
เมื่อวันพุธที่ 22 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 1 คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ถนนศรีอยุธยา ได้มีการประชุมกรรมการบริหารคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 โดยมี นายธรรมนูญ หวั่งหลี รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ทำการแทนประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธาน
ซึ่งมีวาระสำคัญ ทั้งเรื่องสืบเนื่องเกี่ยวกับโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อสนอง พระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพัฒนาการกีฬาของชาติ รายงานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย การประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ความก้าวหน้าของสมาคมสหพันธ์กีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAGF Office) รวมถึงความคืบหน้า การเตรียมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และการอนุมัติส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ฤดูหนาว ที่จีนในเดือนกุมภาพันธ์นี้
สำหรับความก้าวหน้าการเตรียมการส่งคณะนักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ฤดูหนาว ครั้งที่ 9 ณ เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 7-14 กุมภาพันธ์ 2568 ล่าสุดจากผล การประชุมหัวหน้าคณะนักกีฬาเมื่อวันที่ 23-24 กันยายน 2567 กำหนดให้จัดการแข่งขันจำนวน 6 ชนิดกีฬา โดยสนามแข่งขันแบ่งเป็น 2 Cluster คือ Harbin Cluster ซึ่งเป็นพื้นผิวน้ำแข็งที่จะใช้จำนวน 5 สนามแข่งขัน และ Yabuli Cluster ที่เป็นพื้นผิวหิมะ ใช้จัดการแข่งขันกีฬาประเภทสกี ทั้งนี้จะมี 2 ชนิดกีฬาที่จะเริ่มทำการแข่งขันก่อนพิธีเปิด คือ กีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง เริ่มวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 และกีฬาเคอร์ลิ่ง จะเริ่มวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 สำหรับประเทศไทย เตรียมส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวนทั้งสิ้น 130 คน ประกอบด้วย หัวหน้าคณะนักกีฬา 1 คน, รองหัวหน้าคณะนักกีฬา 1 คน, อาตาเช่ 1 คน, นักกีฬา 85 คน โดยเป็นนักกีฬาชาย 48 คน และนักกีฬาหญิง 37 คน, เจ้าหน้าที่ประจำทีม 29 คน, แพทย์และนักกายภาพบำบัด 7 คน และเจ้าหน้าที่กองอำนวยการ 6 คน
ขณะที่ความคืบหน้าการเตรียมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, สงขลา และเชียงใหม่ โดยจากการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันในห้วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปทั้งเรื่องคำสั่งคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขัน ซึ่งมี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานอำนวยการ และปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกรรมการและเลขานุการ และคำสั่งคณะกรรมการจัดการแข่งขันมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน และผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยจะแบ่งโครงสร้างของคณะกรรมการจัดการแข่งขันเป็น 4 ฝ่าย คือ
คณะกรรมการสำนักงานเลขานุการและประสานระหว่างประเทศ มีผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธาน, คณะกรรมการบริหารการจัดการแข่งขัน มีรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยฝ่ายบริหาร เป็นประธาน, คณะกรรมการฝ่ายสนับสนุนและบริการ มีที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน และคณะกรรมการฝ่ายเทคนิคกีฬา มีรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศฯ เป็นประธาน
โดยมีการเห็นชอบการจัดการแข่งขันแล้ว จำนวน 50 ชนิดกีฬา 569 รายการ ซึ่งจะแบ่งตามจังหวัดดังนี้ กรุงเทพมหานคร จัดแข่งขัน 34 ชนิดกีฬา กับ 2 กีฬาสาธิต, จังหวัดชลบุรี จัดแข่งขัน 16 ชนิดกีฬา กับ 1 กีฬาสาธิต และจังหวัดสงขลา จัดแข่งขัน 8 ชนิดกีฬา โดยจะจัดการแข่งขัน ในรูปแบบ Green SEA Games เน้น Sustainable Games
ขณะที่การประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯ ได้มีการนำทีมงาน Soft Power มานำเสนอรูปแบบของโลโก้ ในแง่ของสัญลักษณ์ รวมถึงมีการจัดทำปฏิทินการดำเนินงานการเป็นเจ้าภาพฯ และการเก็บตัวฝึกซ้อมของนักกีฬาซีเกมส์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา จนถึง 7 ธันวาคม 2568 ด้าน สมาคมสหพันธ์กีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAGF Office) ได้มีการแต่งตั้ง Coordination Committee จำนวน 5 ท่าน จาก 5 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เพื่อติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการจัดการแข่งขันซีเกมส์ โดยจะมีการจัดการประชุม Coordination Committee Meeting จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งจะเริ่มประชุมครั้งแรกในเดือนมกราคม 2568
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สีหศักดิ์' มอง 'ฮุนเซน' เยือนจีนตามปกติ อย่าหวั่นไหวตามข่าวฝั่งกัมพูชา
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนมีอะไรน่ากังวลหรือไม่ ว่า กัมพูชาไปเยือนตามปกติ เขามีความสัมพันธ์ของเขา
ไทยตอบรับ 'ประนอมภาคบังคับ' กับกัมพูชา ย้ำเป้าหมายยุติเขตแดนทางทะเล
กระทรวงการต่างประเทศเผย ไทยส่งหนังสือตอบรับเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS กับกัมพูชาแล้ว ย้ำมุ่งหาข้อยุติการกำหนดเขตแดนทางทะเล
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
เปิดเต็มรูปแบบ ทางหลวงทล.101 ’น่าน–เฉลิมพระเกียรติ‘ประตูการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว
‘กรมทางหลวง’แจ้งเปิดใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ช่วง‘บ้านปอน–อำเภอเฉลิมพระเกียรติ’ระยะทาง 33.8 กม.เต็มรูปแบบ ยกระดับการเดินทางสู่ด่านห้วยโก๋น เพิ่มความปลอดภัย หนุนโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเชื่อม’ไทย–สปป.ลาว’บูมกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน
'ดร.เสรี' เปิด 3 ความเสี่ยง! ไทยรับมือ 'ซุปเปอร์เอลนีโญ'
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กเรื่อง "เอลนีโญหรือซุปเปอร์เอลนีโญ จงเรียนรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ"

