เลขาฯปปช. ลุยสระบุรี ติดตามคดีฮุบ สปก. 'ไร่ภูนับดาว-วัดป่าชนะใจ' สั่งไล่บี้จนสุดสาย

เลขาฯ ป.ป.ช. ลุยสระบุรี ประชุมติดตามคดีฮุบ ส.ป.ก.ไร่ภูนับดาว-วัดป่าชนะใจ สร้างอาคารรุกพื้นที่ป่า เจาะบาดาลโดยมิชอบ จ่อชง ครม. ขอเวนคืนที่ดิน ลั่น ใครผิดต้องดำเนินการ ไล่บี้จนสุดสาย

22 พฤษภาคม 2569 - เมื่อเวลา 13.20 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดสระบุรี นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานการประชุมติดตามการเฝ้าระวังการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 โดยมิชอบ และกรณีการบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. และพื้นที่ป่าไม้ ในเขตพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรี และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เป็นต้น

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า กรณีที่จังหวัดสระบุรีเป็นประเด็นสำคัญ เพราะปรากฏเป็นข่าว จึงมาติดตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อดูว่ามีการขับเคลื่อนไปถึงไหน และจะทำอย่างไรให้พื้นที่ ส.ป.ก. กลับมาเป็นของประชาชนที่มีคุณสมบัติเป็นเกษตกร เพื่อทำประโยชน์ได้จริง และจะต้องมีการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการป้องกันการบุกรุกป่า เพื่อลดข้อร้องเรียนการทุจริต

ด้านว่าที่ร้อยตรี คทาวุธ คลังนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ในส่วนกรณีภูนับดาวที่เป็นกระแสพูดถึงจำนวนมาก ป.ป.ช.สระบุรี ได้ดำเนินการกับผู้ออกเอกสารที่ดิน ส.ป.ก.ให้กับผู้ที่ไม่ใช่เกษตกรแล้ว ส่วนกรณีที่วัดป่าชนะใจ ที่มีการบุกรุกที่ป่านับพันไร่ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการ 2 ส่วน คือเฝ้าระวังและขับเคลื่อนหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดการร้องเรียนและโอกาสที่จะเกิดช่องว่างการทุจริต

จากนั้นตัวแทนสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสระบุรี กล่าวเสริมในรายละเอียดว่า ในส่วนกรณีการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.โดยมิชอบที่ไร่ภูนับดาว เนื่องจากผู้ที่ได้รับไม่ได้เป็นเกษตรกร รวมถึงการออกโฉนด ส.ป.ก.ทับที่ป่าไม้ ป.ป.ช.สระบุรีได้ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท.เขต 1 สำนักงาน ส.ป.ก. และตํารวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบไร่ภูนับดาว และอยู่ระหว่างการไต่สวนของสำนักงาน ป.ป.ช.

ในส่วนการเฝ้าระวัง ป.ป.ช.สระบุรีได้จัดกิจกรรมเสวนารับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชนในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก เพื่อนํามาจัดทำมาตราการป้องกันการออกโฉนดที่ดิน ส.ป.ก.โดยมิชอบ

ส่วนกรณีการออกโฉนดที่ดิน ส.ป.ก.ทับที่ป่าไม้ บริเวณวัดป่าชนะใจ ป.ป.ช.สระบุรีได้ร่วมมือกับ ป.ป.ท.เขต 1 กรมป่าไม้ และตำรวจ สำนักพุทธฯ และ สปก.จังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่ตรวสอบข้อเท็จจริงที่วัดป่าชนะใจ และได้มีการติดตามเรื่องการบังคับใช้กฎหมายกัลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการดำเนินการตามหน้าที่ เช่นทาง ส.ป.ก.สระบุรี ได้มีการแจ้งความกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว

ขณะที่หน่วยงานรัฐพื้นที่เกี่ยวข้องกลับกรณีการบุกรุกที่ดินและการออก สปก.โดยไม่ชอบได้ชี้แจงความคืบหน้า การบังคับใช้กฎหมาย เช่นมีการออกเอกสารสิทธิ์ สปก 4-01 โดยไม่ชอบให้กับไร่ภูนับดาว โดยผู้ได้รับเอกสารสิทธิ์ไม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมีการออก สปก. 4-01 ทับพื้นที่สวนป่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. ส่วนกรณีวัดป่าชนะใจ ได้มีการแจ้งความกระทำความผิดต่อผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว

ด้านผู้แทนของกรมป่าไม้ ระบุว่าในพื้นที่ของวัดป่าชนะใจ เดิมเคยเป็นป่าสงวนแห่งชาติตั้งแต่ปี 2507 แต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้มีการเพิกถอนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และออกประกาศกฎกระทรวงฉบับใหม่ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวไปอยู่ในความดูแลของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน แต่ที่กรมป่าไม้ต้องเข้าไปดูแลเนื่องจาก สปก.ยังไม่มีแผนการดำเนินการหรือยังไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์ 4-01 ซึ่งกรมป่าไม้ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษที่สถานีตำรวจภูธรวังม่วง ต่อเจ้าสำนักปฏิบัติธรรม

ขณะนี้คดีอยู่ในการดูแลของสำนักงานสอบสวนกลาง กองกำกับการ 2 โดยอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานของพนักงานสอบสวน ขณะที่การจะนำพื้นที่ดังกล่าวคืนนั้นจะต้องปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงมติคณะรัฐมนตรีปี 2502 ขณะที่ตัวแทนหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี แจงว่าวัดป่าชนะใจ เจาะบ่อน้ำบาดาล 3 บ่อ โดยได้มีการไปดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษแลัว อยู่ระหว่างการสอบสวน เพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่ปรากฏผู้ครอบครอง ส่วนอีก 2 บ่อ พบว่ามี 2 คนมีรายชื่อครอบครองใน สปก.จะต้องมีการดำเนินการยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษต่อไปกรณีการเจาะหัวน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทั้ง 3 บ่อทำการเจาะน้ำบาดาลลึกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 15 เมตร

ทั้งนี้ พื้นที่วัดป่าชนะใจ จำนวน 13 ไร่ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยอมรับรู้ว่ามีการก่อสร้างและอยู่ระหว่างการขออนุญาต ซึ่งผู้ครอบครองสิทธิ์ไม่มาขอโดยตรง จึงมีการออกคำสั่งห้ามใช้พื้นที่ ส่วนแปลงข้างเคียงอีก 3 แปลงนั้น ได้ติดประกาศให้ผู้ครอบครองเดิมต้องรายงานกับท้องถิ่นหากไม่ดำเนินการก็จะติดประกาศห้ามใช้พื้นที่เช่นกัน และจะดำเนินการสั่งให้มีการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างต่อไป

ตัวแทนฝ่ายปกครอง นายอำเภอมวกเหล็ก ระบุว่าได้มีการประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายโดยตรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งป่าไม้และสปก.รวมถึงหน่วยงานกำกับดูและ อปท. กรณีการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ส่วนสาเหตุที่ยังไม่มีความชัดเจนเนื่องจากเจ้าของสิทธิ์เดิมมีการสละสิทธิ์ และวัดอยู่ระหว่างขอใช้พื้นที่ ปัจจุบันได้ข้อยุติแล้วก็จะบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคารต่อไป

ขณะที่ ปปท. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดการปัญหาวัดป่าชนะใจ วัดป่ารักษาใจ หมู่บ้านอารยะหรือผาชนะใจ เฝ้าระวังไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม และดำเนินการกับอาคารที่มีการก่อสร้างโดยไม่ขออนุญาต และขอให้แจ้งความคืบหน้าไปยังป.ป.ช.และปปท.ให้รับทราบเพื่อไม่ให้เป็นประเด็นปัญหาที่มีความกังวลใจ กรณีมาตรา 157 รู้ว่าผิดแต่ไม่ดำเนินการ

ขณะที่ ป.ป.ช.จังหวัดสระบุรี ได้สรุปว่าในพื้นที่ อำเภอมวกเหล็กและอำเภอวังม่วงมีพื้นที่ สปก. 20,000 ไร่ ไม่ได้มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาปฏิรูป จำเป็นต้องมีการแยกออกเป็น 2 ส่วนคือพื้นที่ที่เหมาะสมทำเการกษตร และพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมเช่นพื้นที่บนเขา เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเพิกถอนก็จะต้องใช้มติคณะรัฐมนตรีในการเวนคืนที่ดินและพัฒนาเป็นพื้นที่ป่าชุมชน ส่วนพื้นที่ภูนับดาวนั้น มีปัญหาแต่เรื่องของใบจอง code 0-3 จำนวนหมื่นกว่าไร่ที่สามารถแปลงเป็นสปก 4-01 ซึ่งคนที่มีโค้ด 0 ถึง 3 ไม่ระบุจำนวนการครอบครอง ถือไว้ขาย

ด้าน เลขาธิการ ป.ป.ช.ได้แสดงความเป็นห่วงและให้ข้อเสนอแนะ กรณีการที่จะให้สิทธิ์เกษตรกรเข้าไปทำกินในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตในเขต สปก. ที่รับโอนมาจากป่าไม้ ควรจะมีนโยบายจำกัดการถือครองหรือทำประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องถือครอง 50 ไร่ทั้งหมด และการทำประโยชน์จะต้องมีการเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้มีการแปรสภาพพื้นที่ทำประโยชน์ไปเป็นของเอกชนในการลงทุนด้านอื่นๆ ย้ำว่าในการบูรณาการร่วมกันของทุกฝ่ายนั้น จำเป็นต้องอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่ดินและป่าไม้ เพื่อจำกัดการใช้ประโยชน์โดยไม่จำเป็น และบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ หากใครทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย

โดยขอให้หน่วยงานตรวจสอบกำกับติดตามความคืบหน้าของคดี และขอให้ตามต่อจนสุดสายว่ามีการฟ้องร้อง และความคืบหน้าของคดี พร้อมเห็นว่ากรณีการบุกรุกที่ดิน สปก.ได้มีการเชิญหน่วยงานไปพูดคุยที่สำนักงาน ป.ป.ช.ส่วนกลาง วันนี้จึงลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในการขับเคลื่อนนโยบายจากส่วนกลางลงท้องที่ ซึ่งการใช้มาตรการป้องกันการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติโดยลดข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐถือว่าเป็นมาตรการที่ได้ผล และเห็นความตั้งใจจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนมาตรการในเชิงบริหารและเชิงปกครองนั้นก็จะต้องพิจารณาอีกครั้ง อาจจะต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ขอให้มีการเคาะว่าจะต้องมีการเวนคืนพื้นที่หรือไม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลคดีโกงนัดสอบ ‘สุภา’ กับพวก 30 มิ.ย.

"ทักษิณ" ยังตามหลอน! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดสอบคำให้การ “สุภา” อดีตกรรมการ ป.ป.ช.กับพวก 30 มิ.ย. คดีไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ป หลังศาลประทับฟ้องตกเป็นจำเลย เพื่อไทยอวย

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ รับฟ้องคดี 'สุภา ปิยะจิตติ' อดีต ป.ป.ช. ไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อท.75/2569 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต1ยื่นฟ้อง นางสาวสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการปปช.และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และนายสุทธิชัย สังขมณี อดีตสรรพากรภาค 3 เป็นจำเลยรวม 3 ราย

อดีตผู้พิพากษาอาวุโส เจาะลึกคดีประวัติศาสตร์ ปปช. ชี้มูล 'สุภา ปิยะจิตติ'

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เจาะลึกคดีประวัติศาสตร์! ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด "สุภา ปิยะจิตติ" กรณีภาษีหุ้นชินคอร์ป รัฐเสียหายหมื่นล้าน