'นาที รัชกิจประการ' แม่ทัพภาคใต้ภูมิใจไทย เดินสายช่วย ส.ส.เขต 2 สงขลา หาเสียง

“นาที รัชกิจประการ” แม่ทัพภาคใต้พรรคภูมิใจไทยเดินสายช่วย ส.ส.เขต 2 สงขลา หาเสียง ประกาศมั่นใจตอกเสาเข็ม ส.ส.ภาคใต้ 20 ที่นั่งขึ้นไปแน่นอน ขณะที่กระแสด้านลบเกี่ยวกับนโยบายกัญชานั้น ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อฐานคะแนนเสียงพรรค

30 เม.ย. 2566 – เมื่อวันที่ (29 เม.ย.66) เวลาประมาณ 17.00 น. นายเจษฎาพงศ์ ชูแก้ว (รองรักษ์) ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 สงขลา พรรคภูมิใจไทย เปิดเวทีปราศรัยครั้งที่ 3 ณ สวนสาธารณะศุภสารรังสรรค์ (สวนหย่อมท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง)อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี ดร.นาที รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้พรรคภูมิใจไทย แม่ทัพภาคใต้พรรคภูมิใจไทย เดินสายช่วย ส.ส. ภาคใต้หาเสียง หลังจากเสร็จภารกิจเวทีหาเสียงที่จังหวัดพัทลุงช่วงเย็นที่ผ่านมา ก็รีบมาช่วย ส.ส.สงขลาหาเสียงในพื้นที่เขต 2 สงขลา ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่หนึ่งที่พิเศษที่น่าจับตามอง เพราะหาดใหญ่-สงขลาถือว่าเป็นเมืองหลวงของภาคใต้ อีกทั้งเป็นบ้านเกิดของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬาและมีประชาชนร่วมฟังการแสดงวิสัยทัศน์กว่า3,000 คน

ดร.นาที รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้พรรคภูมิใจไทย อ้อนชาวหาดใหญ่ให้รองรักษ์ลูกหลานชาวหาดใหญ่ได้สานต่อนโยบายผลักดันให้พัฒนาสงขลา ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาจังหวัดสงขลามี ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทยเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการทำงานอย่างเต็มที่ เสมือน รมต.พิพัฒน์ ทำงานเพียงขาข้างเดียวเท่านั้น ครั้งนี้จึงขอโอกาสให้ลูกหลานทั้งสองคนนี้ รวม่ทั้งสะใภ้หาดใหญ่ได้ร่วมกันทำงานเพื่อชาวหาดใหญ่ได้เต็มที่สักที จากการลงพื้นที่ ยังคงมั่นใจว่าพรรคภูมิใจจะได้ ส.ส. ภาคใต้ 20 ที่นั่งขึ้นไป ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะมีกระแสด้านลบเกี่ยวกับนโยบายกัญชาก็ตาม

” การใช้กัญชามีมากว่า 2,000 ปีก็ว่าได้ เราไม่เคยพูดว่าจะใช้ในเรื่องของสันทนาการ แต่ปลดล็อคกัญชาทางการแพทย์ ที่จะช่วยสร้างด้านเศรษฐกิจให้เติบโตหลายด้าน ดังนั้นกระแสด้านลบที่เกิดขึ้น มั่นใจว่าไม่มีกระทบต่อฐานคะแนนเสียงพรรคภูมิใจไทยแน่นอน” ดร.นาทีกล่าว

ทางด้าน นายเจษฎาพงศ์ ชูแก้ว ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย เขต 2 สงขลา กล่าวว่า กระแสดีขึ้นเรื่อยๆ ลงพื้นที่เสมือนตนเองเป็นดารา ประชาชนมาขอถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด จึงมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าจะได้รับความไว้วาวใจจากชาวหาดใหญ่ให้ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวหาดใหญ่ให้ได้ภายใน 7-8 เดือน

ดังนั้นจึงเป็นผลงานที่อยากทำเพื่อบ้านเกิดและเติบโตที่นี่ ฉะนั้นสำนึกรักถิ่นฐานบ้านเกิดเป็นจิตสำนึกของคนใต้อยู่แล้ว จึงมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง และเห็นได้จากการทำงานของ รมช.การท่องเที่ยวฯ แม้ไม่มี ส.ส.ในพื้นที่ก็ตาม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการชี้ Thailand FastPass จุดเปลี่ยนปฏิรูประบบราชการไทย ปลดล็อกคอขวดลงทุนไทย หนุนเป้าลงทุน 7 แสนล้าน แนะเข้มตรวจสอบ ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงการเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass อย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ว่า

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ

'อนุทิน' สวนเจ็บ 'ไอซ์ รักชนก' จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน ไม่ต้องมายุ่งเรื่องพรรคคนอื่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทย ในระยะเวลา 1 ปี ทั้งในส่วนของสส.และกรรมาธิการ มองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนองเรียกร้องให้สส.ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้องโครงการของพรรคตนเอง ว่า

'ไอติม' ข้องใจ 'ภท.' รีบปฏิเสธข้อมูลใหม่เลือกตั้ง สสร. ถามหรือมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่

ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้หาก 'ภูมิใจไทย' จริงใจที่จะหาแนวทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. เสนอว่าเราทุกฝ่ายควรหารือร่วมกันอย่างจริงจัง

ซํ้ารอย‘ประชามติ’ ชี้คำปรึกษาไม่ใช่คำวินิจฉัย/จับตาลงมตินิรโทษฯ

ปธ.วิปรัฐบาลดักทางฝ่ายค้าน ขอพบประธานศาล รธน. หวั่นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยซ้ำรอยปมประชามติจะแพ้ฟาวล์ทั้งกระบวนการ “พท.” เสียงแตกหวั่นเลือก ส.ส.ร.ทางตรงแล้วมีปัญหา

'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน

ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่