
หลังจากสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนมุ่งหน้าสู่ปี 2026-2028 ด้วยการเปิดตัว “เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล นั่งประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย รีแบรนด์นำคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน สร้างตัวตนให้ชัดเจน ปั้นแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี เน้นสร้างรากฐานของเยาวชนพัฒนาบนเส้นทางไปสู่โอลิมปิกเกมส์ โดยหวังเห็นทุกฝ่ายร่วมมือกันการทำงาน ไม่แข่งขัน ไม่ทะเลาะกันเอง
“เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล นั่งประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่บริษัท หาดทิพย์ จํากัด (มหาชน) แบบเป็นกันเอง
– อยากให้เริ่มเล่าถึงการก้าวเข้ามาสู่การทำงานด้านมวยไทย ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : พื้นฐานของผมไม่ได้เป็นนักมวยไทยมาก่อน และจริง ๆ ก็ไม่ได้ติดตามมวยไทยเท่าไหร่ แต่ถ้าจะมีอะไรที่เชื่อมโยงกับมวยไทย ตอนเด็กๆ ผมเคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์เขตร ศรียาภัย ซึ่งท่านเป็นปรมาจารย์ทางด้านมวยไทย และโชคดีที่ท่านเป็นเพื่อนกับคุณปู่ ตอนเด็กๆ ผมก็เลยได้เรียนมวยไทยตั้งแต่เด็ก เป็นมวยไชยา ในเรื่องของกีฬา ตัวผมเองเคยต่อยมวยสากลสมัยเป็นนักเรียนนายร้อย และตอนที่ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษก็ต่อยมาพอสมควร เคยได้แชมป์เฟเธอร์เวทของประเทศอังกฤษในระดับมหาวิทยาลัย พื้นฐานมวยผมมีประมาณนี้ แต่ที่เข้ามาเพราะ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ อยากให้มีทีมที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนกีฬามวยไทย เนื่องจากปัจจุบันความเข้าใจเรื่องการสร้างนักกีฬามวยไทยสู่ความเป็นเลิศในหมู่ประชาชนคนไทยยังมีน้อย
ภาพจำของมวยไทยส่วนใหญ่ คนไทยจะมองไปที่มวยอาชีพ ไม่ได้มองว่ามันมีกีฬาชนิดหนึ่งคือ กีฬามวยไทย ซึ่งเยาวชนสามารถเล่นได้อย่างปลอดภัย มีมาตรฐาน มี Safety Standard ต่างๆ ดีเท่า ๆ กับกีฬาอื่น เช่น เทควันโด ยูโด หรือคาราเต้
ผม และทีมอยากมาสร้างความรับรู้ตรงนี้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เพราะมรดกนี้เหมือนเรามีทุนอยู่แล้ว แต่เรายังใช้ได้ไม่เต็มที่ ถ้ามองไปต่างประเทศ เราจะตกใจว่า ปัจจุบันคนทั่วโลกเข้าสู่เส้นทางกีฬามวยไทยจำนวนมหาศาล หลายล้านคน แต่ประเทศไทยยังไม่มีจำนวนนักกีฬาเพียงพอที่จะสามารถเลือกนักกีฬาได้ อย่างล่าสุดที่ที่เราส่งนักกีฬาทีมชาติไทยไปแข่งขันชิงแชมป์โลก ที่โคโซโว เรามีเพียง 3 คน อันนี้ชี้ชัดว่าเรายังไม่มีจำนวนนักกีฬาเพียงพอ
ในความเป็นจริง เราต้องไปหาจากกลุ่มของมวยอาชีพ ซึ่งจะมาต่อยกีฬามวยไทยสมัครเล่น เอาจริงๆ กติกามันมีข้อแตกต่าง และรายละเอียด ซึ่งเราอาจไม่สามารถไปแข่งขันกับเขาได้ โดยสรุปง่าย ๆ มวยไทยอาชีพกะจะน็อกอย่างเดียว แต่มวยกีฬาจะต้องมีการเก็บคะแนน เหมือนมวยสากลสมัครเล่น ต่อสู้กันคนละอย่าง ผมและทีมอยากมาขับเคลื่อนให้เกิด Awareness (การรับรู้) ให้เกิดความรับรู้ และเกิดความนิยมในหมู่คนไทยด้วยกันเอง ส่งเสริมเยาวชนให้ไปเล่นกีฬานี้ อยากให้กระทรวงศึกษาธิการมีการกำหนดหลักสูตรกีฬามวยไทยเป็นพื้นฐาน เพราะมันเป็นมรดกของเราอยู่แล้ว แต่เรายังไม่ได้ใช้มันอย่างเต็มที่ แทนที่จะเรียนแค่กระบี่กระบอง ก็อยากให้หันมามองว่า นอกจากเส้นทางความเป็นเลิศแล้ว มวยไทยยังเกี่ยวกับการออกกำลังกายและสุขภาพร่างกาย
เราสามารถให้ลูกหลานเล่นได้อย่างปลอดภัย เพราะมี Protective Gear (อุปกรณ์ป้องกัน) มี สนับแข้ง, เกราะลำตัว, เฮดการ์ด และอุปกรณ์ต่างๆ พร้อม ปัจจุบันผู้ปกครองอาจไม่ค่อยสบายใจ ถ้าจะเจียดรายได้เพื่อให้ลูกออกกำลังกาย ก็ส่งไปเล่นเทควันโด หรือยูโด แต่ไม่เคยมองมวยไทย เพราะอาจกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่า
แต่จริง ๆ แล้วไม่เลย นอกจากอุปกรณ์ป้องกันแล้ว ผู้ฝึกสอน กรรมการ หรือโค้ชต่าง ๆ ก็ได้รับการฝึกมา โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก
กีฬามวยไทยถูกบรรจุอยู่ในกีฬาระดับนานาชาติเกือบทุกเวทีทั่วโลกแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ยูธ โอลิมปิก, ยูโรเปี้ยนเกมส์ กีฬาในทวีปต่าง ๆ ทั้งละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และมหกรรมกีฬานานาชาติต่างๆ ยกเว้น โอลิมปิกเกมส์ กับเอเชี่ยนเกมส์ ผมอยากให้คนไทยมองว่า กำลังใจมีความสำคัญสำหรับนักกีฬา และสำหรับความรับรู้ในระดับโลก เราอาจภูมิใจได้แล้วว่ากีฬามวยไทยอยู่ในระดับโลกและอยู่ในมหกรรมกีฬาทั่วโลก เพียงแต่เรายังขาดการสนับสนุนในหลาย ๆ ด้าน
แน่นอนที่สุด ถ้าเราไปอยู่ในโอลิมปิก หรือเอเชี่ยนเกมส์ได้ก็ยิ่งดี นั่นคือเป้าหมายที่เราอยากทำ แต่วันนี้เราต้องทำให้ดีที่สุดในทุกมหกรรมกีฬาที่เราอยู่ มวยไทยเกิดที่ประเทศไทย เป็นของคนไทย แต่เราก็อยากให้คนทั่วโลกรักมวยไทยเหมือนกับที่เรารัก
– หลังจากเข้ามารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเรื่องมวยไทย สิ่งแรกที่อยากลงมือทำคืออะไร ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : ผมทำคนเดียวคงไม่ได้ สิ่งแรกที่อยากทำคือ อยากสร้างความสามัคคีในวงการมวยให้เกิดขึ้น ผมมองว่าเราต้องช่วยกันสนับสนุน เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกันคือ ให้คนทั่วโลกรักมวยไทยมากขึ้น มีคนเล่นมวยไทยมากขึ้น และให้คนไทยเองนอกจากจะรักมวยไทยแล้ว ก็ส่งลูกหลานมาเรียนมวยไทยมากขึ้น มันต้องสามัคคีกัน ต้องไม่เตะขัดขากัน ใครทำได้ดี ใครสนับสนุนกีฬาให้มีความรับรู้มากขึ้น เป็นที่นิยมมากขึ้น เราต้องยินดี นักกีฬาไม่ว่าจะเป็นมวยอาชีพหรือมวยสมัครเล่น ถ้าทำได้ดี เราก็ต้องแสดงความยินดีด้วย ผมคิดว่าความสามัคคีเป็นสิ่งเริ่มต้น เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้มวยไทยไปได้
ประการต่อไปที่ต้องรีบทำคือ การสร้างฐานนักกีฬา และสร้างระบบนิเวศของมวยไทยให้มารองรับการสร้างนักกีฬาเก่งๆ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพราะอนาคตของมวยไทยไม่ได้อยู่ที่นักมวยในวันนี้ แต่อยู่ที่เด็กที่เราจะสร้างมากกว่า เด็กตั้งแต่อายุ 6 ขวบเป็นต้นไปต้องเล่นกีฬามวยไทย ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง หรือ LGBTQ เพราะเรา เปิดกว้างกีฬานี้เราไม่แบ่งเพศ
จำนวนนักกีฬาเป็นประเด็นที่สองที่เราต้องรีบสร้าง ระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นการสอน โค้ช กรรมการ วิทยาศาสตร์การกีฬา ต้องนำมาใช้ เพราะเกี่ยวกับเรื่องการป้องกัน, การควบคุมสารต้องห้าม และเรื่องต่างๆ เราต้องพร้อม ค่ายมวยก็เป็นสิ่งที่ผมอยากเห็น ค่ายมวยซึ่งมีอยู่มากมายในเมืองไทย มาเป็นสมาชิกกับสมาคม ช่วยกันส่งเสริม เพราะเส้นทางอาชีพก็เดินได้ แต่เส้นทางสมัครเล่นก็ต้องมีด้วย เพราะมหกรรมกีฬาบนเส้นทางโอลิมปิกที่มีอยู่ทั่วโลกวันนี้ ต้องการนักมวยสมัครเล่น ซึ่งเราไม่มีเลย
อีกประเด็นคือ การสร้างระบบนิเวศ ผลพลอยได้ที่จะออกมาคือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะทำอย่างไรให้เด็กเจน Z หรือเจน Alpha อยากเล่นมวยไทย มันต้องเด่น มันต้องจ๊าบ ไม่ใช่เชย ภาพจำของมวยไทย เราจะมองเรื่องความรุนแรง การพนัน ชีวิตรันทด เด็กต้องลำบากยากเข็ญ แต่ไม่จำเป็นต้องขนาดนั้น เด็กที่พ่อแม่มีเงินก็มาเรียนมวยไทยได้
เราต้องรีแบรนด์ใหม่หมด ซึ่งผมเชื่อว่าทำได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จะเข้ามา เรามีเอกลักษณ์เยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นมงคล ประเจียด กางเกงมวย เราสามารถต่อยอดได้อีกเยอะ แฟชั่นดีไซเนอร์เมืองไทยเก่ง ๆ ทั้งนั้น เราสามารถสร้างอะไรได้อีกเยอะ และทำให้เยาวชนสนใจมวยไทยมากขึ้น
การทำคอนเทนต์รูปแบบสั้นทุกแพลตฟอร์มต้องช่วยกัน ตอนนี้พอผมเริ่มเข้ามาจับเรื่องนี้ ผมตกใจว่าทำไมเมืองนอกเขาไปถึงไหนกันแล้ว คนไทยเราเองไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ถ้าเข้าไปดู เมืองนอกเขาไปไกลมาก เราน่าภูมิใจที่เรามีทุนอันนี้อยู่ในตัว แต่เรายังใช้มันได้ยังไม่เต็มที่เท่านั้นเอง
– เรื่องทีมงานที่มีการผสมผสานคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนมวยไทยครั้งนี้ ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : แนวทางที่ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยฯ ได้กรุณามอบให้คือ สิ่งดี ๆ ที่สมาคมหรือทีมงานได้สร้างมา และทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้ เราต้องคงไว้ อย่าลืมว่า การที่กีฬามวยไทยจะถูกบรรจุอยู่ในมหกรรมกีฬาระดับโลกได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เบื้องหลังการทำงานหลายทศวรรษ เราจะไปลืมไม่ได้ กว่าจะมาถึงวันนี้ เขาทำงานกันมาเยอะมาก แต่ท่านนายกฯ มอบหมายให้ผมว่า เราต้องหาคนรุ่นใหม่มาช่วยกันทำงานด้วย เพราะหลายอย่างเปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ความรับรู้เปลี่ยนไป เทคโนโลยีเปลี่ยนไป โดยเฉพาะถ้าเราจะต้องไปในเส้นทางโอลิมปิก ซึ่งมีมาตรฐานที่ชัดเจน เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่าง เราต้องมีมาตรฐานมวยไทยที่คนทั่วโลกคุยภาษาเดียวกัน
หลายคนจะบอกว่ามวยไทยจะมีมาตรฐานได้อย่างไร เพราะเรามีทั้งมวยโบราณ มวยไชยา มวยอีสาน แต่มันต้องมี ถ้าไม่มีเราก็จะไปแข่งขันกับเขาไม่ได้ มวยอาชีพก็อย่างหนึ่ง แต่มวยสมัครเล่นก็ต้องมีมาตรฐาน การจะคุยกับคนรุ่นใหม่ เราก็ต้องมีทีมงานที่เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ที่เข้าใจว่าอะไรทำให้เยาวชนปัจจุบันสนใจ เราจะเชิญบุคลากรจากหลายแขนงเข้ามาร่วมงาน เพื่อทำให้มวยไทยเป็นที่สนใจมากขึ้น
– ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนมวยไทยฯ เป้าหมายใหญ่คืออะไร ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : เป้าหมายอย่างที่บอกเบื้องต้น โอลิมปิกเกมส์เป็นเป้าหมายที่ผมคิดว่า มวยไทยด้วยความนิยมที่มีอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ สมควรจะเป็นกีฬาที่อยู่ในโอลิมปิกได้แล้ว แต่การเข้าโอลิมปิกเกมส์มีปัจจัยหลายอย่าง เราดูเกาหลีใต้ กว่าเขาจะเอาเทควันโดเข้าไปได้ ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่เงินอย่างเดียว เงินเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ต้องได้รับการสนับสนนจากรัฐบาล รวมถึงจากเอกชน และความมุ่งมั่นของคนทั้งประเทศ การเอามวยไทยเข้าโอลิมปิกเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันทุกฝ่าย
แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ โอลิมปิก 2028 อาจจะเร็วไปหน่อย เพราะเหลือแค่ 2 ปี ส่วนออสเตรเลีย หรือโอลิมปิก 2032 อาจจะเป็นไปได้มากกว่า ประเทศเจ้าภาพก็มีความสำคัญในการเลือกประเภทกีฬา และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็มีความสำคัญ รัฐบาลต้องเข้ามาช่วย เพราะนี่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคน จะนิ่งเฉยแล้วมาขอบคุณอย่างเดียวไม่ได้ ต้องออกแรง และออกเงิน ทุกคนอยากเห็นมวยไทย แต่ไม่มีใครทำอะไรเลย มันก็เป็นไปไม่ได้
ถ้าทุกคนทำอย่างที่พูด ผมเชื่อว่าโอลิมปิกเข้าได้แน่ๆ ไม่ได้ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะคนทั่วโลกพร้อมดูอยู่แล้ว ความนิยมมีอยู่แล้ว มันจะทำให้เยาวชนเห็นชัดเจนว่า นอกจากมีอนาคตในกีฬาสู่ความเป็นเลิศแล้ว ยังสามารถมีเส้นทางไปเล่นอาชีพได้ด้วย
เมื่อทำได้แบบนี้ ผมคิดว่ามันจะเป็นไปได้
– โร้ดแมปที่จะนำมวยไทยไปสู่โอลิมปิก 2032 วางไว้อย่างไร ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : ประการแรกเราต้องมีความพร้อมก่อน ตอนนี้ ระบบนิเวศเรายังไม่ค่อยพร้อม เราต้องเริ่มสร้างนักกีฬาตั้งแต่เล็กๆ ตั้งแต่อายุ 6 ขวบขึ้นไปจนถึงระดับซีเนียร์ เพื่อให้เรามีตัวเลือกในการสร้างทีมชาติไทยที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะไปแข่งขันในมหกรรมกีฬาใด รวมทั้งโอลิมปิกถ้าเราได้เข้าไป
เรื่องที่สองคือ ในระบบนิเวศ เราต้องมีความพร้อมในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ค่ายมวย โค้ช กรรมการ เราต้องเทรน และนำวิทยาศาสตร์การกีฬา เข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพ และสมรรถภาพของนักกีฬา รวมถึงโภชนาการ ไม่ใช่ปล่อยกันไปตามมีตามเกิด การจะสร้างความเป็นเลิศต้องทำในทุกมิติ
ดังนั้นโร้ดแมป คือ สร้างจำนวนนักกีฬา สร้างระบบนิเวศให้รองรับ และสร้างความรับรู้ เพื่อให้กระแสสังคมทั้งในประเทศและทั่วโลกมากดดันผู้ที่เราอยากให้มาสนับสนุนทั้งภาครัฐ และเอกชนต้องขยับ สื่อมีความหมายมากในการทำให้ทุกคนตื่นตัว และรู้ว่านี่เป็นวาระแห่งชาติแล้ว เราพูดว่ามีมรดกวัฒนธรรมที่เลิศเลอ แต่ไม่มีใครออกแรง มันไม่ได้ หรือมาทะเลาะกันหรือมาหวงว่าอันนี้ของผม มันไม่มีของใคร มันเป็นของคนไทยทุกคน ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ
– มีความมั่นใจแค่ไหนกับมวยไทยในโอลิมปิกเกมส์ ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : ผมว่าไปได้ แต่หลายมิติ ประเทศเจ้าภาพสามารถเลือกกีฬาได้ 4 ประเภท ถ้าเขารักเราโดยไม่มีเงื่อนไข มันก็น่าจะได้ โดยไม่ต้องไปดูอย่างอื่นเลย
แต่เราจะดำเนินไปถึงตรงนั้นอย่างไร เราจะมีนโยบายการต่างประเทศอย่างไร เราจะเดินหน้ากล้องอย่างไร หลังกล้องอย่างไร มันเป็นงานที่ต้อง ในเมื่อประชาชนทั่วโลกชอบมวยไทยอยู่แล้ว ผมมองว่าเป็นไปได้ โอลิมปิก 2028 อาจจะเร็วไป แต่ออสเตรเลีย หรือโอลิมปิก 2032 ผมว่ามีสิทธิ์ แม้ไม่มีสิทธิ์ ก็อยากให้คนไทยเข้าใจว่า มหกรรมกีฬาระดับโลก เราก็อยู่ในการแข่งขันอยู่แล้ว แต่มันไม่มีใครรับรู้ ทีมชาติไทยไม่มีใครรู้ว่าใครคือ ทีมชาติไทย ถ้าช่วยกันโหมโรง ผมว่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทัพลูกยางสาวไทยกลับถึงบ้าน พร้อมถ้วยแชมป์เอเชีย 2026 จารึกประวัติศาสตร์คว้าตั๋วโอลิมปิก 2028
เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 31 ส.ค. 2569 นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ชุดแชมป์เอเชีย 2026 เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

