
รทสช. เจาะฐานบ้านเอื้ออาทรหัวหมาก ตีปี๊บนโยบายเด่นชูสวัสดิการช่วยผู้มีรายได้น้อย ชี้ทุกนโยบายทำได้จริงสานต่อสิ่งที่ บิ๊กตู่ ทำมา 8 ปีถ้าไม่ได้เป็นนายกฯการพัฒนาจะขาดตอน
12 มี.ค.2566-ที่บ้านเอื้ออาทรหัวหมาก เขตบางกะปิ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายเกรียงยศ สุดลาภา นายทะเบียนพรรค ได้ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงช่วย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ อดีตส.ส.กทม. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เขตบางกะปิ-วังทองหลาง โดยมี แกนนำและผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเอื้ออาทรหัวหมาก ร่วมรับฟังนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจำนวนมาก
นายเอกนัฏ กล่าวว่า พรรค รทสช.ได้ออกนโยบายมาหลายข้อ เพื่อสานต่อนโนบาย “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ อาทิ 5 นโยบายเด่นในการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน การเพิ่มสิทธิบัตรสวัสดิการพลัสเป็น 1,000 บาท/เดือน และใช้สิทธิฉุกเฉินกู้ได้อีก 10,000 บาท การตั้งกองทุนฉุกเฉินประชาชนวงเงิน 30,000 ล้านบาท คืนเงิน 30% โครงการปลดหนี้ด้วยงาน’ โครงการคนละครึ่งจะทำต่อ และจะเข้าไปแก้กฎหมายที่รังแกประชาชนและเป็นอุปสรรคการทำกิน นโยบายเหล่านี้จะสามารถทำได้แน่นอน หากพรรครวมไทยสร้างชาติได้เป็นรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ ดังนั้นจะต้องเลือกผู้สมัครของพรรคเพื่อให้เข้าไปเป็นส.ส.เพื่อเลือกพล.อ.ประยุทธ์ไปเป็นนายกฯอีกต่อหนึ่ง
นายเอกนัฏ กล่าวว่า การเขียนนโยบายพรรคเรารู้ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นนโยบายต่อเนื่องทำต่อจากการที่พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯมา 8 ปีจึงรู้ว่าจะมีงบประมาณมาดำเนินการหรือไม่ ดังนั้นทุกนโยบายพิจารณาอย่างดีแล้วว่าทำได้จริงและมีงบประมาณ อย่างไรก็ตามช่วงใกล้ช่วงเลือกตั้งจะมีหลายพรรคการเมืองมาลงพื้นที่นำเสนอนโยบายต่างๆนานาทั้งที่ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ เป็นนโยบายที่สวยหรูแต่ไม่มีงบประมาณ ยิ่งเลือกตั้งเสร็จไม่ได้เป็นรัฐบาลนโยบายเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์
เลขาธิการพรรค รทสช. กล่าวว่า ขอฝากทุกคนถ้าอยากได้ลุงตู่กลับมาเป็นนายกฯต้องเลือกบัตรทั้ง 2 ใบการรวมไทยสร้างชาติและเลือกน.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ อดีตส.ส.ที่เกาะติดพื้นที่มาตลอด การเลือกตั้งในบ้านเราไม่เหมือนต่างประเทศบ้านเราต้องเลือกส.ส.เพื่อให้ส.ส.ไปเลือกนายกฯ การคัดเลือกผู้สมัครของพรรครวมไทยสร้างชาติแม้จะเป็นพรรคใหม่แต่เราเลือกคนที่มีคุณภาพมาให้ประชาชนเลือกเหมือนกับเลือกน.ส.ฐิติภัสร์ ยิ่งใกล้เลือกตั้งจะมีผู้สมัครหน้าใหม่จากหลายพรรคมาเสนอตัวอ้างสารพัด แต่พรรครวมไทยสร้างชาติเราเลือกคนที่มีจิตวิญญาณลงพื้นที่มาตลอดมาให้ท่านเลือกเวลาชาวบ้านเดือดร้อนต้องเลือกคนที่ช่วยเหลือได้
“หลังเลือกตั้งถ้าพรรครวมไทยสร้างชาติได้ส.ส.น้อยลุงตู่ก็ไม่ได้เป็นนายกฯดังนั้นต้องเลือกส.ส.เขตและเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อให้ลุงตู่ได้เข้าไปทำงานต่อ สานต่อนโยบายที่ทำมาแล้วทำอยู่และต้องทำต่อไป ถ้าลุงตู่ไม่ได้เป็นนายกฯการทำงานจะขาดตอน การพัฒนาก็ไม่ต่อเนื่อง เขตบางกะปิได้ 2 เด้งใครที่รักและชอบลุงตู่อยู่แล้วก็เลือกให้กลับมาใหม่ ได้เลือกตั้งลุงตู่และได้เลือกทั้งส.สโอ๋ ”
เลขาธิการพรรค รทสช.ยืนยันว่า รทสช.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจหรือเป็นนั่งร้านให้พรรคการเมืองอื่น แต่เราเป็นพรรคที่มีจุดยืนเป็นของตัวเองเชื่อมั่นในการสร้างความปรองดอง เพราะประเทศชาติบอกช้ำมามากความขัดแย้งน่าจะพอได้แล้วเอาเวลาไปทำมาหากิน พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำที่สร้างความปรองดองทำให้ประเทศชาติเกิดความสงบสุข คนไทยทุกฝ่ายต้องมาช่วยกัน อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่พล.อ.ประยุทธ์ใกล้หมดวาระถ้าอยู่ต่ออีก 1 ปีเศรษฐกิจจะดีกว่านี้มาก แต่ไม่เป็นไรให้ช่วยกันเลือกกลับเข้ามาใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประกาศประชามติแล้ว กกต.ยํ้าการ‘หย่อนบัตร’
นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง
'เอกนัฏ' ลุยช่วย 'เอก สายไหมต้องรอด' หาเสียง กทม. เชื่อตลาดเปิดรับภูมิใจไทยแล้ว
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะนำพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแม่ทัพพื้นที่ กทม. ลงพื้นเขต 11 สายไหม ช่วยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอก สายไหม ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย หาเสียง และขึ้นเวทีปราศรัยย่อยเวทีแรก ของ กทม.
สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ
วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่
นักวิชาการ ชี้ สส.บัญชีรายชื่อ คละบ้านใหญ่-เทคโนแครต สะท้อนการเมืองเน้นนโยบาย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ
ร้อง กกต. คัดค้านพรรคประชาชน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 ใช้เบอร์เดิม
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนันตเดช ธนวิภารัตน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 12 เขตเลือกตั้งที่ 33 และนายธิติพัทธ์ นรวิทยโชติกุล ผู้สมัครหมายเลข 4 เขตเลื
‘ม้ามืดชานเมือง ของภูมิใจไทย อ.นัส เขต 17’
ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ทําการบ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการคัดสรรผู้สมัครที่มีคุณภาพมีความยึดโยงกับประชาชนและพื้นที่เลือกตั้ง

