
(นายมักรี เรืองชาญศิลป์)
ช่างฝีมือสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา กว่าร้อยชีวิตเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ หลั่งน้ำตาสุดอาลัย สำนึกพระมหากรุณาธิคุณฝึกฝนงานศิลปะให้อาชีพพ้นจากผู้ยากไร้
1 ธ.ค. 2568 – สำนักพระราชวังรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.
สำหรับบรรยากาศของวันที่ 23 ของการเปิดเข้ากราบถวายบังคมฯ มีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเดินทางมาถึงจุดคัดกรองพื้นที่สนามหลวงตั้งแต่เช้ามืดต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำไว้ทุกข์เดินทางมาเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระโกศอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
นอกจากนี้ มีคณะบุคคลจากจังหวัดต่าง ๆ อาทิ จ. สกลนคร, จ.สตูล , จ.ลำปาง, จ.สมุทรปราการ, สมุทรสงคราม, คณะช่างฝีมือ สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา แผนกถมทอง แผนกคร่ำ แผนกเครื่องเงิน – เครื่องทอง แผนกลงยาสี แผนกปักผ้า แผนกดอกไม้ประดิษฐ์ , คณะนักเรียน ร.ร.พระตำหนักสวนกุหลาบ, กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์,สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร, โรงเรียนบ้านงิ้วงาม จ.อุทัยธานี, สมาคมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไทย, มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา, ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แห่งประเทศไทย, เป็นต้น
นายมักรี เรืองชาญศิลป์ ช่างฝีมือแผนกเครื่องเงิน สถาบันสิริกิติ์ อายุ 62 ปี เผยว่า ตนพร้อมคณะช่างฝีมือ 131 คน เข้ากราบพระบรมศพ ตนเป็นชาวไทยมุสลิมจังหวัดนราธิวาส ครอบครัวฐานะยากจน มีพี่น้อง 8 คน เมื่อครั้งเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 อายุ 15 ปี ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ที่หมู่บ้านที่ตนพักอาศัย ตนได้ถวายต้นหญ้าลิเภา พระองค์ท่านตรัสถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ ทรงถามว่า อยากมาเรียนทำลิเภาหรือไม่ มีครูสอน ก็สนใจตามประสาเด็กอยากเข้ากรุงเทพฯ พระองค์ประทับที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์นาน 2 เดือน ระหว่างนั้นพระองค์รับสั่งให้ครูผู้สอนลิเภาคัดเลือกเยาวชนมาทำงานดึงหวาย ตนก็ช่วยงานดึงหวายอยู่กว่า 1 เดือน ได้เห็นพระองค์ท่านอยู่บ่อยครั้ง หลังเสด็จฯ กลับ มีผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสนำหนังสือจากสำนักพระราชวังให้ตนไปเรียนงานศิลปาชีพที่พระตำหนักจิตรลดา กรุงเทพฯ รู้สึกดีใจมากที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ฝึกฝนงานศิลปะ ดีใจที่เจอเพื่อนใหม่จากจังหวัดต่างๆ ที่มาฝึกฝนเช่นกัน จากแผนกลิเภาเปลี่ยนมาฝึกฝนแผนกเครื่องเงิน เรียนจากครูชาวเขาที่เป็นช่างฝีมือรุ่นพี่
“ครั้งแรกมีโอกาสตามเสด็จฯ ไปที่ จ.สกลนคร ผมพัฒนาฝึกฝนฝีมือเครื่องเงินเรื่อยมา ขึ้นรูป เหยียบตะเกียง เชื่อมเงิน จนรู้สึกชอบงานเครื่องเงิน สร้างสรรค์ผลงานเครื่องเงินรูปสัตว์ต่างๆ ได้วิชาความรู้เพิ่มเติมตลอดและมีอาชีพช่างฝือสร้างรายได้ให้กับตัวเอง ทุกวันนี้ก็ยังเรียนรู้การทำเครื่องเงินตลอดเวลาเพื่อให้ผลงานมีความประณีตมากยิ่งขึ้น จากผลงานขนาดเล็ก ฝีมือที่มากขึ้นสร้างผลงานขนาดใหญ่ อย่าง สีวิกากาญจน์ เป็นพระราชยาน ซึ่งนำต้นแบบมาจากสีวิกาที่ประดิษฐานอยู่บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งสถาบันสิริกิติ์ฯ ดำเนินการตามพระราชเสาวณีย์ของพระองค์ท่าน เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ส่วนปี 2540 ผมและช่างฝือสถาบันสิริกิติ์ฯ มีโอกาสตามเสด็จไปประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทางสถาบันสิริกิติ์ฯ นำผลงานไปจัดแสดงที่หอไอเฟล ทรงรับสั่งถาม “เอาอะไรมาโชว์ฝรั่งจ๊ะ “ ผมกราบบังคมทูลนำผลงานเรือสุพรรณหงษ์และอีกหลายผลงาน ทรงแนะนำกับภริยาประธานาธิบดีฝรั่งเศสว่า คนนี้ช่างฝีมือไทย เป็นความภาคภูมิใจและสำนึกพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้น อีกความปลาบปลื้มเมื่อผมแต่งงาน ซึ่งภรรยาเป็นช่างฝืมือถมทองได้รับพระราชทานที่ดินพร้อมบ้านที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา กว่า 47 ปีที่เป็นช่างฝีมือเครื่องเงิน จากคนไม่รู้หนังสือมาวันนี้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเครื่องเงิน ได้รับเงินเดือน มีชีวิตที่ดีขึ้น พระองค์ท่านสถิตอยู่ในดวงใจตลอดมา“ นายมักรี กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย
นายอุทัย แดงนำ ช่างฝีมือแผนกถมทอง สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา กล่าวภายหลังเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ว่า ตนเป็นชาว อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ได้มาฝึกอาชีพอยู่ที่สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ทางสถาบันหาคนที่เป็นชาวไร่ ชาวนา มีฐานะยากจนได้เข้ามาฝึกวิชาชีพเครื่องถม ตั้งแต่ปี 2528 ตอนนั้นอายุ 18 ปี กว่า 40 ปี ได้ฝึกอาชีพที่สถาบันสิริกิต์ ปัจจุบันเป็นช่างเครื่องถมเงิน ถมทอง ทำเกี่ยวกับเครื่องถมเงินเมืองนคร เครื่องถมทอง ทำให้มีอาชีพ มีรายได้ สมเด็จพระพันปีหลวง ทำให้ชีวิตเด็กบ้านนอกเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การสูญเสียพระองค์ท่านเป็นความรู้สึกที่ยากจะพูด ยากที่จะอธิบายถึงพระมหากรุณาธิคุณนานัปการที่พระองค์ท่านมีต่อพวกเรา

ทั้งนี้ วันที่ 2 ธ.ค. และ 3 ธ.ค. 2568 ช่างฝีมือจากสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา จะเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประกอบด้วยช่างฝีมือแผนกเครื่องเงิน – เครื่องทอง แผนกตกแต่งปีกแมลงทับ แผนกแกะสลักไม้ แผนกแกะสลักตุ๊กตาไม้ แผนกลิเภา แผนกปักผ้า แผนกเขียนลาย แผนกปั้น รวมจำนวนทั้งสิ้น 266 คน ด้วยน้อมสำนึกใพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานโอกาสฝึกฝนงานศิลปะแขนงต่างๆ ปัจจุบันผลงานของช่างฝีมือเหล่านี้จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' สักการะ 'เสด็จเตี่ย' หลังนั่งนายกฯ 4 เดือน
'อนุทิน' เดินจากตึกไทยฯ ไปไหว้ 'กรมหลวงชุมพร' หลังเป็นนายกฯหลายเดือนจนจะพ้นวาระ มีคนทักให้ไปไหว้ เจอแม่ค้าขายดอกไม้บ่นเรื่องม็อบ ส่วน จนท.กวาดขยะกทม. ถามหาคนละครึ่งพลัส

