
“พลเอกรังษี” นัดปราศรัยใหญ่เย็นนี้ที่ “ตลาดเรือบิน สมุทรปราการ” แย้มมีไม้เด็ดโค้งสุดท้าย ทุบโต๊ะ!อย่าเชื่อดีลลับจับขั้วขนาดมี MOA ยังหักหลังกันได้ ลั่นพรรคเศรษฐกิจไม่จับมือกับพรรคสีเทาปลุกเลือกพรรคไม่มีดีลแบบ “แลนด์สไลด์” ล้างหนี้ 55 ล้านล้าน ชี้นายกฯคนที่ 33 ต้องมือถึงหากได้คนไม่ประสีประสาแก้วิกฤตความมั่นคง-เศรษฐกิจ-คอร์รัปชัน ไม่ได้ เตือนถ้ายังเลือกคนซื้อเสียงแบบเดิมทุกอย่างจะจมปลัก
1 ก.พ. 2569 พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่กำลังเข้มข้นว่า ขณะนี้คงต้องรอการตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งตนเชื่อว่าไม่มีใครรู้ผลจริง แม้กระทั่งผลโพลสำนักต่างๆ ที่ออกมา เพราะเป็นเพียงการสำรวจกลุ่มตัวอย่างแค่ 3,000-4,000 คน เป็นเพียงการประเมินเท่านั้น ไม่ใช่ฉันทามติที่แท้จริงของคนทั้งประเทศ
พล.อ.รังษี กล่าวถึงกระแสข่าวการจับขั้วทางการเมืองในช่วงนี้ว่า “ขอให้เชื่อผมเถอะ ขนาดครั้งที่แล้วมีการเซ็นเอ็มโอเอ(MOA) ต่อหน้าประชาชนยังมีการเบี้ยวกันได้เลย ดังนั้นข่าวเรื่องดีลลับที่ออกมาช่วงนี้ ผมเชื่อว่าจะมีการเบี้ยวและหักหลังกันได้เหมือนครั้งที่แล้ว”
หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ย้ำว่า การที่ประชาชนกังวลว่าจะมีการฉีกสัญญาหรือ “แหกดีล” ซ้ำสองนั้น เป็นจุดตัดสินใจสำคัญ หากพรรคไหนที่มีข่าวไปดีลกัน ขอให้ประชาชนอย่าไปเลือก แต่ให้หันมาเลือกพรรคที่ไม่มีดีล และขอให้เลือกแบบ “แลนด์สไลด์” พรรคเดียวไปเลย เพื่อให้รัฐบาลมีเอกภาพ ไม่ต้องมานั่งแบ่งขั้วแบ่งเค้กกันอีก
“หากพรรคเศรษฐกิจได้คะแนนแบบแลนด์สไลด์ เราจะเร่งปฏิบัติตามนโยบายทันที แต่หากคะแนนไม่ถึงก็ต้องมาว่ากันอีกที เพราะการรีบจับขั้วตอนนี้ถือเป็นการดูถูกประชาชน”
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเศรษฐกิจ ระบุว่า โจทย์ใหญ่ที่สุดของผู้นำคนต่อไป คือการแก้ปัญหา “หนี้สิน” ที่กำลังกัดกินประเทศ ทั้งหนี้ประชาชนที่ถูกยึดบ้าน ยึดรถ ถูกฟ้องบัตรเครดิต หนี้ภาคธุรกิจที่ล้มหายตายจาก และหนี้สาธารณะที่รัฐบาลก่อไว้จนทะลุเพดาน รวมมูลค่าสูงถึง 55 ล้านล้านบาท
“ถ้าพรรคไหนไม่มีนโยบายสร้างรายได้ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้? จะก่อหนี้เพิ่ม หรือจะเข้ามาล้างหนี้ ประชาชนต้องดูให้ดี หากยังปล่อยให้มีการคอร์รัปชัน ทุนสีเทา หรือแก๊งสแกมเมอร์ระบาด ประเทศเดินต่อไม่ได้แน่ นักลงทุนหนี นักท่องเที่ยวไม่มา สุดท้ายก็จะล่มจม” พล.อ.รังษี กล่าว
พล.อ.รังษี ยังกล่าวถึงสถานการณ์ความมั่นคงโลก โดยเฉพาะท่าทีของสหรัฐอเมริกาและปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ต้องเป็นคนที่มีความเข้าใจ สถานการณ์รอบด้าน หากได้คนที่ไม่ประสีประสา แถมยังพัวพันกับคนโกงหรือสแกมเมอร์ การแก้ปัญหาวิกฤต 3 ด้าน (เศรษฐกิจ, คอร์รัปชัน, ความมั่นคง) จะไม่มีทางทำได้จริง โดยเฉพาะหากต้องมาจากการผสมของพรรคการเมือง 6-7 พรรค
“ขอย้ำว่า ใครที่เอาเงินมาแจก อย่าไปเลือก เพราะมันตั้งใจมาโกงแน่ๆ ถ้าประชาชนรับเงินแล้วเลือกกันมั่วซั่วเหมือนที่ผ่านมา แล้วมานั่งบ่นหรือลงถนนขับไล่ทีหลัง มันไม่มีประโยชน์ เศรษฐกิจพังพินาศหมดแล้ว ถ้ายังเลือกแบบเดิม ทุกอย่างก็จะจมปลัก”
สำหรับจุดยืนเรื่องรัฐธรรมนูญ พล.อ.รังษี ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ แต่ควรแก้รายมาตราที่เป็นปัญหา เช่น ที่มาของ ส.ว. และองค์กรอิสระ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ยังกล่าวถึงความพร้อมของพรรคว่า พรรคเศรษฐกิจส่งผู้สมัครเพียง 265 เขต จาก 400 เขต เพราะเน้นคัดกรองคนคุณภาพ หากใครมีปัญหา หรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา พรรคตัดออกทันที เพราะพรรคเศรษฐกิจยืนยันเป็นพรรคที่ไม่เอาสีเทา ไม่เอาสแกมเมอร์ และไม่จับมือกับพรรคการเมืองสีเทาเด็ดขาด
“เย็นนี้ (1 ก.พ.) ผมจะมีไม้เด็ดในการปราศรัยใหญ่เพื่อปิดเกมที่จังหวัดสมุทรปราการ จะชี้แจงให้ชัดว่านโยบายของเราจะช่วยประชาชนได้อย่างไร ครั้งนี้ผมอาสามาแก้ปัญหาบ้านเมือง จึงพร้อมรับฟังคำวิจารณ์ และไม่เกี่ยงว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน” พล.อ.รังษี กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1
ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14
ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
สงกรานต์พระประแดงเดือด! โจ๋เมายิงสามีดับ เมียเจ็บ
พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
หนุ่มพม่า ล้วงอกสาวกลางงานสงกรานต์ สุดท้ายถูกกระทืบน่วม
เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางเสาธง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณปากซอย ฝ 5 ชุมชนการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

