เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการแถลงข่าวก่อนเกมการแข่งขันฟุตบอลรายการ เมืองไทย คัพ 2025/26 รอบชิงชนะเลิศ คู่ระหว่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ การท่าเรือ เอฟซี
ภายในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก วลาดิเมียร์ วูโยวิช หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ พาตริก กุสตาฟส์สัน นักกีฬา จากสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด, สระราวุฒิ ตรีพันธ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี นักกีฬาจากสโมสร การท่าเรือ เอฟซี ร่วมแถลงความพร้อมก่อนเกมในครั้งนี้
โดย วลาดิเมียร์ วูโยวิช หัวหน้าผู้ฝึกสอน สโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กล่าวว่า "พูดตรงๆ เกมรอบรองฯ ก็เป็นเกมที่ยากลำบาก เพราะบุรีรัมย์ เป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในไทย และมีฟอร์มที่สม่ำเสมอ แต่อยู่ที่ความมั่นใจของนักกีฬา ทุกคนรวมใจกันกัน ก็ไม่มีใครเอาชนะได้ ตอนลงสนามไปทุกคนตั้งเป้าที่จะเอาชนะให้ได้ ก็ทำได้ตามเป้า ตอนนั้นมีโปรแกรมที่หนักมาก ทั้ง บุรีรัมย์, การท่าเรือ และ ราชบุรี ซึ่งเราก็ทำผลงานได้ดี และเก็บโมเมนตัมที่ดี"
"สำหรับการเจอกับ การท่าเรือ พวกเขาเป็นทีมที่มีเกมรุกดีมาก เราจะพยายามโฟกัสเกมรับของเรา ฤดูกาลนี้ของบีจี เป็นฤดูกาลที่ยากลำบาก เรามีการเปลี่ยนแปลงโค้ช 3 ครั้ง ทีมมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก แต่นักกีฬาก็พร้อมปรับตัวจนมาถึงทุกวันนี้ สำหรับสถิติของ การท่าเรือ ที่มีเกมรุกเป็นจุดแข็ง เราก็โฟกัสเกมรับเป็นพิเศษ เน้นในการซ้อม เราเปิดพื้นที่ให้เกมรุกฝ่ายตรงข้ามบ่อยครั้ง ผมก็พยายามแก้ไขในจุดนี้ รวมถึงเกมรุกของเราด้วย ที่ผ่านมา เราทำได้เกมละ 2 ประตู"
"สำหรับสภาพความพร้อม อย่างที่ทราบ ก็มีชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่มีอาการบาดเจ็บและต้องพักประมาณ 2-3 เดือน ทุกคนก็รู้ว่าชนาธิป คือหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในอาเซียน และสำคัญกับทีมมาก แต่บีจีก็เชื่อเรื่องทีมเวิร์ค แม้จะไม่มี ชนาธิป แต่ทีมเราก็สามารถเล่น และทดแทนการไม่มีชนาธิป ให้ได้ แม้ชนาธิป จะลงสนามไม่ได้ในเกมนี้ แต่ที่ผ่านมา ชนาธิปก็มาดูที่สนาม และดูการซ้อมจนจบ และปิดการซ้อมทุกคน กระตุ้นทุกคนในทีม เหมือนกับมีชื่อในเกมนี้ นอกจากชนาธิป ก็มีฉัตรมงคล ที่เจ็บไป นอกจากนั้น ทีมก็พร้อม คิดว่าสิ่งที่ทีมทำงานหนักในการซ้อมจะมีผลในเกมวันอาทิตย์ ทุกคนก็มีความกระหาย พยายามกระตุ้นกัน เพื่อคว้าแชมป์รายการนี้ และเชื่อว่าเราเหมาะสมกับแชมป์รายการนี้"
"ผมไม่มีความกดดันอะไร เราจบฤดูกาลนี้ได้ดี เช่นเดียวกับการท่าเรือ ที่เก็บชัยชนะมาได้ต่อเนื่อง และแทบไม่แพ้ใครเลย เช่นเดียวกับทีมของเรา ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานกับบีจี และร่วมงานกับนักเตะในทีมชุดนี้ เรามีความกดดันในบางช่วงของฤดูกาล โดยเฉพาะการชิงท็อปโฟร์ และเราก็ทำได้ในลีก เกมนี้เป็นอีกเกม ที่เป็นเกมนัดเดียวจบ ผมไม่กดดัน ก็เชื่อมั่นในตัวนักเตะ ก็เตรียมแทคติก ร่างกายให้พร้อม เราจำเป็นต้องทุ่มเต็มร้อย ทำให้ดีที่สุด จบเกมแบบไม่ต้องคาใจ ถ้าเราทำเต็มที่ กับการเตรียมตัวมาตลอด 12 เดือน ผมก็มีความสุข"
"สุดท้ายก็อยากให้แฟนบอล มาเชียร์เราที่สนามให้มากที่สุด เกมนี้ก็เป็นเกมสุดท้ายของฤดูกาลนี้ เราจะพยายามคว้าแชมป์รายการนี้ให้ได้เพื่อแฟนบอลบีจี ขอให้ทุกคนมาช่วย เราสัญญาว่าเราจะทำให้เต็มที่ที่สุด"
ส่วน พาตริก กุสตาฟส์สัน นักกีฬาสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กล่าวว่า "ผมรู้สึกเป็นเกียรติ ในการได้เล่นให้ทีมใหญ่อย่าง บีจี ก็มีความกดดัน แต่ก็เป็นเรื่องดี เราเตรียมทีมมาประมาณ 2 สัปดาห์ การซ้อมก็ทำกันได้ดี ถ้าเรานำสิ่งที่ซ้อมลงไปในสนามแข่งได้ พยายามทำเต็มที่ และน่าจะได้ผลงานตามที่เราต้องการ"
"น่าเสียดาย เวลาที่บีจี มีชนาธิป เขาสามารถสร้างความแตกต่างได้ สร้างสรรค์โอกาส ผมเองเวลาเล่นในสนามก็จะพยายามฝากบอลกับ ชนาธิป การไม่มีก็ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ตอนที่ทราบข่าวก็รู้สึกเสียดาย เราก็ต้องสู้เพื่อชนาธิป และบีจี เราก็ต้องพยายามรักษาสปิริตและสู้ในเกมนี้"
ด้าน สระราวุฒิ ตรีพันธ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสร การท่าเรือ เอฟซี กล่าวว่า "ผมมารับงาน 2 นัดในบอลถ้วย ทุกคนมีความมุ่งมั่น นักเตะซีเนียร์ก็ตั้งเป้าสูง ก็มีวินัย ตั้งเป้า เรายิงไป 11 ประตูเสีย 3 ประตูจากสองเกมในบอลถ้วยรอบก่อนรองชนะเลิศ และรอบรองชนะเลิศ สำหรับผมสถิติไม่ได้สำคัญ แม้ 8 นัด เราชนะ 6 เสมอ 2 เกมนี้ก็ต้องไปดูเกมวันที่ 24 พฤษภาคม ใครจะได้เป็นฝ่ายชูถ้วย"
"หลังจากจบอันดับ 2 ในไทยลีก ก็เตรียมตัวสำหรับบอลถ้วย ทุกคนก็มุ่งมั่นมีสปิริต และพยายามเก็บถ้วยรายการนี้ให้ได้ เพราะเราไม่ได้แชมป์มานาน ทุกคนก็มุ่งมั่นเพื่อเอาแชมป์รายการนี้ ตอนนี้ก็ไม่มีใครเจ็บใครแบน"
"ผมไม่กังวลอะไร ปัจจัย อยู่ที่ความกดดันของนักเตะ และฟอร์ม ในการจะหยิบถ้วยใบนี้กลับคลองเตย ก็พยายามคุยกับนักเตะ ให้สมดุลในความมุ่งมั่น เพราะมากไปก็ไม่ดี ไม่มีเลยก็ไม่ได้ มีสติ และเก็บถ้วยนี้ให้ได้ รักษาความดุดัน ก็อยากให้แฟนการท่าเรือ มาเชียร์ มาสร้างประวัติศาสตร์ ทุกคนทำงานหนัก เกมนี้เป็นเกมสุดท้าย ก็ขอให้แฟนบอลทุกคนมาเชียร์ทุกคน"
ขณะที่ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี นักกีฬาสโมสร การท่าเรือ เอฟซี กล่าวว่า "เกมกับชลบุรี ในรอบรองฯ สกอร์ออกมา 4-3 ก็ถือว่าเป็นเกมที่ยาก เจอใครในรอบรองฯ ก็ยากหมด เรานำห่างในเกมนั้น แต่บอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เกมนั้นก็ถือว่าโชคดี และหวังว่าในรอบชิงชนะเลิศ เราจะมีโชคเช่นกัน"
"ความกดดันก็มี เป้าหมายของนักฟุตบอลทุกคนคืออยากได้แชมป์ ก็อยู่ที่การเตรียมความพร้อมของทีมและสภาพจิตใจของนักฟุตบอล ผมคิดว่าทุกคนพร้อม สำหรับตัวผมก็อยากเล่นในเกมนี้ ผมคิดว่าเพื่อนร่วมทีมทุกคนก็พร้อมที่จะเล่นในเกมนัดชิงชนะเลิศด้วยกัน และคงไม่มีใครแพ้ไปตลอด ผมก็คิดว่าเกมนัดชิงฯ น่าจะออกมาสนุก ทั้งสองทีม เชื่อว่าแฟนบอลทั้งสองทีมคงมากันเต็มสนาม มาเชียร์ทีมที่เรารัก และมารอดูวันที่ 24 พฤษภาคม"
สำหรับแมตช์หยุดโลกนัดชิงชนะเลิ
ศนี้ จะระเบิดความมันส์ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 19.00 น. ณ สนามธรรมศาสตร์ สเตเดียม สำหรับแฟนบอลที่สนใจสามารถซื้อบัตรได้แล้วที่ https://bit.ly/4dDFksD หรือติดตามการถ่ายทอดสดได้ทาง AIS Play และ Monomax