลวงพี่ย้อย”ผู้แฉคลิปเปิดโปงอดีตพระกาโตะ เสพเมถุนสีกาตองจนยอมสึกและถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์วัดเพ็ญญาติ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

'กาโตะ' ขึ้นโรงพักเคลียร์ใจ 'สื่อ' จ่อควงกันออก 'โหนกระแส' อีกรอบ

'สมีกาโตะ' ขึ้นโรงพักเคลียร์ใจ 'คนข่าวตัวดำ-เณรเอ' ปมจ่าย 3 แสน ยิ้มสู้พร้อมยกมือไหว้กราบขอโทษยอมรับชะตากรรมทุกอย่าง อ้างตกเป็นเหยื่อ 2 ทอด ทั้ง 'สีกาตอง-พระดอน' จ่อควงออก 'โหนกระแส' อีกรอบ

‘ปธ.หอการค้าเมืองคอน’ แจ้งจับ ‘พระดอน’ เบี้ยวไม่คืนเงินยืม 2 แสนบาท

ประธานหอการค้านครศรีธรรมราช แจ้งความกับพนักงานงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อร้องทุกข์กรณี พระอาจารย์ดอน พระคนกลาง อดีตพระกาโตะ ที่ยืมเงินจำนวน 2 แสนบาท ยังไม่คืนเงิน

พระย้อย จอมแฉหลั่งน้ำตาเก็บของออกจากวัด หลังโดนเจ้าอาวาสไล่รอบ 2

นายหนังตะลุงดังภาคใต้รุดแจ้งความจับ “พระดอน”โกงเงิน- “พระย้อย”จอมแฉหลั่งน้ำตาเก็บสบงจีจรออกจากวัดหลังโดนเจ้าอาวาสไล่รอบ 2 ลั่นขอต่อสู่ปกป้องพระพุทธศาสนาต่อไป