
"โปรจีน" อาฒยา ฐิติกุล โปรสาววัย 19 ปี จากจังหวัดราชบุรี ผงาดคว้าแชมป์ รายการวอลมาร์ท เอ็นดับเบิลยู อาร์คันซอ แชมเปียนชิพ หลังเอาชนะ เดเนียล คัง โปรสาวชาวอเมริกัน ในการเล่นซัดเดนเดธเพลย์ออฟ หลุมที่สอง ณ สนามพินเนเคิล คันทรี คลับ รัฐอาร์คันซอ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2565 รับเงินรางวัลไป 345,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12,992,700 บาท นับเป็นแชมป์ที่ 2 ในการเล่นอาชีพในแอลพีจีเอ ทัวร์ และยังนำอันดับหนึ่งคะแนนสะสมรุกกี้แห่งปี
การแข่งขันกอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการวอลมาร์ท เอ็นดับเบิลยู อาร์คันซอ แชมเปียนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 86.6 ล้านบาท ที่สนามพินเนเคิล คันทรี คลับ เมืองโรเจอร์ส รัฐอาร์คันซอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน 2565 มีนักกอล์ฟสาวไทยร่วมแข่งขัน 7 คน แต่ผ่านตัดตัวเข้าไปเล่นในวันสุดท้าย 3 คน ได้แก่ "โปรจีน" อาฒยา ฐิติกุล โปรจัสมิน สุวัณณะปุระ และ "โปรแหวน" พรอนงค์ เพชรล้ำ
การแข่งในวันสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน อาฒยา ทำเบอร์ดี้หลุมแรก แม้ว่าจะเสียโบกี้หลุม 2 แต่ก็กลับมาทำเบอร์ดี้หลุม 12, 14 และ หลุม 17 นำเดี่ยวก่อนที่ เดเนียล คัง โปรสาวชาวอเมริกันดีกรีแชมป์เมเจอร์ ที่เล่นก่อนกลุ่มของอาฒยา สามารถเก็บ 5 เบอร์ดี้ และทำ 1 อีเกิ้ลที่หลุม 18 พาร์ 5 จบลงสกอร์ 7 อันเดอร์พาร์ 64 สกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 196 ขึ้นนำร่วมกับอาฒยา ขณะที่ในหลุมสุดท้ายของอาฒยา เก็บได้พาร์ สกอร์จบลง 3 อันเดอร์พาร์ 68 เสมอกับเดเนียล คัง ต้องเล่นเพลย์ออฟตัดสินแชมป์
การเล่นเพลย์ออฟหลุมแรกใช้หลุม 15 พาร์ 3 ทั้งสองต่างทำพาร์ และไปเล่นต่อหลุมที่สองใช้หลุม 16 พาร์ 4 ทาง คัง เก็บพาร์ไปได้ ส่วนอาฒยาทำเบอร์ดี้ระยะ 8 ฟุตไม่พลาด เฉือนชนะคว้าแชมป์ไปครองนับเป็นแชมป์ที่ 2 ของเธอในปีนี้ และเป็นแชมป์ที่สองในการเล่นอาชีพแอลพีจีเอ ทัวร์ รับเงินรางวัลไป 345,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12,992,700 บาท และ ทำเงินรางวัลรวมปีนี้ 1,881,392 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 71,003,734 บาท อยู่ในอันดับ 6 ของทัวร์จาการเล่น 21 รายการ
ก่อนหน้านี้ อาฒยา คว้าแชมป์แชมป์ในการเล่นอาชีพแอลพีจีเอ ทัวร์ ในรายการเจทีบีซี คลาสสิก เมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งครั้งนั้นเธอเอาชนะ นันนา เคิร์ต มาดเซน โปรสาวจากเดนมาร์กในการเล่นซัดเดนเดธเพลย์ออฟหลุมที่สอง นอกจากนี้ ยังคงนำอันดับหนึ่งคะแนนสะสมรุกกี้แห่งปี ด้วยคะแนน 1,299 คะแนน
อาฒยา กล่าวหลังการคว้าแชมป์ว่า "จีนไม่ได้มองลีดเดอร์บอร์ดเลยจนกระทั่งหลุม 18 จีนคิดว่าพาร์ก็น่าเพียงพอที่จะชนะได้ แต่ก็ไม่พอต้องไปเล่นเพลย์ออฟโดยที่เพลย์ออฟหลุมที่สองจีนมีโอกาสทำเบอร์ดี้เพราะว่าเป็นหลุมไม่ไกลจึ งบอกกับตัวเองจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ และก่อนจะเล่นเพลย์ออฟก็ไม่ได้คิดอะไรมากคิดแค่ได้เล่นเพิ่มอีก 2-3 หลุม และการได้เล่นกับ เดเนียล คัง ซึ่งเป็นนักกอล์ฟที่ดีมากคนหนึ่งในทัวร์ก็ถือว่าดีมากแล้ว ดีใจที่จีนสามารถคว้าแชมป์ที่สองของตัวเองได้ และดีใจที่เราได้เป็นหนึ่งในแบบอย่างให้กับน้องๆ ที่อยากจะก้าวตามเรา"
อย่างไรก็ดี โปรจีน กลายเป็นนักกอล์ฟสาวไทยคนที่ 4 ที่คว้าแชมป์อย่างน้อยสองรายการขึ้นไปในแอลพีจีเอ ทัวร์ร่วมกับ "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล 12 รายการ "โปรโม" โมรียา จุฑานุกาล และ โปรจัสมิน สุวัณณะปุระ คนละ 2 รายการ และยังเป็นนักกอล์ฟคนที่ 4 ที่คว้าแชมป์ 2 รายการขึ้นไปในแอลพีจีเอ ทัวร์ปีนี้ ต่อจาก เจนนิเฟอร์ คัพโช โปรชาวอเมริกัน 3 รายการ อี มินจี จากออสเตรเลีย และ บรู๊ค เฮนเดอร์สัน จากแคนาดาคนละ 2 รายการ รวมทั้ง เป็นนักกอล์ฟคนแรกที่คว้าแชมป์สองรายการขึ้นไปในการเล่นฐานะรุกกี้ตั้งแต่ พัค ซอง-ฮยอน โปรสาวจากเกาหลีใต้ทำได้ในปี 2017
ส่วนอันดับที่สอง เดเนียล คัง โปรสาววัย 29 ปี เจ้าของแชมป์อาชีพในแอลพีจีเอ ทัวร์ 6 รายการรวมทั้งเมเจอร์วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ปี 2017 อันดับสองรับเงินรางวัลไป 214,011 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 8,067,893 บาท อันดับที่สาม เชลลา ชเว จากเกาหลีใต้ทำ 6 อันเดอร์พาร์ 65 สกอร์รวม 16 อันเดอร์พาร์ 197 จบอันดับ 3 รับเงินรางวัลไป 155,249 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 5,859,097 บาท
ขณะที่ผลงานของโปรสาวไทย คนอื่นๆ "โปรแหวน" พรอนงค์ เพชรล้ำ โปรสาวจากจังหวัดชัยภูมิ จบลงสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 66 สกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ 199 จบอันดับ 4 สถิติดีที่สุดในปีนี้ พร้อมกับรับเงินรางวัลไป 120,098 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 4,521,689 บาท
โปรจัสมิน สุวัณณะปุระ เจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์ 2 รายการทำ 6 เบอร์ดี้ เสีย 4 โบกี้สกอร์ 2 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ 204 จบอันดับ 29 ร่วม รับเงินรางวัลไป 18,396 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 692,609 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เปียโน'อาภิชญา ยุบล จากเด็กในค่ายทหารสระบุรี สู่ความฝันบนเวที'LPGA'
บนโลกใบนี้ ผู้คนต่างเติบโตมาด้วยต้นทุนชีวิตที่ไม่เหมือนกัน บางคนเกิดในเมืองใหญ่ บางคนเริ่มต้นจากบ้านเล็ก ๆ ในต่างจังหวัด เช่นเดียวกับ “เปียโน” อาภิชญา ยุบล นักกอล์ฟสาวจากจังหวัดสระบุรี ที่เติบโตในครอบครัวทหารภายในค่ายอดิศร ก่อนค่อย ๆ เดินทางจากเด็กหญิงตัวเล็กที่จับไม้กอล์ฟโดยไม่ตั้งใจ สู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพบนเวทีระดับโลกอย่างแอลพีจีเอ ทัวร์ พร้อมไล่ล่าความฝันในการจารึกชื่อบนทำเนียบแชมป์ แม้วันนี้เธอจะได้ใช้ชีวิตบนเส้นทางนักกอล์ฟอาชีพในสหรัฐอเมริกา ได้เรียนรู้ทั้งการเดินทาง วัฒนธรรม ภาษา และอาหารที่แตกต่างจากบ้านเกิด แต่ลึก ๆ แล้ว เป้าหมายของหญิงสาววัย 24 ปีคนนี้ยังคงเรียบง่ายเสมอ — สักครั้งหนึ่งในชีวิต ขอเพียงได้จารึกชื่อว่าเคยเป็น “แชมป์แอลพีจีเอ” วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 เด็กหญิงอาภิชญาลืมตาดูโลกในครอบครัวทหารม้า ณ ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี ลูกสาวของ พันเอกพิเศษยอดชาย ยุบล (ยศในขณะนั้น) และ อารีวรรณ ยุบล ไม่มีใครคาดคิดว่า เด็กหญิงที่เติบโตท่ามกลางชีวิตเรียบง่ายในรั้วค่ายทหาร จะกลายเป็นหนึ่งในนักกอล์ฟไทยที่ก้าวขึ้นไปแข่งขันในเวทีอาชีพสูงสุดของโลกในอีกหลายปีต่อมา
จากใจสาวไทยใน'LPGA' ช่วงเทศกาล'สงกรานต์'-'วันครอบครัว'
ในขณะที่หลายครอบครัวชาวไทยกำลังเตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน เสียงหัวเราะและสายน้ำแห่งความสุขของเทศกาลสงกรานต์กำลังจะเริ่มขึ้น แต่ในอีกซีกโลกหนึ่ง นักกอล์ฟสาวไทยในแอลพีจีเอ ทัวร์ ยังคงยืนอยู่ในสนามแข่งขัน ท่ามกลางแรงกดดันและตารางแข่งขันที่แน่นขนัด โดยมีเพียง “คำอวยพร” และ “ความคิดถึง” ที่ส่งกลับบ้านแทนการได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว
'สุวิชยา วินิจฉัยธรรม' จากขอนแก่นสู่เวที'LPGA' เป้าหมายคว้าแชมป์-มือหนึ่งโลก
เส้นทางชีวิตของแต่ละคนสามารถลิขิตได้ด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับนักกีฬาที่ต่างมุ่งมั่นสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม สาวน้อยจากจังหวัดขอนแก่น ค่อย ๆ ก้าวเดินตามความฝันจนสามารถคว้าทัวร์การ์ดเข้าสู่แอลพีจีเอ ทัวร์ และตั้งเป้าสร้างผลงานบนเวทีระดับโลก ด้วยความหวังที่จะคว้าแชมป์ ลงแข่งขันในโอลิมปิก และก้าวไปสู่ตำแหน่งมือหนึ่งของโลกในอนาคต

