กกท.แจงชัดรมต.กีฬา-โอซีเอ เสนอตัด14ชนิดกีฬา ออกจากอช.อินดอร์เกมส์

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แถลงข่าวการตรวจสอบงบเอเชียนอินดอร์และมาร์เชี่ยลอาร์ตส์เกมส์ ครั้งที่ 6 ที่เบิกจ่ายไปแล้วตามข้อสั่งการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2567 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธาน
 
ดร.ก้องศักด เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ต้องการให้ทุกฝ่ายเข้าใจผิด จึงต้องแถลงข่าวข้อสงสัยต่าง ๆ เพราะเรามีหน้าที่ในการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน อยู่ในฐานะผู้ปฏิบัติ ไม่ใช่ฝ่ายจัดการแข่งขัน ที่ผ่านมานั้นทำงานกันมาโดยตลอด แต่ไม่ได้อยู่ในสถานะที่สามารถตัดสินใจอะไรได้
 
“14 ชนิดกีฬาต่าง ๆ ที่มีปัญหาเรื่องของการลดจำนวนลง มาจากคณะรัฐมนตรี โดย รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่ขอปรับลด และมาจากการประชุมของ สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย(โอซีเอ) ในช่วงโอลิมปิกที่ฝรั่งเศส  ซึ่ง โอซีเอ ตัดสินใจ ก็เลยทำจดหมายมายังประเทศไทย ให้ตัดออกไป ซึ่ง กกท.ไม่ได้มีบทบาทหรือหน้าที่ในการตัดชนิดกีฬาต่าง ๆ เลย เพราะ โอซีเอ ทำตามหลักการ เนื่องจากกีฬาที่อยู่ในเอเชียนเกมส์ กับ โอลิมปิกเกมส์ สามารถตัดไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าไม่อยู่ในเกมใหญ่ ห้ามตัดออก”
 
ผู้ว่า กกท.กล่าวต่อไปว่า เราได้ติดต่อขอประชุมกับคณะกรรมการจัดการแข่งขันมาหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบรับ ทำให้เลื่อนการประชุมมาตลอด ทำให้การทำงานเกิดข้อจำกัด อีกทั้งไม่สามารถตัดสินใจเองได้ในหลาย ๆ เรื่อง ทำให้ทุกอย่างไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่
 
“ผมได้ทำหนังสือนำเรียน รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเดินหน้าในการจัดการแข่งขัน ถ้าหากล่าช้าไปกว่านี้จะส่งผลกระทบต่อการจัดการแข่งขัน และส่งหนังสือไปยังโอซีเอ ว่าเราต้องการจัดการแข่งขัน ตอนนี้รอ รมต.เปิดประชุม โดยระบุว่า จะประชุมก็ต่อเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมนี้”
 
ในส่วนของเงินค่าเก็บตัวนั้น ดร.ก้องศักด กล่าวว่า ตามที่เป็นข่าวไปว่า เงินที่ใช้ในการเก็บตัวได้ใช้ไปแล้ว 980 ล้านบาท แต่จากการตรวจสอบใช้ไปแล้ว 800 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากเลื่อนการแข่งขันมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้งก็มีเหตุผลต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกัน อาทิ โควิด,​โอลิมปิกเกมส์ ซึ่ง กกท.มองว่าได้ประโยชน์ต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะนักกีฬามีความพร้อมที่จะแข่งขันในชนิดกีฬานั้น ๆ ทั้งในทัวร์นาเมนท์อื่น ๆ ในระดับภูมิภาค และระดับโลก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กกท.-กองทุนกีฬา' เตรียมทัพไทยเต็มสูบ สู้ศึกเอเชียนเกมส์-พาราฯ

ทัพนักกีฬาทีมชาติไทย มีภารกิจสำคัญในการสู้ศึก 2 มหกรรมกีฬายิ่งใหญ่ของทวีปเอเชีย ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ในปีนี้ นั่นคือ กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 วันที่ 19 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569 และกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 วันที่ 18 - 24 ตุลาคม 2569

กกท.เช็กฟิตทัพเอเชียนเกมส์ ผลรวมอยู่ในเกณฑ์ดี-ดีมาก พร้อมไล่ล่า15เหรียญทอง

กกท. เปิดผลทดสอบสมรรถภาพนักกีฬาไทยชุดทำศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน 2569 ปรากฏว่า สภาพร่างกายอยู่ในระดับดี-ดีมาก รวมกันถึง 81 เปอร์เซ็นต์ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เตรียมเช็กความฟิตขั้นสุดท้ายในการทดสอบครั้งที่ 3 หวังอัพเกรดความแข็งแกร่งทัพไทยให้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนไปไล่ล่า 15 เหรียญทองตามเป้าหมาย 

เทควันโดตั้งเป้า1ทองเอเชียนเกมส์ กกท.หนุนแผนช่วยจอมเตะ ลดบาดเจ็บช่วงซ้อม

สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย วางเป้าคว้า 1 เหรียญทอง มหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ กกท. สนับสนุนแผนช่วยจอมเตะทีมชาติไทย ลดอาการเจ็บระหว่างฝึกซ้อม เพื่อให้นักกีฬามีความพร้อมมากที่สุดก่อนเดินทางไปแข่งขัน

กกท.หารือสมาคมตะกร้อ วางแผนสำรองเอเชียนเกมส์ หาตัวแทนหาก5นักกีฬาโดนแบน

กกท. หารือ สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย เตรียมแผนสำรองสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 หาก 5 นักกีฬาได้รับบทลงโทษจากสหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เชื่อมั่นในการบริหารจัดการของสมาคมฯ แม้ว่าสุดท้ายจะโดนโทษแบน แต่ยังมีนักกีฬาที่สามารถทดแทนกันได้ ยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมาย 4 เหรียญทอง

ไทยเน้น'คุณภาพ' ลุยเอเชียนเกมส์2026 'กกท.-ส.กีฬา'ตั้งเป้าอย่างต่ำ15ทอง

ทัพไทย เน้นคุณภาพ ไปลุยมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยคัดเลือกจากระบบควอลิฟายของแต่ละชนิดกีฬา และอันดับโลก เป็นสำคัญ ส่วนเป้าหมายในครั้งนี้ กกท. และสมาคมกีฬา วางเป้าคว้าไม่น้อยกว่า 15 เหรียญทอง