
ท่ามกลางขุนเขาและผืนป่าเขียวขจีของจังหวัดน่าน อำเภอบ่อเกลือเป็นจุดหมายที่เหมาะกับการออกเดินทางไปใช้ชีวิตให้ช้าลง จากตัวเมืองน่าน เรามุ่งหน้าสู่บ่อเกลือบนเส้นทางกว่า 80 กิโลเมตร ถนนคดเคี้ยวผ่านภูเขาสลับซับซ้อนและหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามหุบเขา พร้อมวิวสองข้างทางที่เปลี่ยนไปตามระดับความสูง จนเมื่อมาถึงถนนหมายเลข 3 หรือถนนสันติสุข–บ่อเกลือ อีกหนึ่งจุดแวะพักยอดฮิตของที่น่าน

ถนนช่วงนี้มีลักษณะเป็นทางโค้งคล้ายเลข 3 ทอดตัวไปตามแนวเขา จนได้รับฉายาว่า ถนนลอยฟ้า ระยะทางประมาณ 300 เมตร เมื่อมองจากจุดหลักกิโลเมตรที่จัดไว้ให้ชมอย่างปลอดภัย จะเห็นถนนคดเคี้ยวตัดผ่านผืนป่าและทิวเขา เป็นภาพที่ทำให้หลายคนต้องหยุดรถลงมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยรถยนต์หรือกลุ่มไบค์เกอร์ที่แวะพักระหว่างเส้นทาง ก่อนเดินทางต่อไปสัมผัสบรรยากาศของหมู่บ้านบ่อเกลือโบราณและหมู่บ้านสะปันในอำเภอบ่อเกลือปลายทางในทริปนี้

เมื่อมาถึงหมู่บ้านบ่อเกลือโบราณ ตำบลบ่อเกลือใต้ ความรู้สึกแรกคือที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ยังใช้ชีวิตประจำวันแบบเรียบง่าย แม้วันที่เราไปจะไม่คึกคักมากนัก แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ร้านขายเกลือคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกได้ดีว่า ที่นี่มีการผลิตเกลือใช้เอง มีทั้งเกลือดิบและเกลือแปรรูปตั้งเรียงรายอยู่รอบบ่อเกลือเจ้าสม ทำให้สัมผัสได้ตั้งแต่แรกว่า เกลือคือส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนที่นี่
เดินเข้าไปดูบ่อเกลือใกล้ ๆ จะเห็นลักษณะคล้ายบ่อน้ำทั่วไป แต่ยังคงใช้รอกแบบโบราณสำหรับชักน้ำเกลือขึ้นมาจากใต้ดิน ส่วนเตาต้มเกลือของแต่ละร้านในช่วงที่ไปเยือนกำลังหยุดพัก พอได้มีโอกาสพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและรู้ว่า ช่วงเข้าพรรษาของทุกปีชาวบ้านจะหยุดทำเกลือตามความเชื่อที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ อีกทั้งยังเป็นช่วงฤดูฝนที่ต้องออกไปทำไร่ทำนา จึงเป็นช่วงเวลาสำหรับพักและดูแลเตาต้มเกลือ

ต่อจากบ่อเกลือเจ้าสมเดินไม่ถึง 100 เมตร ก็มาถึงบ่อเกลือเจ้าซางคำ อีกหนึ่งบ่อเกลือในตำบลบ่อเกลือใต้ที่ยังคงใช้งานอยู่ ได้มายืนอยู่ตรงนี้จึงรู้สึกถึงความเก่าแก่ของวิถีที่ยังดำเนินต่อไป เพราะทั้งสองบ่อมีอายุยาวนานกว่า 800 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของบ่อเกลือโบราณทั้ง 9 แห่งในอำเภอบ่อเกลือ แม้หลายแห่งจะหยุดใช้งานแล้ว และบางบ่อรักษาไว้สำหรับประกอบพิธีกรรมตามประเพณี
จากเรื่องราวของบ่อเกลือ แวะไปพักขาที่รฤกบ่อเกลือ ซึ่งนำเกลือท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งเกลือแช่เท้าและเกลือขัดผิว โดยผสมกับสมุนไพรที่หาได้ในชุมชน เช่น ขมิ้น ไพล มะกรูด ตะไคร้ ว่านนางคำ เถาวัลย์เปรียง และใบมะขาม ทำให้เห็นว่าเกลือที่อยู่คู่ชุมชนมานานไม่ได้หยุดอยู่แค่การนำไปปรุงอาหาร แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าและรายได้ให้กับคนในพื้นที่

กิจกรรมที่ได้ลองคือทำคือ เกลือแช่เท้า และเกลือขัดผิว โดยมีวัตถุดิบจากเกลือและสมุนไพรในชุมชนให้ลงมือผสมด้วยตัวเอง ก่อนปิดท้ายด้วยการแช่เท้าในน้ำสมุนไพรที่ผ่านการเคี่ยวจนได้สีน้ำตาลเข้ม ความรู้สึกหลังจากเดินชมบ่อเกลือแล้วมานั่งพักแบบนี้ ทำให้เรื่องราวของเกลือดูใกล้ตัวขึ้น และได้เข้าใจว่าภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี ยังคงเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนและการท่องเที่ยวในวันนี้
จากบ่อเกลือ เราเดินทางต่อไปยัง “สะปัน” หมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลดงพญา ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา ระหว่างทางยังคงได้เห็นภูเขาน้อยใหญ่เรียงตัวต่อกันไปสุดสายตา ต้นไม้สีเขียวปกคลุมไปทั่วทั้งผืนเขา ยิ่งเข้าใกล้หมู่บ้าน บรรยากาศก็ยิ่งเงียบสงบ จนทำให้เราเผลอลดความเร่งรีบลงโดยไม่รู้ตัว

มาถึงสะปัน เราแวะที่คีรี วารี เพื่อทำกิจกรรม Sound Healing เป็นกิจกรรมที่ได้ลองหยุดพักจากการเดินทางสักพัก โดยใช้เสียงจากขันทิเบตเป็นตัวช่วยให้ร่างกายและความคิดผ่อนคลายลง พอได้นั่งนิ่ง ๆ หลับตา และตั้งใจกับเสียงที่ได้ยิน จะมีทั้งเสียงขันทิเบตและเสียงน้ำจากสายน้ำว้าที่ไหลอยู่ใกล้ ๆ ดังคลอไปพร้อมกัน ตอนแรกในหัวก็ยังคิดเรื่องต่าง ๆ อยู่ แต่พอนั่งไปสักพักกลับรู้สึกสงบขึ้น เหมือนได้พักจากความวุ่นวายและมีเวลาอยู่กับตัวเอง

เมื่อคืนที่ได้พักอย่างเต็มที่ เช้าวันรุ่งขึ้นก็ตื่นมาพร้อมอากาศเย็น ๆ เปิดม่านออกมาเจอสายหมอกที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ตามไหล่เขา มองเห็นบ้านเรือนของชาวบ้านกระจายอยู่ท่ามกลางภูเขา รวมถึงผืนนาด้านล่าง ดื่มด่ำจนพอใจก็ได้เวลา เตรียมตัวออกเดินทางไปทำกิจกรรมต่อ โดยจุดหมายของเช้านี้คือบ้านห้วยโทน หมู่บ้านที่อยู่ห่างจากสะปันขึ้นเขาไปทางทิศเหนือประมาณ 10 กิโลเมตร และตั้งอยู่บนพื้นที่สูง

นั่งรถโฟล์วิลออกจากหมู่บ้านสะปัน เส้นทางก็เริ่มเปลี่ยนเป็นทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยว บางช่วงเป็นถนนคอนกรีต แต่บางช่วงเป็นทางดินแดงที่มีทั้งหลุมและพื้นขรุขระสลับกันไป ยิ่งตอนมีรถมอเตอร์ไซค์สวนลงมา ก็ยิ่งเห็นว่าคนในพื้นที่ขับกันคล่องและคุ้นกับเส้นทางนี้มาก ส่วนเราที่เพิ่งขึ้นมาเป็นครั้งแรกก็มีนั่งแบบลุ้นๆ แต่พอมองภูเขาสีเขียวเต็มสองข้างทาง ลมเย็น ๆ ที่พัดเข้ามาปะทะหน้า ทำให้ความรู้สึกหวาดเสียวค่อย ๆ หายไป ระหว่างทางยังได้เจอนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นที่กำลังเดินทางกลับลงมา รวมถึงชาวบ้านที่ออกมาใช้ชีวิตกันตั้งแต่เช้า ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้แค่ขึ้นมาชมวิว แต่กำลังเดินทางเข้าไปเห็นชีวิตของคนในพื้นที่จริง ๆ

ระหว่างทางเรายังเห็นสายน้ำหลายสายไหลอยู่ตามตีนเขา ทำให้ได้รู้จักสะปันในอีกมุมหนึ่ง เพราะหมู่บ้านแห่งนี้มีลำน้ำปันซึ่งเกิดจากน้ำตกสปันไหลผ่านพื้นที่ และสายน้ำก็เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศที่เห็นอยู่ตลอดทาง เมื่อขึ้นมาถึงจุดชมวิวบ้านห้วยโทน ความรู้สึกแรกคือหายเหนื่อย เพราะวิวตรงหน้าคือภาพ ภูเขาสีเขียวพาโนรามาที่เรียงซ้อนกันออกไปไกลสุดสายตา สูดอากาศอันสดชื่นเข้าเต็มปอด แล้วนั่งมองวิวอยู่พักใหญ่ ก่อนจะรู้สึกว่าที่นั่งรถขึ้นมาบนเส้นทางขรุขระตลอดทางนั้นคุ้มค่าจริง ๆ

อีกหนึ่งภาพที่ทำให้ต้องหยุดมองคือนาขั้นบันได ที่อยู่ตามแนวภูเขา ผืนนาถูกจัดเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นไปตามความลาดชันของพื้นที่ เมื่อมองจากจุดชมวิวจะเห็นแปลงนาสลับกับสีเขียวของภูเขา เป็นภาพที่ทำให้เราได้เห็นทั้งธรรมชาติและวิถีการทำกินของชาวบ้านไปพร้อมกัน กลายเป็นอีกหนึ่งความประทับใจของการเดินทางจากสะปันและห้วยโทนในครั้งนี้





ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผบช.ตชด.สั่งด่วน! ระดมกำลังช่วยอุทกภัยน่าน
ผบช.ตชด.สั่งการด่วน ส่งกำลังพลตำรวจจิตอาสา ชุดช่วยเหลือภัยพิบัติ เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย อำเภอปัว จังหวัดน่าน
สธ. จับมือ ทรู เปิดตัว โดรนทางการแพทย์ ส่งยา-เวชภัณฑ์ ในพื้นที่ห่างไกล
สธ. X ทรู และภาคีเครือข่าย เปิด “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์ (Drone)” เฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม SkyBridge แพลตฟอร์มขนส่งทางอากาศอัตโนมัติครั้งแรกของไทย ปูทางพลิกโฉมโลจิสติกส์สาธารณสุขทั่วประเทศ ประเดิมบินโดรนส่งยา-เวชภัณฑ์ พื้นที่ดอยสูงเมืองน่าน
'น่าน' พื้นที่เสี่ยง! อ.เสรี อัปเดตพายุ 'คาจิกิ' พัฒนาเป็นไต้ฝุ่นรุนแรง เตรียมพร้อมขั้นสูงสุด
ปัจจุบันพายุคาจิกิพัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่นรุนแรง (ศูนย์อุตุฯฮ่องกง) ทำให้มีมีความรุนแรงมากกว่าพายุวิภา โดยคาจิกิสามารถเดินทางไปได้ไกลถึงเมียนมา และสร้างความเสียหายพื้นที่ต่างๆตามเส้นทางในกรอบเฉดสีส้ม และสีเหลือง
ปภ.ส่ง Cell Broadcast เตือน อ.สันติสุข จ.น่าน ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
สถานการณ์ปริมาณฝนในพื้นที่ จ.น่าน พบว่า พื้นที่ อ.สันติสุข มีฝนตกหนักและยังคงตกต่อเนื่อง ขอให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ขยับมาแล้ว! น่านเกิดแผ่นดินไหวขนาด 1.5
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา

