"เอกนัฏ" ลุยช่วย "เอก สายไหมต้องรอด" หาเสียง กทม. เชื่อตลาดเปิดรับภูมิใจไทยแล้ว หลังผลโพลมี 50 % ยังไม่ตัดสินใจ มองกระแส "ลุงหนู" ตาม "ลุงตู่" มาติดๆ พร้อมดันกระแสชาตินิยม ขายคน กทม. ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยย่อย ชงดรีมทีมภูมิใจไทย เลือก "เอกภพ" ได้พลัส "อนุทิน-เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์"
2 มกราคม 2569 - เวลา 16:40 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะนำพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแม่ทัพพื้นที่ กทม. ลงพื้นเขต 11 สายไหม ช่วยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอก สายไหม ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย หาเสียง และขึ้นเวทีปราศรัยย่อยเวทีแรก ของ กทม.
นายเอกนัฏ เริ่มการปราศรัย โดยระบุว่า วันนี้เอกภพมาคู่กับเอกนัฏ ตนไม่ชอบอ้อมค้อม เที่ยวนี้พรรคภูมิใจไทยมาใช้บริการเอกนัฏ ที่มีประสบการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่อายุ 25 ปี เที่ยวนี้ทั้ง 33 เขต คัดคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นอย่างดี พร้อมบอกว่านายเอกภพ ถือเป็นรักแรกพบ เราจะลบคำสบประมาทว่าตัวดีไม่มีกระแส รอบนี้มั่นใจว่าชาวกรุงเทพฯ ให้การตอบรับมากกว่าคราวที่แล้ว
นายเอกนัฏ ระบุต่อว่า ในช่วงเลือกตั้งจะมีพรรคอื่นโฆษณาว่าได้เงิน 300 บาท ได้ 400 บาท บางพรรคพูดเรื่องค่าแรง เบี้ยต่างๆ บางพรรคบอกถึงว่าจะให้เงินเปล่า แต่หากไม่มีเงินเข้ามาในระบบจะทำนโยบายได้อย่างอย่างไร เป็นเพียงความฝันนโยบายลมๆ แล้งๆ แต่พรรคภูมิใจไทยไม่ทำแบบนั้น วันนี้เราขายนโยบายพยาบาลอาสา ทหารอาสา และสามารถบอกได้ว่าจะนำงบประมาณส่วนใดมาจัดสรรให้เป็นค่าตอบแทน ตนจึงอยากย้ำว่า รอบนี้ภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิมที่มี นโยบายที่ทำได้จริง บอกวิธีทำและใครเป็นผู้ทำทั้งนางสาวศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอก นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ขอชวนเลือกนายเอกภพพลัสภูมิใจไทย และเมื่อท่านเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะได้พลัสเอกนัฏ ทีมสุดซอยปราบทุนเทา พลัสเอกนิติ ขุนคลังมืออาชีพ พลัสศุภจี หญิงแกร่งมืออาชีพ พลัสสีหศักดิ์ ทำไทยเป็นไทยในเวทีโลก ตนจึงขอฝากดรีมทีมภูมิใจไทยกับคนสายไหม
ทั้งนี้ นายเอกนัฎ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) หลังจากช่วงปีใหม่ ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับพี่น้องประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ โดยกล่าวยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมี สส.ในพื้นที่ กทม. ทำให้ผู้สมัครของเราต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น โดยในช่วงปีใหม่ตนได้สั่งให้ผู้สมัครลงพื้นที่ ซึ่งตน และนางสาวศุภมาส อิศรภักดี แกนนำ และแม่ทัพ กทม. พรรคภูมิใจไทย มีการตรวจการบ้านทุกวัน เพราะเป็นจังหวะที่ดี เนื่องจากหลายหมู่บ้านมีการทำบุญตักบาตร จึงให้ผู้สมัครไปร่วมทำกิจกรรมให้มากที่สุด ทำให้ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 33 เขต ลงพื้นที่ตั้งแต่เช้ายันค่ำ
นายเอกนัฏ ย้ำว่า สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือใจถึงใจ เข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด ส่วนเรื่องเสียงตอบรับ ตนมองว่า เสียงตอบรับดี และมีกำลังใจในการลงพื้นที่ ซึ่งพบว่าผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวเลือกหนึ่งของประชาชนในพื้นที่ กทม. ที่อยู่ระหว่างการรอตัดสินใจ ดังนั้นในช่วง 30 ถึง 40 วันนี้เป็นช่วงที่สำคัญที่สุด และจะเห็นได้ว่าจากผลโพลมีอีกประมาณ 40 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ตัดสินใจ
“เรารู้ว่า สนามกรุงเทพฯ ของพรรคภูมิใจไทย เป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่คนอย่างผมไม่เคยย่อท้อ ความท้าทายผมชอบ ผมเผชิญกับความท้าทายมาตลอดชีวิต และผมบอกทุกครั้งว่าเรามีแต่ความตั้งใจ เที่ยวนี้สนามกรุงเทพฯ เปิด แม้คนจะยังไม่ตัดสินใจ แต่ก็พร้อมจะรับฟังนโยบายของทุกพรรคการเมือง และเที่ยวนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นคนกรุงเทพฯ สนใจภูมิใจไทยเป็นพิเศษ” นายเอกนัฏ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กระแสลุงหนู (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) พอจะจะสู้ลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา) ได้หรือไม่ นายเอกนัฏ ระบุว่า “ลุงหนูก็มาตามลุงตู่” พร้อมกล่าวต่อว่า จากที่ได้สัมผัสคนกรุงเทพฯ ในรอบนี้สนใจในนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา ถูกถามเสมอว่าจะมีการสร้างกำแพงชายแดนหรือไม่ เพราะไม่อยากให้ภารกิจของรัฐบาลในการสถาปนาพื้นที่ชายแดน และการรักษาอธิปไตยสูญเปล่า โดยพรรคภูมิใจไทยก็ยืนยันกลับไปว่า เราพูดแล้วทำ การสร้างกำแพงเราทำจริงแน่นอน เพื่อป้องกันภัยทุกมิติ และคนกรุงเทพฯ อยากเห็น นโยบายสนับสนุนกองทัพที่แข็งแกร่ง
ส่วนการที่พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวดรีมทีม จะได้เห็น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว จะช่วยพรรคภูมิใจไทยหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิม ประกาศนโยบายชัดเจน พูดถึงวิธีการทำนโยบายด้วย ยิ่งไปกว่านั้นบอกถึงขั้นว่า หากเลือกพรรคภูมิใจไทย ได้นายกฯ ที่ชื่ออนุทินแล้ว จะมีมืออาชีพทั้ง 3 คนมาร่วมรัฐบาลด้วย นั่งกระทรวงสำคัญที่เป็นยุทธศาสตร์
ในช่วงท้าย นายเอกนัฏ กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสที่จะปักหมุดในพื้นที่ กทม. แน่นอน ซึ่งเราพร้อมจะฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวงเข้าสู่เส้นชัยให้ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลไม่ง่าย เกมนี้ใหญ่กว่าความพอใจของกองเชียร์
193 เสียงของ พรรคภูมิใจไทย ทำให้พรรคเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างชัดเจน แต่รัฐบาลผสมในสภา 500 เสียงไม่ใช่แค่การบวกตัวเลขให้ผ่านเกณฑ์ หากคือการออกแบบโครงสร้างอำนาจให้แกนนำยังเป็นแกนนำจริง ทั้งในวันตั้งรัฐบาลและวันที่สถานการณ์เปลี่ยน
เกมลดอำนาจต่อรอง'พรรคร่วม' 'น้ำเงิน'กุมสภาพ'หล่อเลือกได้'
พ้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์มา 1 สัปดาห์พอดี แต่ควันหลงการลงคะแนนเลือกตั้งยังไม่จบ หนำซ้ำกลับยิ่งอลหม่าน เริ่มต้นจากกรณีเขต 1 ชลบุรี ที่มีมวลชนในนาม "นับใหม่" ไปเฝ้าหีบบัตรเรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่ เนื่องจากพบสิ่งผิดปกติหลายประการ
กกต. ย้ำ บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่กระทบหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับ
กกต. ยันอีกรอบ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่กระทบหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรธน.
ยังไม่ถึงคิวกล้าธรรม! พรรคเล็กมอบตัวภูมิใจไทยเพิ่มอีก ขอกองเชียร์น้ำเงินให้รอดูหน้าตารัฐบาลก่อน
"โฆษกภูมิใจไทย" เผย "พรรคมิติใหม่" แสดงเจตจำนงหนุน "อนุทิน" เป็นนายกฯเพิ่มอีกพรรค ส่วนทาบทามพรรคร่วมฯ ที่ประชุมมอบหัวหน้า-เลขาฯ คุย โยน กกต. เคลียร์ความชัดเจน หลังมวลชนกังขาผลเลือกตั้ง
โซเชียลลุ้น 'สมศักดิ์-สุริยะ' นั่งรัฐมนตรีกระทรวงไหน?
ชาวเน็ตลุ้นระทึก หลังเพื่อไทยหารือภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล จับตา 2 นักการเมืองรุ่นใหญ่จะได้นั่งคุมกระทรวงใดอีกครั้ง พร้อมขุดคำพูด “ผมถนัดเป็นรัฐบาล” กลับมาล้อเลียน
'แขก' อบรม 'ไอซ์' ปมแดงจูบปากน้ำเงิน ลั่นปชต.เริ่มต้นจากเคารพเสียงปชช.
นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ “แขก” พิธีกรชื่อดัง ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่าเขียนให้รักชนกอ่าน

