ผลทางคดีหุ้นสื่อไอทีวีของ"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล"ใกล้ถึงจุดพีกเข้ามาเรื่อยๆ
หลังมีข่าวล่าสุด คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต.จะรับรอง พิธา เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ไปก่อน ที่คาดว่าจะออกมาภายในเดือนนี้
จากนั้น กกต.จะมีการพิจารณาสำนวนที่คณะอนุกรรมการไต่สวนที่กกต.ส่งไปให้พิจารณาคดีหุ้นพิธา เพื่อดูว่า มีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ชัดเจนพอหรือไม่ ว่า หุ้นไอทีวีคือหุ้นสื่อ และพิธา มีเจตนา ในการถือครองไว้ก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3)ที่ห้ามผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อก่อนยื่นสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่
โดยถ้า กกต.เห็นว่า พิธา มีเจตนา ก็อาจจะมีการเอาผิด พิธา สองช่องทาง
ช่องทางแรก คือคดีอาญา ตามพรบ.การเลือกตั้งส.ส.ฯ มาตรา 151 ที่มีบทลงโทษรุนแรงไม่น้อย หากถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดคือ
จําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และศาลสามารถสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้มีกําหนดยี่สิบปี
และอีกช่องทางคือ กกต.จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามมาตรา 82 วรรคท้าย ที่บัญญัติว่า ในกรณีที่กกต.เห็นว่าสมาชิกภาพของส.ส.มีเหตุสิ้นสุดลง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลเพื่อวินิจฉัย โดยกรณีของพิธา จะไปตรงกับเรื่อง สมาชิกภาพการเป็นส.ส.สิ้นสุดลงเมื่อ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 ที่ก็คือถือหุ้นสื่อก่อนลงเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของกกต.ทั้งสองช่องทางดังกล่าว
มีจุดสำคัญที่แตกต่างกันมากในเรื่องกระบวนการและเงื่อนเวลาการพิจารณาคดี
คือ ถ้าไปตามมาตรา 82 ส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ คดีจะเดินไปเร็ว เต็มที่ไม่น่าจะเกินหกเดือนก็จบ
ที่สำคัญ หากกกต.ส่งคำร้องไปเร็ว ก่อนวันที่รัฐสภาจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ก็อาจเป็นไปได้ที่ ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะมีคำสั่งให้พิธา หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่การเป็นส.ส.ไว้ก่อน โดยแม้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้บัญญัติว่านายกฯต้องเป็นส.ส. ทำให้แปดพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลยังเสนอชื่อพิธา ชิงนายกฯได้อยู่ แต่จะเป็นเหตุผล ให้สมาชิกวุฒิสภาหรือสว. หยิบยกมาเป็นข้ออ้างในการจะไม่โหวตให้พิธา เป็นนายกรัฐมนตรีได้มากขึ้น
ส่วนการเอาผิดพิธา ตามมาตรา 151 พรบ.การเลือกตั้งส.ส.ฯ กระบวนการ คือ กกต.ต้องมีมติดำเนินคดีอาญากับพิธา จากนั้น ส่งเจ้าหน้าที่ไปแจ้งความกับตำรวจ ในพื้นที่ของสำนักงานกกต. และหากตำรวจมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็ส่งอัยการ โดยหากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็ส่งฟ้องต่อศาลอาญาฯ ปกติ พิธา ก็ตกเป็นจำเลยในชั้นศาล
ซึ่งต้องสู้กันถึงสามศาล คือ ศาลอาญา-ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา ใช้เวลารวมแล้วน่าจะร่วมเกือบสิบปี หากแต่ละฝ่ายมีการยื่นอุทธรณ์และฎีกา
แต่หากอัยการ สั่งไม่ฟ้อง ต้องส่งเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้ ผบ.ตร.มีความเห็น ซึ่งหาก ผบ.ตร. มีความเห็นแย้ง ก็ต้องส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด โดยหากอัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้อง ก็ยื่นฟ้องต่อศาลอาญา แต่หากอัยการสูงสุด ยืนยันสั่งไม่ฟ้อง คดีก็สิ้นสุดลงทันที
โดยไม่แน่เช่นกัน คดีของพิธา มีสิทธิ์พลิกกลางทางได้ เช่น ถึงต่อให้ กกต.และตำรวจ เอาผิด พิธา แต่อัยการ อาจมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ก็ได้ เพราะเคยเกิดกับกรณี หุ้นสื่อของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาแล้วที่ กกต. แจ้งความดำเนินคดีกับธนาธร หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าธนาธรถือหุ้นสื่อ จนหลุดจากส.ส. แต่เมื่อเรื่องถึงอัยการ ทางอัยการสั่งไม่ฟ้อง และแม้ต่อมา ผบ.ตร.ในเวลานั้น เห็นแย้ง ให้สั่งฟ้อง แต่อัยการสูงสุด ก็มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เพราะมองว่า ธนาธร ไม่มีเจตนา คดีจบทันที
ดังนั้น เรื่องคดีอาญา ยังอีกยาวไกล และมีสิทธิ์พลิกได้
อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้สูงที่ กกต.จะยังไม่มีมติดำเนินคดีอาญากับพิธา จนกว่าจะรู้ผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
โดยหากศาลวินิจฉัยว่า พิธา ถือหุ้นสื่อ คาดว่า กกต.คงจะเอาผิดพิธา ในคดีอาญาตามมา เพราะยิ่งทำให้การเอาผิดกับพิธา มีน้ำหนักมากขึ้น แต่หากศาลยกคำร้อง ก็เป็นไปได้ ที่กกต.อาจไม่เอาผิดคดีอาญา กับพิธา ก็ได้เช่นกัน โดยยกเหตุว่า คำวินิจฉัยของศาลมีผลผูกพันกับทุกองค์กร
รูปคดีเฉพาะหน้า พิธาและก้าวไกล จึงต้องโฟกัสไปที่การเตรียมสู้คดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักไว้ก่อน ในยามนี้
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของไทยโพสต์ได้ทุกช่องทางที่
Website : https://www.thaipost.net/
Youtube : https://www.youtube.com/c/ThaipostTV
Facebook : https://www.facebook.com/thaipost Twitter : https://twitter.com/thaipost
Instagram : https://www.instagram.com/thaipost_ig/
Tiktok : https://www.tiktok.com/@thaiposttk?lang=th-TH
Line : https://lin.ee/ukteb32
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
30 ปีไทยโพสต์…ดินสอคนละแท่ง
บางทีชื่อท้ายจดหมายก็น่าสนใจไม่แพ้เรื่องที่เขียนมาครับ ซองนี้ลงชื่อว่า “คนติดไทยโพสต์”
‘กกต.’กางมติคดีฮั้ว แจงยิบข้อกล่าวหา4-7/พิสิษฐ์จี้ใช้มาตรฐานเดียว138สว.
กกต.เปิดมติสอบฮั้วเลือก สว.ทั้ง 427 คน ระบุข้อกล่าวหาที่ 4-7 ส่งศาลฎีกาดำเนินคดีอาญา 77 ราย
ทิศทางหนังไทย ในยุคดิจิทัลเปลี่ยนโลก | ห้องข่าวไทยโพสต์สุดสัปดาห์
ห้องข่าวไทยโพสต์สุดสัปดาห์ : วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569
'พิสิษฐ์' เช็กบิล สว.ส้ม กระตุก 'กกต.' ใช้มาตรฐานเดียวกัน 138 คน
“พิสิษฐ์’ จี้ สว.สีส้ม เข้ากระบวนการแบบที่ 138 คนไม่ใช่ปากบอกประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมไม่ใช่ ตั้ง 5 ข้อสังเกต สงสัย สว.ส้มประชุม ‘จูปิเตอร์’ แต่ทำไมริบโทรศัพท์-แยกสีริสแบน ไล่ดู ‘เทวฤทธิ์-นันทนา’ ล็อกไว้แล้วหรือไม่ ทำไมต้องปิดห้องไม่ให้สื่อเข้า
กกต.ไม่ตกเป็นเป้านิ่งเปิดหมด 427 รายชื่อ ใครโดนร้องใครรอด ใครร่วงดูกันชัดๆ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าว เปิดผลมติ 427รายชื่อ ข้อกล่าวหาที่ 3
นักกฎหมายสรุปง่ายๆ องค์กรอิสระ ใช่ดุลพินิจที่ไม่สุจริต ย่อมนำไปสู่ตาราง!
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก เจาะลึกบทเรียนจากฎีกา 3509/2549 สู่ปัญหาฮั้ว สว.: เมื่อดุลพินิจ กกต. ถูกท้าทายด้วยกฎหมายเหล็ก!

