
'พรรคเศรษฐกิจ' คึก 'พล.อ.รังษี' เปิดป้ายผู้สมัครดิจิทัล เน้นส่งต่อทางโซเชียลมีเดียไร้ป้ายติดข้างถนน 'คริส' เปิดนโยบายพรรค ตั้งเป้ารายได้ 5 หมื่นต่อเดือน-ลดภาษี -สร้างรถไฟความเร็วสูง โอเชี่ยนลิงค์ ทุจริตต้องประหาร
23 ม.ค. 2569- นายคริส โปรตะนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ เผยแพร่คลิปของพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรค กรณีที่มีคำถามว่า ทำไมพรรคเศรษฐกิจไม่มีป้ายผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบเขตและบัญชีรายชื่อ ปรากฎตามที่ต่างๆ
โดยพลเอกรังษี ระบุว่า ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นโลกของโซเชียลมีเดีย ทางพรรคจึงจัดทำป้ายหาเสียงดิจิทัล ของผู้สมัครทั้งสองแบบผ่านทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งพรรคขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนอย่างดีเสมอมา และขอความกรุณาแชร์ป้ายดิจิทัลของพรรคผ่านโทรศัพท์มือถือ
ในคลิปดังกล่าวยังบอกวิธีการในการแชร์ป้ายดิจิทัล และการสนับสนุนโปสเตอร์หาเสียง ด้วยการบริจาคผ่าน QR Code
นายคริส ยังได้โพสต์ 3 นโยบายหลัก ภายใต้การนำของ พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ ในการหาเสียงครั้งนี้ ได้แก่ “เรามีนโยบายที่จะลดภาษีให้ท่าน”,“เรามีนโยบายที่จะกำจัดการทุจริตให้ท่าน” และ “เรามีนโยบายที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ท่าน”
.
โดยทั้งสามนโยบายมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมประกาศเป้าหมายใหญ่คือการสร้างเศรษฐกิจที่ทำให้คนไทยทุกคนมีรายได้เฉลี่ยปีละ 600,000 บาท (ประมาณเดือนละ 50,000 บาท) ซึ่งเป็นระดับรายได้ต่อหัวที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วในอนาคตอันใกล้
นายคริส กล่าวว่า พรรคยังมีแผนที่จะปรับลดภาษีและภาระต่าง ๆ ของประชาชนลง เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและเศรษฐกิจภายในประเทศให้ขยายตัวมากขึ้น แนวทางการลดและยกเว้นภาษีนับเป็นมาตรการยอดนิยมที่พรรคการเมืองหลายพรรคใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อบรรเทาค่าครองชีพและเพิ่มอำนาจซื้อให้ประชาชน โดยพรรคเศรษฐกิจประกาศว่าจะลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้เท่ากับภาษีเงินได้นิติบุคคลที่อัตรา 20% ของรายได้
.
ขณะเดียวกันมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้รายได้ของรัฐลดลงและเป็นความท้าทายต่อเสถียรภาพการคลังของประเทศในระยะสั้น แต่พรรคเศรษฐกิจเห็นว่าการลดภาษีจะทำให้ประชาชนมีเงินเหลือมากขึ้น เกิดการจับจ่ายใช้สอยหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ในที่สุดรัฐจะเก็บภาษีเงินมูลค่าเพิ่มกลับมาทดแทนรายรับที่หายไปได้ อันจะยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้ในระยะยาว
ส่วนนโยบายที่จะกำจัดการทุจริต มุ่งเน้นปราบปรามการคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ซึ่งมะเร็งร้ายของเศรษฐกิจไทย โดยต้นทุนจากคอร์รัปชันที่แฝงอยู่ในระบบราชการและการดำเนินโครงการภาครัฐนั้นสูงจนน่าตกใจ คิดเป็นประมาณ 48% ของ GDP ประเทศ เมื่อรวมผลกระทบของเศรษฐกิจใต้ดินที่เกิดจากกิจกรรมผิดกฎหมายต่างๆ รายงานยังระบุว่าไทยสูญเสียเงินจากปัญหาคอร์รัปชันไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี ทั้งจากการฮั้วประมูล โครงการรัฐที่ทิ้งร้าง และการติดสินบนในระบบราชการ
.
พรรคเศรษฐกิจจึงประกาศนโยบายปราบทุจริตอย่างเด็ดขาดเพื่อคืนความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจไทย พรรคเศรษฐกิจประกาศ นโยบาย “ทุจริต=ประหาร” โดยต้องลงโทษทั้งผู้ให้และผู้รับ และไม่มีการลดโทษ โดยเชื่อว่าหากลดการคอร์รัปชันได้ก็จะช่วยดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพจากต่างประเทศ และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกลดระดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจเนื่องจากภาพลักษณ์ด้านคอร์รัปชันที่ย่ำแย่ได้
สำหรับนโยบายที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานนั้น นายคริส ระบุว่า 2 เมกะโปรเจกต์ ของพรรคเศรษฐกิจคือ โครงการการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมต่อไทย-จีน-มาเลเซีย มูลค่า 5.2 ล้านล้านบาท และโครงการโอเชี่ยนลิ้งเชื่อมระหว่าง ทะเลอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิตผ่าน คลองยกระดับที่จ.ระนอง ชุมพร ความยาว 50 กม. มูลค่า 2.85 ล้านล้านบาท พร้อมอธิบายว่าการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป็นการวางรากฐานอนาคตที่สำคัญ พรรคเศรษฐกิจเชื่อว่าการเร่งลงทุนสร้างและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น ระบบคมนาคมขนส่ง พลังงาน ดิจิทัล และสาธารณูปโภคอื่นๆ) จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงานในทุกภูมิภาค และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์มองว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน มีการศึกษาพบว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยสามารถเพิ่มมูลค่า GDP ได้ถึงประมาณ 2.3 แสนล้านบาทต่อปี หรือราว 1.23% ของ GDP โดยเฉลี่ยในทุกภาคการผลิต นอกจากนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจฯ ยังประเมินความต้องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศช่วงปี 2565–2569 ไว้สูงถึง 2.2 ล้านล้านบาท (โดยประมาณ 63% เป็นการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง และ 34% ในด้านพลังงาน) ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เพียงพอ นโยบายสร้างโครงสร้างพื้นฐานของพรรคเศรษฐกิจจึงมุ่งตอบโจทย์นี้ เพื่อวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศมากขึ้น
นายคริส ระบุว่า ทั้งสามนโยบายหลักคือการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้คนไทยต้องมาก่อนตามสโลแกน Thailand First โดยเศรษฐกิจไทยก็มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยของคนไทยขยับขึ้นจนบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ และประเทศไทยจะก้าวสู่ยุคใหม่ที่ความเป็นอยู่ของประชาชนมาก่อนสิ่งอื่นใดอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พรรคเศรษฐกิจดุ! ชงแก้ กม.เพิ่มโทษประหารคดีทุจริต-ผิดซ้ำซาก
'พรรคเศรษฐกิจ' ชงแก้กฎหมาย 3 ฉบับ โทษประหารชีวิตคดีทุจริต-กระทำผิดซ้ำซาก ไม่มีลดโทษ ยกระดับไปยังเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม เตรียมขอเสียงสส. สนับสนุนให้ครบ 20 คน
'สส.อังสณา' นำทีมพรรคเศรษฐกิจ ช่วยเด็ก 13 ถูกทำร้ายซ้ำซาก ประสานพม.เข้าคุ้มครอง
น.ส.อังสณา เนียมวณิชกุล สส.พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยนายพิริยะ อุไรวงค์ นายวงศธร โชคภัทรชัยกิจ และนายอลงกต สงพัฒน์แก้ว ผู้ช่วย สส. พรรคเศรษฐกิจ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมารดาของเด็กอายุ 13 ปี
'สามารถ' ชี้จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย เชื่อมโครงข่ายรถไฟไทย-ลาว-จีน ที่รัฐบาลต้องเร่งก่อสร้างทันที
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พบแล้ว! "จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย" เชื่อมรถไฟไทย-ลาว-จีน
กมธ.งบฯ 70 สอบความโปร่งใสกองทุนประกันสังคม 'คริส' ปูดใส่ซองก่อนพบผู้บริหาร เลขาฯสปส. แจงไม่จริง
ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะรองประธาน กมธ.ฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้พิจารณาภาพรวมของการของบประมาณของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน

