
ชำแหละนิด้าโพล คนกรุงเลือกผู้สมัครอิสระ จากกระแส ‘ชัชชาติฟีเวอร์’ สะท้อนพรรคการเมืองอ่อนแอ สัญญาณอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย
1 มิ.ย. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง “ผลเสีย เลือกผู้ว่าฯ กทม.ไม่สังกัดพรรค” โดยระบุว่า สัปดาห์นี้ นิด้าโพลของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับทัศนคติในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า จะเลือกผู้ว่าฯ กทม. อิสระ หรือจะเลือกผู้ว่าฯ กทม. สังกัดพรรค
จึงขออนุญาตวิเคราะห์ผลการสำรวจของนิด้าโพล เกี่ยวกับทัศนคติของคนกรุงเทพฯกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งส่วนใหญ่จำนวน 64.96% เลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง และไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง มีเพียง 16.88% เลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง
ส่วนกรณีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จะเห็นได้ว่า 48.47% เลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรค และไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง มี 33.21% เลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรค แสดงให้เห็นว่า ทัศนคติการเลือกผู้ว่าฯกทม.กับการเลือกสก.มีความแตกต่างกัน การเลือกผู้ว่าฯกทม. คนกรุงเทพฯจะเลือกผู้ว่าฯกทม.ที่ไม่สังกัดพรรค สมัครโดยอิสระ แต่ในขณะเดียวกันส่วนของสก.จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคสูงขึ้น
ถ้าถามว่า ทำไมผลการสำรวจจึงออกมาเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจาก “กระแสชัชชาติฟีเวอร์” เพราะผลการสำรวจของหลายสำนัก พบว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนำค่อนข้างสูง ทำให้คนที่เลือกนายชัชชาติ ก็จะตอบคำถามผลการสำรวจว่า เลือกเพราะไม่สังกัดพรรคการเมือง จึงทำให้เห็นว่า มีผู้ที่เลือกผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ที่ไม่สังกัดพรรคสูงถึง 64.96% แต่ในส่วนของ สก. เลือกผู้สังกัดพรรค 33.21% คะแนนสูงกว่าการเลือกผู้ว่าฯกทม.ที่สังกัดพรรคครึ่งหนึ่ง คือ 16.88%
จากปรากฏการณ์ที่คนกรุงเทพฯ เลือกผู้ว่าฯ กทม. ที่ไม่สังกัดพรรค น่าจะเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับระบอบการเมืองไทย ที่พรรคการเมืองมีบทบาทสำคัญต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การตัดสินใจเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ที่ไม่สังกัดพรรค จะทำให้เห็นว่าผู้ว่าฯ กทม. มีอิสระก็จริงอยู่ แต่ถ้าหากว่าบุคคลผู้นั้นทำให้เกิดความเสียหาย หรือทำให้เกิดผลเสียในการบริหา รกทม. ก็จะไม่มีพรรคการเมืองรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้สมัครในนามบุคคล หรือเป็นผู้สมัครอิสระ
แต่ถ้าหากเป็นผู้สมัครสังกัดพรรค ถ้าผู้ว่า ฯคนนั้น สร้างความเสียหายให้กับกทม. พรรคการเมืองจะต้องรับรับผิดชอบในการบริหารของผู้ว่าฯ กทม. ที่สังกัดพรรคด้วย
แต่ในยุคนี้ที่เห็นว่าการเมืองอ่อนแอ สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่มีกระบวนการในการจัดการกับ สส. ที่ฝ่าฝืนมติพรรค หรือไม่ปฏิบัติตามมติพรรค และพรรคไม่สามารถจะขับไล่ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้หมดสมาชิกภาพการเป็น สส. ไปได้ จึงทำให้เห็นภาพ สส.งูเห่า เป็นจำนวนมาก ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง และเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง
เพราะสถาบันพรรคการเมือง คือองค์ประกอบสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถ้าพรรคการเมืองอ่อนแอ จะทำให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอ่อนแอไปด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พรรคส้ม' เหนื่อย! คนกรุงเจน Y-Z ยังเทใจให้ 'ชัชชาติ'
'รองผอ.สถาบันพระปกเกล้า' ชี้พรรคส้มเหนื่อย กลุ่มเจนY-เจนZ มีแนวโน้มเทใจให้ชัชชาติ ที่มีจุดแข็งเก็บได้ทุกเจนเนอเรชัน
‘ผู้ว่าฯ-สก.’อิสระมีลุ้น โพลชี้ชาวกทม.เทใจให้
"นิด้าโพล" ชี้คนกรุงส่วนใหญ่เลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. ไม่สังกัดพรรค "ชัชชาติ"
หวาน! 'อนุชา' เจอ 'ชัชชาติ' กลางขบวน Bangkok Pride โชว์ทำมือรูปหัวใจแสดงความสามัคคี
‘อนุชา’ ลุยน้ำท่วมกลางงานไพรด์! ถก ผอ.บางรัก เร่งแก้ท่อตัน ชูนโยบายอุโมงค์ยักษ์ พร้อมดัน กทม. ชิงเจ้าภาพ World Pride 2030
เอาฤกษ์แห่งชัย! 'มัลลิกา' สักการะศาลพระเจ้าตากสิน ลุยหาเสียงฝั่งธนฯ
‘มัลลิกา’ สักการะศาลพระเจ้าตากสิน เปิดทางลุยหาเสียงฝั่งธน ชูศก.สร้างสรรค์ครบทุกเขต
‘นิด้าโพล’ ชี้คนกรุงเลือก 'ผู้ว่ากทม.อิสระ' มากกว่าสังกัดพรรค
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ผู้ว่าฯ กทม. อิสระหรือสังกัดพรรค”
ไม่ติดป้ายหาเสียงข้างถนน! 'ดร.โจ' ขึ้นบิลบอร์ดยักษ์ทั่วกรุง
'ชัยวัฒน์' เล่นใหญ่ ขึ้นป้ายหาเสียงบิลบอร์ดขนาดใหญ่ หลายจุดแลนด์มาร์กทั่วเมืองหลวง ชูสโลแกน 'สร้างเมืองที่แคร์คน'

