เวทีปราศรัยใหญ่ ปชป. เดือด! 'สกลธี' ย้ำเลือกพรรคสีฟ้าไล่เมฆดำทุนเทา

11 ม.ค.2569-ที่เวทีปราศรัยพรรคปชป. สวนเบญจกิตติ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขึ้นเวทีปรายศรัยกล่าวตอนหนึ่งว่า ตนขอมาเปิดฟ้าของกรุงเทพฯ ให้กลับมาสว่าง สุจริต มาไล่เมฆดำ ไล่ทุนเทา ไล่ความอยุติธรรม นักการเมือง หรือพรรคการเมืองที่ไม่โปร่งใส ไม่ใช่แนวทางของประชาธิปัตย์ เพราะเราจะทำการเมืองสุจริตไปด้วยกัน

นายสกลธี กล่าวว่า วันนี้ประชาธิปัตย์จะมาขอทวงคืนพื้นที่ในกรุงเทพฯ ขอโอกาสให้พวกเราและทีมผู้สมัคร สส.กรุงเทพ ทั้ง 33 คน แม้ถึงบางคนจะไม่เคยลงการเมือง บางคนเป็นนักบริหาร บางคนเป็นอดีตข้าราชการ บางคนเป็นคนในพื้นที่ บางคนเป็นคนรุ่นใหม่ บางคนเป็นแรพเปอร์ บางคนมีธุรกิจของตัวเอง บางคนประสบความสำเร็จในชีวิตไปแล้ว แต่ทุกคนมาอยู่ตรงนี้ เพื่อมาเป็นผู้สมัคร สส.กทม ด้วย และเรามีเจตจำนงเดียวกัน คือ  ประชาธิปัตย์อยากเปลี่ยน เพราะเราอยากได้ความสุจริต เราอยากทำงานการเมืองด้วยความซื่อสัตย์ เราอยากใช้ความรู้ความสามารถมาแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพ เพราะหากเลือก สส.ผิดชีวิตเปลี่ยน ดังนั้นหากประชาชนเลือก สส.ดี ชีวิตพ่อแม่พี่น้องต้องดีขึ้น

“ทำไมผมถึงกล้าพูดแบบนี้ เพราะการเมืองสุจริต ต้องเริ่มที่ฟันเฟืองแรก คือ ตัว สส. เราไม่มีผู้สมัครบ้านใหญ่ เรามีแต่ผู้สมัครหน้าใหม่ แต่ความรู้ ความสามารถใหญ่คับบ้าน เราไม่มีผู้สมัครเจนจัด แต่เรามี ผู้สมัครใจใหญ่ ที่เดินเข้ามาสมัครที่พรรคด้วยหัวใจเดียวกัน เราไม่มีผู้สมัครทุนหนา แต่เรามี ผู้สมัครปริญญาหนา ความรู้ความสามารถเป็นปึก ดีกรี ดอกเตอร์หลายคน เราไม่มีผู้สมัครวัยเดียว แต่เรามีการผสมผสาน เพื่อบอกว่าเราอยู่กันได้ และยืดหยุ่นพอที่จะอยู่ร่วมกับความต่างได้อย่างสันติสุข พลังของคนรุ่นใหม่บวกประสบการณ์ของคนรุ่นเก่า เท่ากับความสำเร็จ โดยอันนี้ผมขอยืมคำพูดของน้อง วี ผู้สมัคร เขต 23 มาใช้เพื่อให้เห็นภาพ“

นายสกลธี กล่าวว่า ขอบอกว่าคณะกรรมการคัดสรร ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าอภิสิทธิ์ พี่กรณ์ พี่องอาจ ตัวผม และมล.อภิมงคล เราได้คัดสรรผู้สมัครจากกว่า 150 คนที่เดินเข้ามาสมัคร ตามแคมเปญ สส. ที่ดี คุณเองก็เป็นได้นะ อันนี้ผมนับถือหัวใจของพี่ๆ น้องๆ จริงๆ ที่เดินก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รู้จักใคร เหมือนตัวผมในวันที่ก้าวเข้ามาที่พรรคนี้ เป็นครั้งแรกแต่พรรคก็ให้โอกาส กับคนใหม่ที่ไม่มีเส้นสายอย่างตน

“นี่เป็นครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีผู้ให้ความสนใจเดินเข้ามาสมัครด้วยตัวเองกับทางพรรคมากมายขนาดนี้ ทำให้คณะกรรมการคัดเลือกด้วยความยากเป็นอย่างยิ่ง โดยกระบวนการคัดสรรของเราคราวนี้ มีทั้งคัดเลือกจากประวัติการศึกษาและการทำงาน การทดสอบปฏิภาณไหวพริบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมทั้งบุคลิกภาพ อุดมการณ์ทางการเมือง และการสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล หลายคนถามครับว่า ทำไมกระบวนการมันต้องยุ่งยากขนาดนี้ ก็เพราะพรรคประชาธิปัตย์ เราทำเพื่อพี่น้องชาวกรุงเทพฯ อย่างจริงจัง”

“ในผู้สมัครทั้ง 33 คนนี้ มีเพียง 5-6 คนเท่านั้น ที่เป็นคนเก่าและเคยลงเลือกตั้งกับทางพรรคเมื่อปี 2566 ที่เหลือเป็นคนใหม่ทั้งสิ้น ผมต้องขอขอบคุณพี่ๆ และผู้ใหญ่ของพรรคหลายท่านที่เสียสละขึ้นบัญชีรายชื่อบ้าง ถอยไปเป็นกำลังสนับสนุนอยู่ข้างหลังบ้าง เพราะเห็นว่าการกลับมาของหัวหน้าอภิสิทธิ์ในครั้งนี้เป็นการฟื้นฟูและเปลี่ยนแปลงพรรคครั้งใหญ่ เพื่อส่งมอบให้กับคนรุ่นต่อไป อันเป็นจุดเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ ที่สร้างบุคลากรทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่องมากมายและเป็นสถาบันการเมืองที่อยู่ยั้งยืนยงมาถึง 80 ปี“ นายสกลธี เน้นย้ำ

นายสกลธี บอกต่อว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเจ้าของ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่ของนายอภิสิทธิ์  ไม่ใช่ของนายชวน ไม่ใช่ของนายกรณ์ ไม่ใช่ของนายองอาจ ไม่ใช่ของตน และไม่ใช่ของใคร แต่เป็นพรรคของคนไทยทุกคน เป็นสถาบันที่จะส่งมอบต่อให้กับคนรุ่นหลัง ที่อยากทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองต่อไป และนี่คือสิ่งที่ไม่มีพรรคการเมืองไหนในประเทศไทยเป็นแบบนี้

”การกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้งของหัวหน้าอภิสิทธิ์ในคราวนี้ ได้สร้างปรากฏการณ์ซึ่งทำให้หลายคนที่เคยเดินจากพรรคไป กลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง จำนวนมากมายและอีกจำนวนมากอาสามาช่วยหัวหน้าอภิสิทธิ์ เพื่อกอบกู้พรรคให้กลับไปสู่จุดเดิมที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง“ นายสกลธี กล่าว

นายสกลธี บอกอีกว่า อีกปรากฏการณ์ จากคนเคยรักมาเป็น “คนอยากรักอีกสักครั้ง” หรือจะเรียกได้ว่าปรากฏการณ์  “ ถ่านไฟเก่า ” ไม่ใช่ว่าจะเกิดกับผมหรือแค่กับคนในพรรคเท่านั้นครับ ตอนนี้ไม่ว่าจะลงพื้นที่ หรือไปที่ไหนกับหัวหน้า โดยเฉพาะตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าไปที่ไหนจะมีคนพูดตลอดว่า ดีใจมากที่หัวหน้ากลับมาบ้าง รอมานานแล้ว กลับมาเสียทีบ้าง ไม่ได้เลือกมานานแต่จะกลับมาเลือกแล้วนะ

”แต่ที่กินใจผม จนน้ำตาซึมก็คือคุณพี่ท่านหนึ่ง ผมจำได้ดีว่าเป็นที่ทุ่งครุ ตอนที่เดินช่วยผู้สมัคร สส.กทม. ชยิน เขต 25 หมายเลข 2 หาเสียง คุณพี่ท่านนี้เดินพุ่งเข้ามาหาหัวหน้า แกเดินพุ่งมาจับมือหัวหน้าแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้ได้เดินจากพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว แต่ในวันที่หัวหน้ากลับมา เค้าพร้อมที่จะกลับมาเลือกประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง” นี่แค่ตัวอย่างเดียว แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนมาก ที่แสดงออกแบบนี้ต่อพวกเรา เวลาลงพื้นที่หาเสียง ผมว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ รู้ว่าการกลับมาครั้งนี้ มันยิ่งใหญ่และเป็นความหวังของคนจำนวนมากแค่ไหนในยามที่การเมืองขาดผู้นำที่ครบเครื่องแบบนี้“ นายสกลธี ย้ำหนักแน่น

นายสกลธี กล่าวด้วยว่า นอกจากปรากฏการณ์ “อยากรักอีกสักครั้ง” แล้ว ยังอีกปรากฏการณ์หนึ่ง ที่ประชาชนแสดงออกต่อพวกเราจำนวนมากเช่นกัน นั่นก็คือ “รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง“  ซึ่งอีกจำนวนมากที่ตลอดชีวิตเลือกพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด และประชาชนเหล่านี้ดีใจสุดสุดกับการกลับมาของหัวหน้าอภิสิทธิ์ใครมาเป็นตนแล้วเจอแบบนี้ทุกวันคงไม่ไหว ตนต้องกลั้นฮึบๆ เดินหนีเพราะมันพาลจะร้องตาม

”ทุกวันนี้ ผมเชื่อว่า หลายคนยังมีคำถาม ยังไม่รู้ว่าจะเลือกพรรคอะไร หรือจะเลือกใคร หรือจะเลือกขั้วไหนดี หนักเข้ายิ่งงงเพราะมีคนชวนให้เลือกแบบยุทธศาสตร์อีก แบบที่ว่าไม่เลือกเราเค้ามาแน่ เทกันเถอะอย่าให้คะแนนทิ้งน้ำ ดังนั้นประชาชนลองถามตัวเองดูครับว่า อะไรที่คุณจะไม่ทน ถ้าเป็นเรื่อง คอรัปชั่น ทุจริต การเมืองแบบเทาๆ ประเภทเอาเงินชั่วมาทุ่มซื้อคะแนนเสียง ได้อำนาจรัฐแล้วจะถอนทุนคืน ใช้อำนาจประกอบธุรกิจเทา แล้วเอาเงินมาซื้อเสียงอีกเป็นวงจรอุบาทว์ซ้ำไปซ้ำมาไม่จบสิ้น คือสิ่งที่เราจะไม่ทน  ดังนั้นประชาชน ควรเลือกประชาธิปัตย์ครับ เพราะอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ คือการเมืองสุจริต”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สกลธี' เผย ปชป. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงคดี 'ชัยชนะ' ก่อนมีมาตรการตามข้อบังคับพรรค

นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีของนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ถูกแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาทำร้ายร่างกาย รองผู้กำกับ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า เรื่องดังกล่าวพรรคฯจะมีความชัดเจนใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

'โจ มณฑานี' เย้ย ปชป. มาถึงจุดที่ไม่มีใครเอา กระแสข่าวตั้งรัฐบาลส้ม เขียว แดง ก็ยังไม่มีฟ้าเลย

โจ มณฑานี ตันติสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โหวตเตอร์พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สิ่งที่พี่สังเกตเห็นในกระแสข่าวรัฐบาลส้มโอแดงคือ ไม่มีฟ้าอยู่ในนั้นเลย มาถึงจุดที่เป็นพรรคที่ทุกฝั่งลืมได้ไงเนี้ย

'ชัยชนะ' ฟาด 'เอกนิติ-ศุภจี' แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ เหน็บควรกินน้ำมันตับปลา สมองจะได้ดีขึ้น

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน ว่า ต้องให้พรรคประชาชนเป็นผู้ยื่น เมื่อไหร่ที่ฝ่ายค้านมีมติว่ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะนำเรื่องกลับหารือแต่ละพรรค ยืนยันว่ามีความพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งต้องดูไทม์ไลน์ว่าพรรคประชาชนกำหนดช่วงไหน เพราะเมื่อเปิดสภามา

ปชป. จัดหนัก! ร้อง ป.ป.ช.-มท. เชือด 'สก.ส้ม' เสียบบัตรแทนกัน

'โฆษก ปชป.' พร้อม สก. แถลงลุยสอบปมสภา กทม. ลงมติแทนกัน เล่าเหตุการณ์วินาทีโหวต เตรียมร้อง ป.ป.ช.-มท. ย้ำไม่ได้กลั่นแกล้งทางการเมือง แต่ต้องร่วมสร้างความโปร่งใส

รู้ผลไม่เกินสี่ทุ่ม ชิงเก้าอี้ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด 'เศกสิทธิ์-นิรันดร์' สู้กันเอง หลังพรรคเขียวหลีกทาง

จังหวัดร้อยเอ็ด มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดหรือนายกฯอบจ.ร้อยเอ็ด ที่มีผู้สมัครแข่งขันชิงเก้าอี้นายกฯอบจ.ร้อยเอ็ดรอบนี้สามคน

'กรณ์' ฉายภาพวิกฤตศก.ไทย-โลก เตือนไม่รื้อโครงสร้างงบประมาณ ปีหน้าไทยอาจเสี่ยงไร้เงินใช้จ่าย

‘กรณ์’ ฉายภาพวิกฤตเศรษฐกิจไทย-โลก สะท้อนปัญหาสังคมสูงวัย-เด็กเกิดน้อย-ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เตือนหากไม่รื้อโครงสร้างงบประมาณ ปีหน้าไทยอาจเสี่ยงไร้เงินจ่าย หนุนสังคายนางบฯ และปฏิรูปการเมืองด่วน