ไอติม กระทุ้ง กกต. ขยายเวลาออกเสียงประชามตินอกเขต ชี้มี 9 แสนคนตกหล่น

ขอบคุณรูปภาพจากเพจ พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu

6 ม.ค. 2569 – นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กกต. ควรขยายเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-ออกเสียงประชามตินอกเขต อย่างน้อย 3 วัน จนถึง 8 มกราคม 2569 เพื่อคุ้มครองสิทธิและอำนวยความสะดวกประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยที่ไม่ขัดกับกฎหมาย-ระเบียบที่มีอยู่ และโดยที่ กกต. ยังมีเวลาเพียงพอสำหรับงานธุรการที่จะตามมาในขั้นตอนถัดไป ]

ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เพิ่งสิ้นสุดวันที่ 5 ม.ค. ไป ซึ่งเท่ากับว่าหมดเขตการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและการออกเสียงประชามตินอกเขต สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางไปเลือกที่หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันที่ 8 ก.พ. (เช่น ทะเบียนบ้านอยู่จังหวัด ก. แต่ท่านใช้ชีวิตอยู่ในจังหวัด ข.)

ยอดลงทะเบียน หากนับถึงสิ้นสุดวันที่ 4 ม.ค. (24 ชั่วโมงก่อนหมดเขต):

(1) ยอดลงทะเบียน “เลือกตั้งล่วงหน้า” = 1,531,729 คน

(2) ยอดลงทะเบียน “ออกเสียงประชามตินอกเขต” = 620,476 คน

จริงอยู่ ว่าตัวเลข (1) ยังถือว่าต่ำกว่ายอดลงทะเบียน “เลือกตั้งล่วงหน้า” เมื่อการเลือกตั้ง 66 (ซึ่งเกิน 2.1 ล้านคน) แม้เป็นไปได้ว่าคนจะแห่มาลงทะเบียนเยอะใน 24 ชั่วโมงสุดท้าย

แต่ตัวเลขที่ **น่ากังวลที่สุด** คือตัวเลขส่วนต่างระหว่าง (1) กับ (2) ซึ่งอยู่ที่ 911,253 คน – สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นเพราะห้วงเวลาในการลงทะเบียนสำหรับ (2) มีเพียงทั้งหมด 3 วัน (3-5 ม.ค.)

นั่นหมายความว่า หากเรายึดตัวเลข ณ 24 ชั่วโมงก่อนหมดเขต:

ยังมีประชาชนอย่างน้อย 911,253 คน ที่ไม่สะดวกไปเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันที่ 8 ก.พ. จึงตัดสินใจลงลงทะเบียนเพื่อ “เลือกตั้งล่วงหน้า” ในวันที่ 1 ก.พ. แต่ยังไม่ได้ลงทะเบียน “ออกเสียงประชามตินอกเขต”

ประชาชนอย่างน้อย 911,253 คนนี้ มีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ได้ออกเสียงประชามติ เพราะวิธีการเดียวที่เขาจะได้ออกเสียงคือการกลับไปออกเสียงที่หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันที่ 8 ก.พ. แต่หากเขาสะดวกกลับไป พวกเขาคงไม่มาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ามาตั้งแต่ต้น

ผมไม่รู้ว่าตัวเลขตอนสิ้นสุดวันที่ 5 ม.ค. จะลงเอยที่เท่าไร โดย กกต. ควรเร่งเปิดเผยยอดให้เร็วที่สุด

แต่ผมเห็นว่าหากช่องว่างระหว่าง (1) ยอดลงทะเบียน “เลือกตั้งล่วงหน้า” กับ (2) ยอดลงทะเบียน “ออกเสียงประชามตินอกเขต” ยังห่างอย่างมีนัยสำคัญ ทาง กกต. ควรขยายเวลาการลงทะเบียนสำหรับ 2 เรื่องดังกล่าวออกไปอีกอย่างน้อย 3 วัน จนถึงวันที่ 8 มกราคม 2569

ผมเข้าใจดีว่า กกต. ถูกล็อกตามกฎหมายและระเบียบว่า

– กกต. จะต้องประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และ ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน ซึ่งคือภายในวันที่ 13 มกราคม 2569

– กกต. จะต้องกำหนดห้วงเวลาในการลงทะเบียน “เลือกตั้งล่วงหน้า” กับ “ออกเสียงประชามตินอกเขต” เป็นห้วงเวลาเดียวกัน – หากจะขยายเวลาลงทะเบียน จะต้องขยายเวลาของทั้ง 2 เรื่องไปพร้อมๆกัน

ดังนั้น เพื่อให้ กกต. ทำเต็มที่ในการคุ้มครองสิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติของประชาชน และเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-ออกเสียงประชามตินอกเขต ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ ผมเห็นว่า กกต. ควรขยายเวลาการลงทะเบียนสำหรับ 2 เรื่องดังกล่าวออกไปอีกอย่างน้อย 3 วัน จนถึงวันที่ 8 มกราคม 2569 ซึ่งจะยังทำให้ กกต. มีเวลา 4-5 วัน (9-13 มกราคม 2569) ในการดำเนินการทางธุรการเพื่อให้ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และ ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ได้ทันภายในวันที่ 13 มกราคม 2569 ตามที่กฎหมายกำหนด

.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2 ปียังสอบไม่เสร็จ! กกต. แจงเส้นเงิน 8.6 แสน นักการเมืองอำนาจเจริญโอนให้เจ้าหน้าที่ กกต. อยู่ในสำนวน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจง กรณีมีการเปิดเผยข้อมูลในคดีฮั้วสว. พบเส้นทางการเงินในจังหวัด อำนาจเจริญ โดยมีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ของสำนักงานกกต. จำนวน 13 ครั้ง

'ไอติม' กาหัว 'กกต.' แจงเส้นเงินนักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย'

'ไอติม' ให้เวลา กกต. 1-2 วัน แจงเส้นเงิน 8 แสนของ 'ญานี' นักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย' โอนเข้ากระเป๋าพนักงานสอบสวน กกต. ช่วงเลือก สว. จี้ เร่งชี้แจง-ส่งศาลฟันฮั้ว เตือนอย่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งเลือกตั้งใหม่ 'นายก อบจ.ขอนแก่น' คดีใบเหลือง 'วัฒนา ช่างเหลา'

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาหมายเลขดำที่ ลต.อบจ.1/2569 ระหว่าง กกต.ผู้ร้อง กับ นายวัฒนา ช่างเหลา ผู้คัดค้าน เรื่อง พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ขอให้มีการเลือกตั้ง นายก อบจ.ใหม่) 

อดีตผู้พิพากษา ถอดรหัสกม.ฮั้วสว. เหตุใดตัดสิทธิทางการเมือง จึงไม่ควรอิงมาตรฐานเดียวกับคดีอาญา

การส่งหลักฐานอันควรเชื่อได้ไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อปกป้องระบบ มิใช่การทำหน้าที่เป็นศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อลงโทษตัวบุคคล