พระมหากษัตริย์แห่งนอร์เวย์เสด็จสวรรคตด้วยพระชนมายุ 89 พรรษา จากอาการประชวร และรัชทายาทเจ้าชายฮาคอนพระชนมายุ 53 พรรษา จะทรงขึ้นครองราชย์ต่อไป

สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ (Photo by JANEK SKARZYNSKI / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จสวรรคตแล้วด้วยพระชนมายุ 89 พรรษา จากอาการประชวร ตามแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง
"ด้วยความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้ง เราขอประกาศว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เสด็จสวรรคตอย่างสงบแล้ว ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยออสโล เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม เวลา 06.35 น." แถลงการณ์ระบุ
ธงที่พระราชวังในกรุงออสโลถูกลดลงครึ่งเสา ขณะที่ประชาชนจำนวนมากมารวมตัวกันนอกพระราชวังเพื่อแสดงความอาลัย
นายกรัฐมนตรีโยนัส การ์ สเตอเรอ ของนอร์เวย์ กล่าวอาลัยด้วยความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้ง
"ทั้งประเทศต่างโศกเศร้า และในขณะเดียวกันก็รู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งต่อพระชนม์ชีพอันยาวนานที่ทรงอุทิศให้กับประเทศ"
"สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงรักนอร์เวย์ และนอร์เวย์ก็รักพระมหากษัตริย์ของพวกเขาเช่นกัน" เขากล่าวในแถลงการณ์
ต่อมารัฐบาลได้ประกาศช่วงเวลาไว้ทุกข์ทั่วประเทศจนกว่าจะมีการฝังพระบรมศพของพระมหากษัตริย์
ดอกไม้หลายร้อยดอกถูกนำมาวางไว้ด้านนอกพระราชวังแล้วในวันก่อนหน้า หลังจากที่รัฐบาลประกาศว่าพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในอาการประชวรสาหัสมากในโรงพยาบาล
สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน ทรงตรัสถึงพระองค์ว่าเป็นผู้แทนที่โดดเด่นของประเทศ และพระองค์ทรงอุทิศ "ทุกสิ่งเพื่อนอร์เวย์" ซึ่งหมายถึงคำขวัญประจำราชวงศ์
ขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริกแห่งเดนมาร์ก ทรงเรียกพระมหากษัตริย์ผู้ล่วงลับว่า "บุคคลแสนพิเศษ"
เช่นเดียวกับ สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ ตรัสว่าพระองค์ทรงเสียใจต่อการสิ้นพระชนม์ของพระญาติผู้เป็นที่รัก และทรงยกย่องกษัตริย์ฮารัลด์ว่าเป็น "บุรุษผู้ยิ่งใหญ่"
สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงเป็นกษัตริย์ในช่วงที่มีการเจรจาข้อตกลงออสโลระหว่างอิสราเอลและองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ในช่วงทศวรรษ 1990 และประธานาธิบดีไอแซค เฮอร์ซ็อก ของอิสราเอลแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของพระองค์
ระฆังโบสถ์ทั่วประเทศนอร์เวย์จะดังขึ้นในเวลาเที่ยงวัน เพื่อเป็นการไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้ กษัตริย์ฮารัลด์ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในยุโรป ทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ในโรงพยาบาลที่ออสโลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม เนื่องจากทรงมีพระอาการโลหิตจางชนิดฮีโมไลติกซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากการทำลายเม็ดเลือดแดงอย่างรวดเร็วผิดปกติ จนทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียและหายใจลำบาก
พระองค์ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์นอร์เวย์ในปี 1991 และทรงเป็นตัวแทนของนอร์เวย์ที่เปิดกว้างและอดทนอดกลั้นตลอดรัชสมัยของพระองค์
ในช่วงปีสุดท้าย พระองค์ทรงเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ต้องลดตารางงานอย่างเป็นทางการลง
แต่พระองค์ทรงปฏิเสธการสละราชสมบัติเสมอ โดยทรงให้เหตุผลที่ว่าทรงสาบานตนต่อหน้ารัฐสภานอร์เวย์ว่าจะรับใช้ชาติไปตลอดชีวิต
หลังจากนี้ เจ้าชายฮาคอนพระชนมายุ 53 พรรษาซึ่งดำรงตำแหน่งรัชทายาท จะทรงขึ้นครองราชย์โดยอัตโนมัติ โดยพระองค์มีกำหนดเข้าพบรัฐบาลในวันศุกร์เพื่อแจ้งอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการสวรรคตของพระมหากษัตริย์ และจะประกาศพระนามและคำขวัญประจำราชวงศ์ที่พระองค์ทรงเลือกใช้ในรัชสมัย
หลังจากนั้น ธงเหนือพระราชวังจะถูกชักขึ้นสู่ยอดเสาอีกครั้ง ในขณะที่ธงบนระเบียงพระราชวังและอาคารราชการอื่นๆ จะลดลงครึ่งเสาจนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธีศพของกษัตริย์ฮารัลด์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กษัตริย์นอร์เวย์ พระอาการน่าเป็นห่วง
สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมาหลายวันแล้ว พระอาการของพระองค์ทรุดลง แต่ยังคงอยู่ในขั้นทรงตัว
เสด็จสู่สวรรคาลัย
สำนักพระราชวังประกาศ "สมเด็จพระพันปีหลวง" สวรรคต วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 เวลา 21 นาฬิกา 21 นาที ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93
รัฐบาลขอภาคธุรกิจบันเทิง-สถานบันเทิง งดหรือลดกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รัฐบาลขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจบันเทิง สถานบันเทิง และสถานบริการต่าง ๆ งดหรือลดกิจกรรมเพื่อความบันเทิงเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาแห่งความอาลัยของปวงชนชาวไทย
สำนักพระราชวัง ประกาศ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต
สำนักพระราชวังออกประกาศว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ความว่า
'กษัตริย์นอร์เวย์' ขอทรงงานน้อยลง แต่ยังไม่สละราชบัลลังก์
สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ทรงกลับมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจอีกครั้ง หลังการผ่าตัดเครื่องกระตุ้นพระ

