"อภิสิทธิ์" สวมเสื้อปุ๋ยสูตร 27-27-27 ใช้แล้วประเทศไทยโตไว เดินสายขอคะแนนเสียงจากแม่ค้าพ่อค้าตลาดสดหน้าสถานีรถไฟจังหวัดพิษณุโลก
22 มกราคม 2569 - เมื่อเวลา 17.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เดินสายหาเสียงที่ จ.สุโขทัยและ จ.พิษณุโลก โดยในวันนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้สวมเสื้อปุ๋ยสีเทาแขนยาว สูตร 27-27-27 ใช้แล้วประเทศไทยโตไว หลังจากหาเสียงจาก จ.สุโขทัยแล้ว ได้เดินทางหาเสียงที่ บริเวณตลาดสดหน้าสถานีรถไฟจังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอคะแนนเสียงจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าตลาดสดหน้าสถานีรถไฟจังหวัดพิษณุโลก และหาเสียงช่วยนางนิรัญ ดอนสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พิษณุโลก เบอร์ 6 ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ทราบว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาถึงหน้าร้านค้าต่างขอถ่ายรูปกันจำนวนมาก
โดยหลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทักทายขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้าแล้ว ได้กล่าวปราศรัยกับพ่อค้าแม่ค้า ว่า วันนี้ได้ขอมากล่าวทักทายชาวพิษณุโลก ตนเองได้กลับมาทำงานการเมืองอีกครั้ง เพราะต้องการให้การเมืองเดินหน้าไปได้ โดยต้องเริ่มต้นจากการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้เป็นเมืองสุจริต เพราะปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาทุนเทาเป็นปัญหาสำคัญของการพัฒนาประเทศในขณะนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด และต้องการให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองต้องมีผลประโยชน์ของพี่ประชาชนเท่านั้น เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้นโยบายที่ดี มีรัฐบาลที่ดี มีเศรษฐกิจ และชีวิตที่ดี
เที่ยวนี้การกลับมาของพรรคประชาธิปัตย์มาพร้อมกับนโยบายที่ดี ที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโต พ่อค้าแม่ค้าก็จะทราบดีว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ตกต่ำมาเป็นเวลานานพอสมควร ทำให้การค้าขายฝืดเคือง กำลังซื้อน้อยลง เพราะประชาชนคาดกำลังซื้อเราจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดเวลาย่อมเป็นไปไม่ได้
พรรคประชาธิปัตย์ต้องการมายกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน วันนี้ได้ไปพูดคุยกับเกษตรกรพี่น้องชาวสุโขทัย เราจะทำการบริหารจัดการน้ำ และจะเอาโครงการประกันรายได้กลับคืนมา เราจะช่วยเกษตรในการลดต้นทุน และปรับการใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น เพิ่มมูลค่า แปรรูปอาหาร ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น
เช่นเดียวกับประชาชนที่อยู่ในเมือง ก็จะมีมาตรการลดค่าใช้จ่าย ค่าไฟ ลดค่าภาษี สำหรับเงิน 40,000 บาทแรกที่เป็นเงินได้ และจะส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ จากการแก้กฎระเบียบต่างๆ เพื่อลดค่าครองชีพ
โดยพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำงานเรื่องนี้มาโดยตลอด ทั้งโครงการนมโรงเรียน อาหารกลางวัน การเรียนฟรี ที่พรรคประชาธิปัตย์ริเริ่มมา วันนี้ทางพรรคจะต่อยอดดูแลตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งแม่ที่คลอดลูกออกมา ได้รับเงินสนับสนุนดูแลลูกในปีแรก ได้ถึง 65,000 บาท และฝากไปจนถึง 100,000 บาท พร้อมที่จะตั้งตัวได้ การเรียนฟรีต้องเรียนฟรีจริงไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง จบแล้วก็ต้องมีงานดี มีงานทำ มีรายได้ เช่นเดียวกับนโยบายผู้สูงอายุรับเบี้ยยังชีพ ถ้วนหน้า 1,000 บาท อีกด้วย โดยวันที่ 8 ก.พ.นี้ไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปบริหารประเทศ และเลือก ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปสนับสนุนการทำงานในสภาและรัฐบาลอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หม่อมกร' รับสนใจลงชิง 'ผู้ว่าฯกทม.' รอคุยผู้ใหญ่ในพรรค
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวมีชื่อเตรียมลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ว่า โดยส่วนตัวยอมรับมีความสนใจลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.จริง
ปิดล้อมหมู่บ้านชินลาภ ยึดไอซ์ 380 กิโล เร่งล่าตัวแก๊งค้ายา
นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอเมืองพิษณุโลก มอบหมายให้ นายวัฒนา สุราษฏร์มณี ปลัดอำเภอ นางสาวกนกกาญจน์ ทองรัก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลสมอแข ชรบ. หมู่ที่ 9 ตำบลสมอแข
ประชาธิปัตย์ จัดงานสัมมนา AI วางเป้ากทม.เป็นAI Builder Hub
“ประชาธิปัตย์” ประกาศความสำเร็จงาน "Thailand in the AI Race" ปักหมุดกรุงเทพฯ เป็น AI Builder Hub แห่งแรกของประเทศและภูมิภาค
'อภิสิทธิ์' ชำแหละนโยบายชายแดนใต้ฉบับปี 68-70 ใช้เนื้อหาเดิม กลับตั้งเป้าเหตุรุนแรงต้องสงบในปีหน้า
"อภิสิทธิ์" ซัดนโยบายดับไฟใต้ 68-70 ซ้ำรอยของเก่า ทั้งที่เลือดยังไหล-เหตุรุนแรงยังพุ่ง จี้รัฐบาลตอบให้ชัด มีอะไรรับประกันว่าสถานการณ์จะสงบได้ภายในปีหน้า ย้ำทางออกแท้จริงไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องกล้าเผชิญ “คำตอบทางการเมือง-กระจายอำนาจ”
'กรณ์' บี้ 'เอกนิติ' สั่ง กลต. สอบคนไทยสมคบคิด 'สแกมเมอร์' ฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์
"กรณ์" จี้ รมว.คลัง สั่ง กลต. สอบสวนคนไทยเอี่ยวเครือข่าย "เบน สมิธ-ยิมเลียก" ฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์
'กรณ์' ข้องใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน 'เอกนิติ' บอกต้องเตรียมกระสุนไว้
'กรณ์' ถาม 'เอกนิติ' การจัดการปัญหาราคาน้ำมัน ชี้รัฐบาลบริหารพลาดพลั้งในหลายมิติ ผลักภาระให้ประชาชน แต่โรงกลั่นได้กำไร ข้องใจต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ ขุนคลังลั่นหากจำเป็นก็ต้องใช้มาตรา 172

