"โฆษกดีเอสไอ" เผยต้องรอปิดสมัยประชุมสภา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงค่อยออกหมายเรียกผู้ต้องหาคดีเว็บพนัน สส.ชนนพัฒฐ์ มาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม อั้งยี่-องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามคำสั่งของอัยการสูงสุด หลังมติสภาผู้แทน สส.โหวตไม่ส่งตัวให้ดีเอสไอดำเนินคดี กระทุ้ง ชนนพัฒฐ์ สามารถสละเอกสิทธิ์คุ้มครองก็ทำได้ ไม่ต้องรอปิดสมัยประชุม
29 พฤษภาคม 2569 - ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า จากกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติไม่เห็นชอบให้ส่งตัวนายชนนพัฒน์ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาระหว่างที่มีเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครองนั้น ได้มีการตรวจสอบกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษซึ่งรับผิดชอบสำนวนการสอบสวนดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นคดีพิเศษที่ 150/2568 ซึ่งเป็นกรณีที่มีการกล่าวหาผู้ต้องหาจำนวนทั้งสิ้น 27 ราย ในฐานความผิดเกี่ยวกับการให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และฟอกเงินจากเว็บพนันฯ ซึ่งในจำนวนผู้ต้องหาดังกล่าวก็มีนายชนนพัฒน์ รวมอยู่ด้วย
ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะพนักงานสอบสวนได้มีการออกหมายเรียกให้นายชนนพัฒน์ มารับทราบข้อกล่าวหาในชั้นต้นแล้ว ตามฐานความผิดสองข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ปรากฏว่าในเรื่องนี้มีการขยายผลพบเส้นทางการเงินที่ไปเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ จึงได้มีการหารือกับอัยการสูงสุด เพราะเห็นว่าความผิดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เป็นเหตุให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนคดีนี้ต่อไป และมีคำสั่งให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ข้อหา ประกอบด้วย ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
อย่างไรก็ดี หนังสือที่มีการแจ้งมาให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหานั้น ตรงกับช่วงที่มีสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร และกรณีดังกล่าว นายชนนพัฒน์ ก็ถือเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะต้องมีการแจ้งต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะพิจารณาว่าจะอนุญาตให้มาพบในฐานะที่เป็นผู้ต้องหาหรือไม่ ซึ่งในส่วนดังกล่าวก็ได้ทราบจากข่าวว่าทางสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่ายังไม่มีเหตุผลความจำเป็นตอนนี้ ดังนั้น เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติเช่นนี้ ดีเอสไอก็ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ คือ ต้องรอให้หมดสมัยประชุมสภาเสียก่อน จึงจะเข้าสู่กระบวนการต่อไปได้ หรือหากเป็นกรณีที่เจ้าตัวได้สละสิทธิ์คุ้มครองดังกล่าว และเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ก็สามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่าแม้ยังไม่หมดสมัยประชุมสภา แต่หากผู้ต้องหาขอสละสิทธิ์เอกสิทธิ์ดังกล่าว และประสงค์ที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาก็สามารถดำเนินการได้ใช่หรือไม่ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ย้ำว่า ที่ประชุมเห็นว่าเป็นสิทธิ์เฉพาะตัวที่สามารถดำเนินการได้ แต่ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้เขียนกำหนดไว้ว่าให้เป็นเรื่องของสภา
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติเช่นนี้ ดีเอสไอก็จะต้องรอให้หมดสมัยประชุมสภาเสียก่อน แล้วจึงดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหา ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ส่วนหากผู้ต้องหาได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน จะมีในเรื่องของการควบคุมตัวไว้หรือไม่นั้น ตนต้องเรียนว่า กรณีดังกล่าวเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการสูงสุด ซึ่งก่อนหน้านี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการนำตัวนายชนนพัฒน์ ยื่นฝากขังต่อศาลไปแล้ว และศาลได้ให้ประกันตัวชั่วคราว จึงเป็นคนละส่วนกับของดีเอสไอ ทำให้ผู้ต้องหามีหน้าที่เพียงเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเท่านั้น ทั้งนี้ และเมื่อคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นก็จะต้องสรุปสำนวนพร้อมความเห็นส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อว่าอัยการสูงสุดจะได้พิจารณาวินิจฉัยทางคดีต่อไป
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปิดท้ายว่า ในจำนวนผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทั้งหมด 27 รายในสำนวนคดีดังกล่าว ได้มีการจับกุมไว้บางส่วนแล้ว (1 ราย ซึ่งเป็นแอดมินผู้หญิง) ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับอยู่ต่างประเทศ ซึ่งได้มีการประกาศสืบจับเรียบร้อยแล้ว และอีกส่วน ก็คือกรณีของนายชนนพัฒน์ ที่อยู่ระหว่างเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โรม' สุดผิดหวัง สภาไม่ส่งตัว 'ชนนพัฒฐ์' ให้ดีเอสไอ เอื้อนักการเมืองทุนเทารอดคดี
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติไม่อนุญาต ส่งตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำ ในระหว่างสมัยประชุม ตามรัฐธรมนูญ มาตรา 125 ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า ตนคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าประชาชนคงจะรู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นต่อสภาแน่นอน
สภาอุ้ม 'ชนนพัฒฐ์' มติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้DSI
'ชนนพัฒฐ์' ลั่นพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่วอนเพื่อน สส. ยึดหลักการ รับหากปิดสมัยประชุมแล้วก็หนีไม่รอด ก่อนสภาฯ มีมติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้ดีเอสไอ
‘หมอวรงค์’ เรียกร้อง สส.เห็นชอบส่งตัว ‘ชนนพัฒฐ์’ ให้ DSI
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงถึงจุดยืนของพรรคไทยภักดีต่อกรณีการขอมติสภาผู้แทนราษฎรเพื่อส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ นาค
มติ สส.ปชน. โหวตส่งตัว 'ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว' ให้ดีเอสไอสอบคดีเว็บพนัน
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการและรองโฆษกพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ที่ประชุม สส. พรรคประชาชนมีมติอนุญาตตามที่สภาผู้แทนราษฎรขออนุญาตเรียกตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบปากคำ ในระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น โดยมีเหตุผล ดังนี้
'ชนนพัฒฐ์' ขอประธานสภาฯ อย่าเลือกปฏิบัติ สส.ถกส่งตัวให้ดีเอสไอ ลั่นต้องเป็นบรรทัดฐาน
นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เรียนพี่น้องประชาชนตามที่มีข่าวปรากฏเกี่ยวกับกรณีที่ (DSI) ได้ทำหนังสือขออนุญาตต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกตัวผมเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย นั้น
'กรวีร์' บอกอยากเห็นสภาทำหน้าที่สง่างาม เป็นบรรทัดฐานส่งตัว 'ชนนพัฒฐ์' คดีเว็บพนัน
"กรวีร์" โยนแต่ละพรรคหาข้อสรุป ก่อนลงมติ ส่งตัว "ชนนพัฒฐ์" ให้ดีเอสไอ ดำเนินคดีพนันออนไลน์-อาชญากรข้ามชาติ ในระหว่างสมัยประชุมหรือไม่ บอกอยากเห็นสภาทำหน้าที่อย่างสง่างาม ตอบคำถามประชาชนได้

