'อังกฤษ' ต้องปรับเกมรุก หากหวังพิชิต 'ดีอาร์ คองโก' รอบ 32 ทีมสุดท้าย

ลงสนามฟาดแข้งในรอบ 32 ทีมสุดท้ายกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา เป็นเจ้าภาพ โดยค่ำคืนวันที่ 1 กรกฎาคม ไฮไลท์อยู่ที่การลงสนามของทัพ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ  ขวัญใจมหาชน ที่จะพบกับทีมชาติดีอาร์ คองโก ตัวแทนจากทวีปแอฟริกา เวลา 23.00น. ตามเวลาประเทศไทย เตะกันที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา

ทีมชาติอังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล เข้ารอบมาในฐานะแชมป์ของกลุ่ม แอล ฟอร์มยังไม่เปรี้ยงปร้างอย่างที่ควรจะเป็น เกมรุกยังดูตื้อๆ ตันๆ แม้เกมที่แล้วจะเอาชนะ ปานามา 2-0 แต่กว่าจะยิงคู่แข่งได้ก็ต้องรอถึงครึ่งเวลาหลัง และย้อนกลับไปในนัดก่อนหน้า ก็เจาะเกมรับของ กาน่า ไม่ได้ เจ๊าแบบไร้สกอร์ 0-0 ส่วนในเกมแรกรอบแบ่งกลุ่ม เอาชนะ โครเอเชีย 4-2

สภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้จะไม่สามารถใช้งาน รีซ เจมส์ ที่ได้รับบาดเจ็บ และคาดว่าอาจปิดเทอมทัวร์นาเมนต์นี้ไปแล้ว และต้องรอเช็กฟิต จาร์เรลล์ ควอนซาห์ ปราการหลัง ที่ข้อเท้าเดี้ยง ส่วนนักเตะตัวหลักคนอื่นๆ อยู่กันพร้อมหน้า นำทัพโดย แฮร์รี เคน, จูด เบลลิงแฮม, ดีแคลน ไรซ์ โดยริมเส้น มาร์คัส แรชฟอร์ช กับ บูกาโย ซากา อาจได้ออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรก

ทางฝั่ง ดีอาร์ คองโก ของกุนซือ เซบาสเตียน ดีซาเบร เข้ารอบมาในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด และมีผลงานดีสุดเมื่อเทียบกับอีก 11 ทีมของกลุ่มอื่นๆ แต่ก็ต้องเหนื่อยลุ้นเข้ารอบจนถึงเกมสุดท้าย ที่พวกเขาเอาชนะ อุซเบกิสถาน ด้วยสกอร์ 3-1 ทำให้ผ่านมาเจอกับ อังกฤษ

สภาพความพร้อมในเกมนี้ ไร้ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน นำทัพโดย 2 กองหน้าตัวเก่ง อย่าง โยอัน วิสซ่า ที่ค้าแข้งอยู่ในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กับ เซดริค บากัมบู หัวหอกประสบการณ์สูง และยังมี อารอน วาน-บาสซากา อดีตแบ็คขวาแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันเล่นอยู่กับ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ส่วนริมเส้นมี นาธาเนียล เอ็มบูกู กับ ไบรอัน ซิเปงกา คอยปั่นป่วนแนวรับคู่แข่ง

คาดว่าเกมนี้ อังกฤษ คงเดินหน้าบุกใส่ ดีอาร์ คองโก อย่างเต็มที่ อยู่ที่ว่ายอดทีมจากทวีปแอฟริกาจะต้านทานเกมรุกของ “สิงโตคำราม” ได้ดีแค่ไหน แต่ดูแล้วทีมขวัญใจมหาชนที่คนไทยเชียร์กันเพียบ คงปิดจ๊อบเอาชนะภายใน 90 นาที ด้วยสกอร์ 2-0

ส่วนคู่ต่อมาแข่งขันในเวลา 03.00 น. ตามเวลาไทย เบลเยียม จะพบกับ เซเนกัล โดยคู่นี้ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เพิ่งจะมาเค้นฟอร์มเก่งของตัวเองได้ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ที่ไล่ถล่มเอาชนะ นิว ซีแลนด์ 5-1 ขณะที่ เซเนกัล ก็เข้ารอบมาแบบหืดจับจากผลงานนัดสุดท้ายที่ต้อน อิรัก ขาดลอย 5-0 ทำให้ผลต่างประตูได้เสียดีพอที่จะกลายเป็นทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดทีมสุดท้าย ที่คว้าตั๋วรอบน็อกเอาท์มาได้

คู่นี้ไม่ห่างกันมากเท่าไหร่นัก รูปเกมคงออกมาสูสีคู่คี่ มีสิทธิ์เบียดกันไปจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ หรือยาวจนถึงดวลจุดโทษเพราะอาจไม่มีใครกินกันลงในช่วงเวลา 120 นาที และในช่วงของการดวลเป้าก็คงต้องไปวัดกันว่าใครจะนิ่งกว่า และยิงได้แม่นกว่า

ขณะที่การแข่งขันอีกหนึ่งคู่ในช่วงเวลา 07.00น. ที่ลีวาย สเตเดียม สหรัฐอเมริกา เจ้าภาพ จะลงสนามพบกับ บอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวินา เกมนี้ดูแล้วเจ้าภาพเหนือกว่าเล็กน้อย ประกอบกับเสียงเชียร์ของแฟนๆ ที่คงจะเดินทางเข้าชมกันเต็มความจุของสนาม น่าจะเฉือนชนะคู่แข่งไปได้ 2

เพิ่มเพื่อน