
มิเชล พลาตินี ตำนานลูกหนังทีมชาติฝรั่งเศส และอดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลแห่งยุโรป หรือยูฟ่า ดำเนินการยื่นฟ้องทั้งทางแพ่ง และทางอาญาในประเทศฝรั่งเศส เพื่อดำเนินคดีกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า และตัวของ จานนี อินฟานติโน ประธานคนปัจจุบัน
“ดิ แอธเลติก” สื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า มิเชล พลาตินี อ้างว่าตัวเขาตกเป็นเหยื่อของแผนสมคบคิดที่จงใจขัดขวางไม่ให้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานองค์กรลูกหนังโลกเมื่อปี 2015
อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป วัย 70 ปี เคยเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะก้าวขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งต่อจาก เซปป์ แบล็ตเตอร์ เมื่อช่วง 10 กว่าปีก่อน ทว่าเขากลับถูกสั่งแบน และต้องถอนตัวจากศึกเลือกตั้งหลังจากโดนอัยการสวิตเซอร์แลนด์ สอบสวนเรื่องเงินลึกลับจำนวน 2 ล้านฟรังก์สวิส
ล่าสุด พลาตินี พ้นมลทินจากทุกข้อกล่าวหาแล้วหลังชนะคดีในชั้นศาลอุทธรณ์เมื่อปีที่ผ่านมา จนนำมาสู่การส่งสัญญาณล้างแค้นครั้งใหญ่ในเวลานี้
สำหรับการฟ้องร้องทางอาญานั้น พลาตินี ได้กล่าวหา อินฟานติโน รวมถึง โดเมนิโก สกาลา อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบของฟีฟ่า และ มาร์โก วิลลิเกอร์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของฟีฟ่า ในข้อหาฟ้องร้องโดยเจตนาร้าย
โดยมีการอ้างว่าพวกเขาเหล่านั้นใช้อิทธิพลมืดในการแทรกแซง ซึ่งมีแถลงการณ์ผ่านโฆษกส่วนตัว ระบุว่า “กฎหมายยอมรับว่าตัวเขาถูกทำให้ล้มลงด้วยข้อหาที่กุขึ้นมาเองทั้งหมดเพื่อขัดขวางไม่ให้เป็นประธานฟีฟ่า”
นอกจากนี้ อดีตแข้งรางวัลบัลลงดอร์ 3 สมัย เคยเปิดเผยถึงเบื้องหลังความยุติธรรมที่เขาไม่ได้รับผ่านการให้สัมภาษณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ด้วยว่า “กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งตัดสินใจที่จะฆ่าผม อินฟานติโน ได้รับผลประโยชน์จากสถานการณ์นั้นแต่ไม่ใช่หนึ่งในผู้บงการ”
“อินฟานติโน่ต้องการเป็นประธานยูฟ่า ซึ่งนั่นหมายความว่าเขากำลังผลักดันผมไปสู่ฟีฟ่า” พลาตินี กล่าวปิดท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ฟีฟ่า’เพิ่มทีมบอลโลก2026 เปิดโอกาส‘นอร์เวย์’ได้โลดแล่น
การเพิ่มทีมที่ลงสนามฟาดแข้งในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ไม่ใช่การให้โอกาสทีมที่ศักยภาพยังไม่ถึง ทว่าคือการเพิ่มพื้นที่ให้ทีมคุณภาพสูงที่ถูกตัดออกตั้งแต่รอบคัดเลือก

